อนุทินย้ำไม่ง่าย ‘ซีพี’เลิกสัญญา นัดเลขาอีอีซีคุย
นายกฯ หารือไอแอลโอ “จุลพันธ์” โวปี 2573 อัปสกิลและรีสกิลแรงงานด้านเอไอได้ 1 ล้านคน “อนุทิน” บอกไม่ง่ายเลิกสัญญารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เตือนถูกแบล็กลิสต์ “เอกนิติ” เผย ก.ย.นี้ชัดเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกิลเบิร์ท เอฟ. โฮงโบ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงาน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะและการเตรียมความพร้อมของกำลังแรงงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน โดยนายกฯ กล่าวถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยการเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี)
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า วันนี้แรงงานไทยถือว่ามีมาตรฐานในระดับโลกหลายส่วน เช่น ช่างเชื่อม ด้านสุขภาพที่เราอยู่ในระดับท็อปของโลก จากนี้ต้องมาเพิ่มในทักษะด้านอื่นๆ เช่น เรื่องอีวี โซลาร์เซลล์ และ AI ก็ต้องพัฒนาให้คนไทยและภูมิภาคก้าวทันเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าการพัฒนาแรงงานด้าน AI ปี 2573 ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันอัปสกิลและรีสกิลแรงงานด้าน AI ให้ได้ 1 ล้านคน
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมเจรจากับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน (ในเครือซีพี) เพื่อแก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หลังจากส่งหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา และยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ วันที่ 30 ก.ย.ว่า ยังไม่รับทราบรายละเอียด แต่สัปดาห์หน้าจะเชิญนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มาพบหารือ เพราะมีหลายเรื่องต้องดำเนินการต่อ และหลายเรื่องที่ออกกฎผ่านคณะกรรมการอีอีซี และนำเสนอเป็นพระราชบัญญัติหรือกฎหมาย
เมื่อถามว่า จะหารือกรณีเรื่องยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ วันที่ 30 ก.ย.นี้ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวคงต้องพูดคุยกัน ซึ่งการทำสัญญากับภาครัฐไม่ใช่ยกเลิกกันง่ายๆ เห็นมีแต่รัฐยกเลิก ไม่เคยเห็นเอกชนขอยกเลิก เพราะการยกเลิกสัญญากับภาครัฐมีผลตามมาเยอะแยะไปหมด เช่น ถูกขึ้นบัญชีดำ ถูกกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน หรือต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นห่วง สมมติงานหนึ่งทำสัญญาไปเท่านี้ แล้วพอยกเลิกหากไปประมูลใหม่ และเกิดราคาสูงขึ้น ซึ่งระเบียบสำนักนายกฯ กำหนดไว้ว่าผู้ที่ยกเลิกคู่สัญญาเดิมต้องรับผิดชอบในส่วนต่าง ซึ่งไม่ใช่ง่ายๆ และยังมีเงื่อนไขอีกเยอะแยะ
“ผมคิดว่ายังไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายๆ เดี๋ยวผมเชิญเลขาฯ อีอีซีมาพบก่อน แต่ว่าจริงๆ คู่สัญญาน่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย ซึ่งต้องทำตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง” นายอนุทินกล่าว
วันเดียวกัน นายเอกนิติกล่าวถึงความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 2 แสนล้านบาท ว่าภายในเดือน ก.ย.2569 จะเห็นความชัดเจนของโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อลดภาระให้ประชาชน และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดของประเทศเป็นโครงการแรก โดยล่าสุดกระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ถึงโครงสร้างพื้นฐานของโครงการทั้งหมด และขอยืนยันว่า รัฐบาลมีเม็ดเงินเพียงพอรองรับอย่างแน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล
นายเอกนิติยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่งสาธารณะไปสู่การใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของกระทรวงคมนาคมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มติดต่อเข้ามาที่กระทรวงการคลังแล้ว โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ได้มีการหารือกันคือ อยากให้รถสาธารณะมาใช้พลังงานทดแทนที่ประเทศไทยสามารถผลิตเองได้ จำพวกไบโอดีเซลและเอทานอลมากขึ้น.