โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินผักลดโลกร้อนได้? 4 แนวทางกินอาหารลดโลกร้อน ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน

UndubZapp

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 08.00 น. • อันดับแซ่บ

ภาวะโลกร้อนเกิดจากปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนเพิ่มขึ้นสูงในชั้นบรรยากาศ ซึ่งปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน อาทิ จากโรงงานอุตสาหกรรม การขนส่ง การตัดไม้ทำลายป่า การทำปศุสัตว์ ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยแล้ง โคลนถล่ม ฯลฯ UndubZapp ขอแชร์ความรู้ดีๆ จากสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับ 4 แนวทางกินอาหารลดโลกร้อนที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราทุกคน เพื่อนๆ คนใดกำลังสงสัยว่าการรับประทานอาหารของคนเรามีผลกระทบต่อโลกร้อนด้วยหรือ? ตามเราไปทำความเข้าใจให้กระจ่างกันเลยค่ะ

1.กินผักให้มากขึ้น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง

โดยทั่วไปแล้ว การทำปศุสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร จะต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการเลี้ยงสัตว์ จึงเป็นเหตุให้มีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำเป็นฟาร์ม ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ จากรายงานของสหประชาชาติ (United Nations : UN) ระบุว่า มากกว่า 70% ของป่าอะเมซอนถูกโค่นลง เพื่อใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ การตัดไม้เหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ มูลสัตว์จำนวนมากยังเป็นแหล่งเกิดของก๊าซมีเทนด้วย ซึ่งก๊าซมีเทนเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เสียอีก การกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง กินผักให้มากขึ้น หรือถือศีลกินเจบ้างตามโอกาส โดยไม่จำกัดเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจอย่างเดียวเท่านั้น ถือเป็นการช่วยลดโลกร้อนอีกทางหนึ่ง ทุกคนสามารถเลือกวิธี ลด-ละ-เลิก เนื้อสัตว์ได้ตามที่ตนเองสะดวก ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดมาก เลือกวิธีที่ตนเองสามารถช่วยลดโลกร้อนได้ในระยะยาวจะเวิร์คกว่า ©unsplash.com

2.กินอาหารสดให้มากขึ้น กินอาหารแปรรูปให้น้อยลง

ต้นเหตุของก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศส่วนหนึ่งมาจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เฉกเช่นเดียวกับอาหารแปรรูปและอาหารที่ผ่านกระบวนการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารแช่แข็งหรืออาหารกระป๋องก็ตาม นอกจากกระบวนการผลิตอาหารเหล่านี้จะต้องใช้พลังงานจำนวนมากแล้ว การกินอาหารเหล่านี้ก็ต้องใช้ไมโครเวฟและผ่านกระบวนการปรุงสุกอีกรอบ ซึ่งถือเป็นการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน ฉะนั้นแล้ว การกินอาหารสด เช่น เนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการแปรรูป ผักและผลไม้สด ก็ถือเป็นการช่วยลดโลกร้อนอีกทางหนึ่งอย่างเกิดผล หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อาจใช้วีธีละเว้นบ้างตามสมควร เพื่อเป็นการลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน ข้อดีของการกินอาหารสดใหม่ก็คือทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ©unsplash.com

3.กินอาหารตามฤดูกาลให้มากขึ้น กินอาหารนอกฤดูกาลให้น้อยลง

การปลูกผักผลไม้ตามฤดูกาลนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากผู้ผลิตไม่มีความจำเป็นใดๆ ในการใส่สารเคมีเร่งโตให้พืชผักผลไม้ จึงไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อระบบนิเวศ ในทางกลับกัน การกินอาหารนอกฤดูกาลทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องใส่ฮอร์โมน สารเคมี หรือเร่งการผลิตด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อให้พืชผักออกผลตามความต้องการ ถือเป็นการใช้พลังงานไปโดยไม่จำเป็น ทั้งยังส่งผลเสียต่อดินและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย การกินอาหารตามฤดูกาลให้มากขึ้น กินอาหารนอกฤดูกาลให้น้อยลง จึงถือเป็นวิธีลดโลกร้อนที่ดีอีกวิธีหนึ่ง นอกจากจะช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกต่างหาก ©unsplash.com

4.กินอาหารท้องถิ่นให้มากขึ้น กินอาหารต่างถิ่นให้น้อยลง

การกินอาหารต่างถิ่นเป็นประจำก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างคาดไม่ถึง เนื่องจากการกินอาหารต่างถิ่นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากร รวมถึงพลังงานจำนวนมากในการขนส่งและการเก็บรักษา เพื่อลดการคัดทิ้งอาหารเหล่านี้ให้มากที่สุด การกินอาหารต่างถิ่นจึงส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมหลายอย่างโดยที่เรานึกไม่ถึง ด้วยเหตุนี้เอง เราควรหันมากินอาหารท้องถิ่นให้มากขึ้น กินอาหารต่างถิ่นให้น้อยลง ลดการใช้พลังงาน ลดการก่อมลพิษ และลดโลกร้อนอีกทางหนึ่ง การกินอาหารประจำท้องถิ่นให้มากขึ้นยังถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้านอีกด้วย ©unsplash.com Source Featured image ©unsplash.com

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...