โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กขค.จ่อบังคับใช้ไกด์ไลน์ ‘เครดิตเทอม’ 16 ธันวาคมนี้ เปิดเงื่อนไขผู้ประกอบการเข้าเกณฑ์ที่นี่

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 พ.ย. 2564 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 08.57 น. • The Bangkok Insight

กขค. ยันประกาศบังคับใช้ ไกด์ไลน์ เครดิตเทอม 16 ธันวาคมนี้ แนะภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทำความเข้าใจ พร้อมเปิดเกณฑ์ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และโฆษกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า กขค. ออกประกาศเรื่องแนวทางการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) กรณีผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการ หรือไกด์ไลน์ Credit Termโดยจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 16 ธันวาคม 2564 นี้

สันติชัย สารถวัลย์แพศย์

สำหรับสาระสำคัญ จะครอบคลุมประเด็นทั้งในด้านเนื้อหาและกระบวนการ ที่ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมความพร้อมเพื่อปรับแนวทางการประกอบธุรกิจให้ถูกต้องตามที่ไกด์ไลน์กำหนด รวมทั้งหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือผิดกฎหมายได้

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ สขค. ได้ชี้แจงรายละเอียดของประกาศดังกล่าว ให้กับผู้ประกอบธุรกิจทราบอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่ายังมีประเด็นคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติ

หลักเกณฑ์การบังคับใช้ ไกด์ไลน์ เครดิตเทอม

ดังนั้น จึงต้องการทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจได้ทราบและมีความรู้ความเข้าใจเป็นแนวปฏิบัติสำหรับการประกอบธุรกิจที่ตรงกัน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่ประกาศฯ จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ในวันที่ 16 ธันวาคม 2564 ในรายละเอียด ดังนี้

  • ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับผู้ประกอบธุรกิจทุกรายในภาคการผลิต การค้าและบริการ ซึ่งครอบคลุมผู้ซื้อทั้งผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่และผู้ประกอบธุรกิจ SMEs
  • หลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ประกอบธุรกิจ SMEs

กรณีการผลิตสินค้า ต้องมีการจ้างงานไม่เกิน 200 คน หรือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 500 ล้านบาท

กรณีการให้บริการ กิจการค้าส่ง หรือกิจการค้าปลีก ต้องมีการจ้างงานไม่เกิน 100 คน หรือมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 300 ล้านบาท

สันติชัย สารถวัลย์แพศย์

ขณะที่แนวทางในการพิจารณาเมื่อเข้าองค์ประกอบการจ้างงาน หรือรายได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ตามประกาศฯ

  • การกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term)

กรณีเป็นสินค้าหรือบริการทั่วไป กำหนดระยะเวลาไว้ไม่เกิน 45 วัน

กรณีสินค้าเกษตร หรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร กำหนดระยะเวลาไว้ไม่เกิน 30 วัน

ทั้งนี้จะเริ่มนับระยะเวลาจะพิจารณา เมื่อมีการส่งมอบสินค้าหรือบริการ ครบถ้วนถูกต้องตามจำนวน ประเภท คุณภาพและมาตรฐานของสินค้าหรือบริการที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้ มีการตรวจรับเรียบร้อยและส่งมอบเอกสารครบถ้วน

การชำระสินเชื่อการค้า 

  • กรณีผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ ต้องแสดงรายละเอียดและขั้นตอนการจ่ายเงินให้ชัดเจน โดยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการชำระเงินเช่น ระบบการวางบิล รอบวันการวางบิล ระบบบัญชี เพื่อให้สามารถชำระสินเชื่อการค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศฯ
  • กรณีผู้ขายสินค้าหรือบริการที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ต้องแสดงหลักฐานจำนวนการจ้างงานหรือเอกสารแสดงรายได้ต่อปี เช่น งบการเงินที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การชำระหนี้ที่ยื่นต่อกรมสรรพากร เอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานประกันสังคม หรือ เอกสารอื่นใดที่หน่วยงานราชการยอมรับว่าเป็น SMEs

อย่างไรก็ดีอาจมีการตกลงยกเว้นไม่ต้องแสดงเอกสารใด ๆ หากคู่ค้าเชื่อถือและยอมรับหรือมีวิธีการตรวจสอบของตนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรม ในกรณีเกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ได้แก่

  • การประวิงเวลาการจ่ายค่าสินค้าหรือบริการเกินกว่าระยะเวลา
  • การให้สินเชื่อการค้าที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • การเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าหรือเงื่อนไขอื่นภายใต้สัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

พฤติกรรมอื่นๆ อันเป็นการบังคับโดยผู้ประกอบธุรกิจรายใดซึ่งเป็นคู่ค้ากับ SMEs อย่างไม่เป็นธรรมที่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการต้องรู้

หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีการกระทำผิดตามประกาศฯ จะมีโทษปรับทางปกครองในอัตราไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด โดยร้องเรียนได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ช่องทางเว็บไซต์ www.otcc.or.th หรืออีเมล info@otcc.or.th หมายเลขโทรศัพท์ 02-199-5444

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...