โพลรอยเตอร์ คาด “เฟด” ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน พ.ย. หลังเลือกตั้งสหรัฐ
โพลรอยเตอร์ คาด "เฟด" ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน พ.ย. และคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือน ธ.ค. จับตาเลือกตั้งสหรัฐ
วันที่ 29 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 111 คนของรอยเตอร์ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 7 พ.ย.2567 โดยกว่า 90% คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือน ธ.ค.
นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มรอบการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่รอคอยกันมานานเมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกองทุนของรัฐบาลกลางลง 0.50% เหลืออยู่ในช่วง 4.75-5.00% ข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็มีมากมาย ซึ่งรวมถึงข้อมูลการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการจ้างงาน
โดยการประชุมนโยบายครั้งต่อไปของเฟดมีกำหนดจะเริ่มขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยผลสำรวจความคิดเห็นแสดงให้เห็นว่า การแข่งขันกันอย่างสูสี แต่แรงส่งล่าสุดยังคงตามหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน
นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 111 คนในการสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์ระหว่างวันที่ 23-29 ตุลาคม คาดการณ์ว่าเฟดจะกลับไปลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์หน้า โดย นักเศรษฐศาสตร์มากกว่า 90% หรือ 103 คน คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงในเดือนธันวาคม โดยจะอยู่ที่ 4.25-4.50%
ทั้งนี้ ผลสำรวจค่ามัธยฐานแสดงให้เห็นว่าเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 0.50% ในสองไตรมาสแรกของปี 2568 และจะปรับลดอีกครั้ง 0.25% ในไตรมาสสุดท้ายของปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินทุนเฟดจะอยู่ที่ 3.00-3.25% ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ dot-plot มัธยฐานของเฟดเล็กน้อย
นักเศรษฐศาสตร์เกือบ 80% หรือ 74 คนจาก 96 คน คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินทุนเฟดจะอยู่ในช่วง 3.00-3.25% หรือสูงกว่านั้นภายในสิ้นปี 2568 โดยทางเทคนิคแล้วยังคงอยู่ในเขตที่มีข้อจำกัด การประมาณอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางในปัจจุบันของเฟด ซึ่งเป็นระดับอัตราดอกเบี้ยที่ไม่กระตุ้นหรือยับยั้งเศรษฐกิจอยู่ที่ 2.9%
ขณะที่รายงานอัตราเงินเฟ้อล่าสุด ซึ่งวัดโดยดัชนีราคารายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งเป็นมาตรวัดที่เฟดชื่นชอบ มีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี และคาดว่าจะลดลงเหลือ 2.1% ในเดือนกันยายน จาก 2.2% คาดว่าอัตราเงินเฟ้อ PCE จะแตะเป้าหมาย 2% ในไตรมาสหน้า ตามผลสำรวจ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1% และ 2.0% ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ
อ้างอิง : reuters.com