โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พ่อเดือด ลูก ป.1 ถูกน้ำร้อนลวก ครูแค่ทายาไม่พาไป รพ.

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 02.15 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(16 ต.ค. 67) จากกรณีที่โลกโซเซียลได้มีการแชร์โพสต์ของพ่อและอาของน้องเดียร์(นามสมมติ) อายุ 6 ขวบ นักเรียนระดับชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดเทศบาลนครตรัง พร้อมกับแนบภาพ ถึงเหตุการณ์ที่น้องเดียร์ ได้ถูกน้ำร้อนจากถ้วยต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวกบริเวณขาและเท้าด้านซ้าย จนเป็นแผลพุพอง มีตุ่มน้ำขึ้น เหตุการณ์เกิดช่วงเที่ยงวานนี้(15 ต.ค.) พร้อมทวงถามถึงความยุติธรรม และตำหนิการกระทำของคุณครู ที่ปล่อยปละละเลย เนื่องจากภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ทางครูประจำชั้นไม่ได้นำตัวน้องนาเดียร์ส่งโรงพยาบาล โดยต้องรอให้ผู้ปกครองมารับ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายพงษ์นรินทร์ อายุ 36 ปี ชาว ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ซึ่งได้เฝ้าไข้ลูกสาวอยู่ที่ รพ.ศูนย์ตรัง เล่าว่า ตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีลูกสาว 2 คน น้องเดียร์เป็นลูกคนเล็ก ลูกๆ เรียนอยู่โรงเรียนดังกล่าวทั้ง 2 คน งานนี้เป็นวันสอบของลูกวันสุดท้าย ช่วงเที่ยงขณะตนทำงานอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 5-6 กม. ได้รับสายจากทางโรงเรียนแจ้งว่าลูกสาวโดนน้ำร้อนลวกที่โรงเรียน ตนก็คิดว่าคงเล็กน้อย ลูกคงไม่เป็นอะไรมาก จึงลางานกะทันหัน รีบขับรถจักรยานยนต์ฝ่าฝนไปหาลูกทันที

เมื่อไปถึงก็เห็นว่าลูกนั่งอยู่บนเก้าอี้ และขาพาดกับเก้าอี้อีกตัว ในสภาพเจ็บปวด ร้องไห้อยู่ใต้อาคารเรียน มีแผลพุพองเต็มเท้า รวมทั้งมีตุ่มน้ำขึ้น ซึ่งขณะนั้นก็ไม่เห็นว่าจะมีคุณครูท่านใดอยู่กับลูกเลย มีเพียงแค่ เด็กนักเรียน และเพื่อนๆ นั่งล้อมลูกอยู่เท่านั้น

ตนจึงได้ให้ลูกสาวตนคนโตซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าวด้วย พาขึ้นไปพบคุณครูประจำชั้นที่บนอาคารเรียน ก็พบเห็นว่าครูกำลังถ่ายภาพอยู่กับเด็กนักเรียน ตนจึงรีบสอบถาม ครูได้บอกว่า เหตุเกิดช่วงพักเที่ยง เพราะเพื่อนของลูกไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีแม่ค้ามาขายในโรงเรียน แต่ปรากฏว่าถ้วยน้ำร้อนตกใส่เท้าลูก โดยหลังเกิดเหตุแล้วปรากฏว่าครูยังได้ให้ลูกสาวขึ้นไปสอบต่อบนห้องเรียน ทั้งๆ ที่เจ็บอยู่

และตนถามครูกลับทันทีว่าทำไมครูถึงไม่ส่งลูกไปโรงพยาบาล หรือเรียกรถพยาบาล 1669 มารับไปส่งก่อน ซึ่งครูก็บอกว่า ตอนนั้นคิดว่าลูกคงจะเจ็บไม่เยอะ เพราะช่วงแรกแผลยังไม่พุพอง จึงได้ประสานผู้ปกครองมารับไปส่งโรงพยาบาลเอง ซึ่งเมื่อตนมาถึงเป็นช่วงที่ฝนตกหนัก และขับจักรยานยนต์มาก็พาลูกไปโรงพยาบาลเองไม่ได้ จึงโทรหาเพื่อนที่มีรถยนต์กระบะให้ช่วยมารับลูกส่งโรงพยาบาล

หลังจากนำลูกมาถึงโรงพยาบาล ตนก็โพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อทวงถามหาความรับผิดชอบ และต้องการความเป็นธรรมว่าทำไมโรงเรียนหรือครูไม่รีบนำลูกตนส่งโรงพยาบาลทันที ต่อมาน้องสาวตน ซึ่งเป็นอาของลูกได้โพสต์เฟซบุ๊กของเขาซ้ำไปอีกโพสต์ จนมีคนแชร์และวิพากษ์วิจารณ์ออกไปเยอะ หลังจากนั้นช่วงเย็นปรากฏว่าครูประจำชั้นได้เข้ามาหาตนถึงที่โรงพยาบาล และบอกว่าครูรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าลูกคงจะไม่เป็นอะไรเยอะ และที่ทราบจากลูก ลูกบอกว่าหลังจากถูกลวกได้มีรุ่นพี่นักเรียนเข้ามาช่วยทายาเบตาดีนให้ และต่อมาคุณครูก็เข้ามาทาเบตาดีนให้ซ้ำอีกรอบ

ความประสงค์ของตนอยากให้ทางโรงเรียนออกมาแถลงขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการกระทำแบบนั้นไม่ถูกต้อง ต้องดูแลเด็กนักเรียนให้ดีกว่านี้ มีความรับผิดชอบที่ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะหนักหรือเบาก็ควรจะนำลูกส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่ต้องให้มานั่งรอผู้ปกครองมารับไป หากผู้ปกครองยุ่งงานไม่ได้รับสายมือถือแล้วลูกไม่นั่งรอจนถึงเลิกเรียนหรือ เมื่อลูกไปโรงเรียนก็ถือว่าเป็นลูกหรือผู้ปกครองของครูอีกคนหนึ่งแล้ว เพราะผู้ปกครองมั่นใจแล้วว่าครูต้องดูแลได้ ต้องช่วยกันดูแลไม่ใช่เล็กๆน้อยๆแล้วปล่อยผ่าน ทุกอย่างสำคัญหมด ฐานะคนเป็นพ่อเมื่อไปเห็นสภาพลูกสาวที่นั่ง เจ็บปวด และนั่งร้องไห้ ตนเสียใจ รับไม่ได้

ตอนนี้ทางโรงเรียนต้อง นำตัวลูกไปรักษากับแพทย์เฉพาะทาง และต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลไปก่อน เพราะกลัวว่าแผลจะติดเชื้อ เนื่องจากแผลอยู่ในระดับ 2 ถูกลวกผ่านชั้นผิวหนังไปถึงชั้นเนื้อ ซึ่งลูกก็ยังคงนอนร้องไห้อยู่ เพราะเจ็บปวด ส่วนทางครูประจำชั้นก็ได้ขึ้นมาพบที่โรงพยาบาล พร้อมเอาเงินส่วนตัวจำนวน 1,000 บาทให้ผู้ปกครองก่อนเบื้องต้น และพูดฝากมากับคนรู้จักว่าให้ตนลบโพสต์เฟซบุ๊กออก เพราะมีคนโทรไปสอบถามถึงเรื่องนี้กับทางโรงเรียนเยอะแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรสอบถามนายกำธร ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ตนฝากขอโทษไปยังผู้ปกครอง เพราะเป็นความผิดพลาด ตอนนี้ตนอบรมอยู่ที่ จ.นครนายก ซึ่งมีรอง ผอ.รักษาการแทนอยู่ เหตุการณ์ตอนแรกครูเห็นว่าแผลยังไม่ผุพอง จึงได้นำเด็กไปทำแผลที่ห้องพยาบาล โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ทายาเบตาดีนให้เด็ก ปรากกว่าทำให้แผลร้อน ตนจึงถามครูประจำชั้นว่าทำไมถึงไม่แจ้งไม่รายงานตนมาทันทีทันที ครูประจำชั้นบอกว่ายังไม่เห็นว่าจะเป็นแผลพุพอง ก็เลยไม่ได้นำไปส่งโรงพยาบาล เพียงแค่โทรหาผู้ปกครอง อีกอย่างครูบอกว่ายังเหลือสอบอีกวิชาเดียว จึงได้ให้นักเรียนขึ้นไปสอบก่อนให้เสร็จ

ทั้งนี้สาเหตุที่เกิดจากเด็กซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากแม่ค้าในโรงเรียน ตนสั่งเคยห้ามมาตลอดว่าห้ามพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขายในโรงเรียน เพราะเด็กจะต้องได้กินข้าวให้เรียบร้อย แต่วันนี้เป็นวันสอบ ก็ไม่รู้ว่าแม่ค้าแอบมาขายหรือยังไง

ที่ผ่านมาตนกำชับมาตลอดว่าอะไรที่เกิดขึ้นในโรงเรียนต้องรายงาน แจ้งผู้ปกครอง และต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนทุกกรณี เพราะเราไม่ใช่แพทย์ หลังจากนี้ต้องนัดคุยหาทางออกกับผู้ปกครอง ซึ่งตนกลับไปโรงเรียนวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ ตอนนี้ก็ได้ให้ทางรอง ผอ.เข้ามาดูแลอยู่ที่โรงพยาบาล ประสานแพทย์ที่ดีที่สุดมารักษานักเรียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...