ปักหมุดเปิด “กาสิโน” 6 จังหวัด เม็ดเงินแสนล้าน-ดันร่างกม.เข้าสภา ธ.ค.นี้
รัฐบาลเร่งดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ดึงเงินใหม่แสนล้าน เคลื่อนเศรษฐกิจประเทศชงกฎหมายเข้า ครม.ดันถกในสภาสมัยหน้า นักเศรษฐศาสตร์แบงก์กรุงไทยชี้ ดูดเม็ดเงินตรงจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 40 ล้านคน ทุนใหญ่พร้อมเสนอตัวลงทุน เปิด 45 ประเด็นประกอบร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ โรงแรม 5 ดาว สนามแข่งรถ สัดส่วนพื้นที่กาสิโน 20% เปิด 24 ชั่วโมง ปักหมุดพื้นที่ 6 จังหวัด ใบอนุญาตไม่เกิน 7 ราย ยกเว้นภาษีนิติบุคคล 10 ปีแรก
เร่งเครื่องแผนกาสิโน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โปรเจ็กต์ Entertainment Complex ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหารายได้เข้าประเทศของรัฐบาลนั้น ความคืบหน้าล่าสุด หลังจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ได้เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปถึงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนำความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเข้าพิจารณาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ตั้งเป้าลงทุนขนาดใหญ่
รายงานข่าวเปิดเผยว่า การผลักดันนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นอกเหนือจากโครงการดิจิทัลวอลเลต ที่จะเริ่มเฟส 2 ปลายปี 2567 และต้นปี 2568 โดยจะนำร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ก่อนเสนอต่อสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนส่งวุฒิสภา
โดยในร่าง พ.ร.บ.จะมีบอร์ด หรือคณะกรรมการบริหารมาทำหน้าที่วางหลักเกณฑ์ วางแนวการบริหารธุรกิจต่าง ๆ ในเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่จะรวมถึงกาสิโนด้วย โดยรัฐบาลตั้งเป้าจะให้มีเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ กระจายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ อาทิ กทม., พัทยา, ภูเก็ต และเชียงใหม่ โดยจะเปิดรับการลงทุนจากนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ และจูงใจด้วยมาตรการภาษี
ข่าวเปิดเผยว่า เชื่อว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่รัฐบาลต้องการให้มีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาลงทุน จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย และจะเป็นตัวช่วยทำให้การท่องเที่ยวประเทศไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น และประเทศมีความพร้อมอยู่แล้วที่จะอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ รวมถึงในเรื่องการเงินที่จะมีความสำคัญมากหากธุรกิจนี้เกิดขึ้น
โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการคลัง ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายขับเคลื่อนนโยบายนี้ คาดการณ์ว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้ภายในปี 2567 เมื่อที่ประชุม ครม.เห็นชอบแล้วจะผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากมีการเปิดสมัยประชุมสภาอีกครั้ง ในกลางเดือนธันวาคม 2567-เมษายน 2568
“ขั้นตอนของการยกร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กระทรวงการคลังส่งเรื่องเข้า ครม. ซึ่งจะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะจัดวาระการประชุมว่าเรื่องไหนจะเข้าเมื่อไหร่ จากนั้นก็มีขั้นตอนการส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างและรอกฤษฎีกาส่งร่างที่ตรวจแล้วกลับมาที่ ครม. ถึงจะส่งไปพิจารณาต่อในรัฐสภาตามลำดับ” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านการประชาพิจารณ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผลคือเสียงส่วนใหญ่ถึง 82% เห็นด้วยกับการให้มีร่างกฎหมายฉบับนี้
หวังรายได้ปีละ 5 หมื่นล้าน
รมช.คลัง กล่าวว่า หากมีการจัดตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นราว 5-20% สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ หนุนจีดีพีช่วงก่อสร้างและช่วงการลงทุน ช่วยเพิ่มรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 40,000 บาทต่อคน ไปสู่ระดับประมาณ 60,000 บาทต่อคนได้ รวมถึงเพิ่มการจ้างงานคนในประเทศด้วย
โดยการเปิดช่องให้คนไทยเข้าไปเล่นในกาสิโนนั้นได้ แต่จะต้องมีค่าเข้าต่อครั้งไม่เกิน 5,000 บาท ขณะที่อายุสัมปทานของโครงการจะมีใบอนุญาต 30 ปี และสามารถต่ออายุได้อีกคราวละ 10 ปี โดยมีค่าใบอนุญาตใบละ 5,000 ล้านบาท และมีค่ารายปีอีกปีละ 1,000 ล้านบาท
“คาดว่า จะดึงดูเม็ดเงินการลงทุนได้ 1 แสนล้านบาทต่อแห่ง สร้างรายได้ภาษี และรายได้อื่น ๆ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี”
ท่องเที่ยวดันกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า ในการลงทุนมีกาสิโนไม่ถึง 10% อยากให้ภาคเอกชนช่วยกัน เป็นตัวสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และโครงการนี้ผลประโยชน์จะเกิดกับประเทศล้วน ๆ เพราะจะมีสิ่งที่เกิดขึ้นในโครงการไม่ใช่แค่บ่อน แต่จะมีสวนสนุก สวนสัตว์ สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้า สถานที่จัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ และขณะนี้ผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกสนใจเมืองไทยจัดงาน แต่ไม่มีสถานที่
เปิดประเด็นประกอบร่าง กม.
ทั้งนี้ ในการรับฟังความคิดเห็นสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. (ร่าง พ.ร.บ.) ปรากฏว่ามี 45 ข้อเสนอ เพื่อนำมาประกอบในการร่างกฎหมาย ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
อาทิ องค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจ ซึ่งทำหน้าที่กำหนดนโยบายต่าง ๆ กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตทั้งหมด ข้อเสนอจากการรับฟังความเห็นระบุว่า ควรเปิดการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด และควรมีด้านพัฒนาชุมชน สิทธิมนุษยชนทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เด็กเยาวชน ผู้ทำงานด้านลดผลกระทบจากอบายมุข เศรษฐกิจมหภาค เศรษฐศาสตร์ชุมชน และภาคประชาสังคมจากพื้นที่ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร
ขณะที่หมวดคณะกรรมการบริหาร ควรมีคณะกรรมการบริหารระดับพื้นที่จังหวัดที่มีการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร
ต้องมีศูนย์การค้า-สนามแข่งรถ
ประเด็นที่เป็นผลจากการทำประชาพิจารณ์ ที่เป็นเรื่องสำคัญอีกด้าน คือ ด้านประเภทธุรกิจสถานบันเทิงในสถานบันเทิงครบวงจร ควรเพิ่มรายละเอียดของแต่ละประเภทธุรกิจสถานบันเทิง เช่น ห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดพื้นที่ อย่างน้อย 500,000 ตารางเมตร โรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป จะต้องมีประเภทธุรกิจสถานบันเทิงให้หลากหลาย ที่น่าจะพัฒนาประเทศไทยได้มากขึ้น เช่น ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่พิพิธภัณฑ์ หรือสนามแข่งรถ
ปักหมุดพื้นที่กาสิโน 20%
ข้อเสนอยังระบุถึงพื้นที่ที่จะตั้งเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่าควรกำหนดให้ชัดเจนไว้ในร่าง พ.ร.บ. เช่น ต้องมีที่ตั้งนอกเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อกระจายรายได้ ควรกระจายไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง หัวหิน หรือกรุงเทพมหานคร
ส่วนพื้นที่กาสิโน ควรกำหนดพื้นที่การเล่นเกมให้ชัดเจนไว้ในร่าง พ.ร.บ. โดยอาจกำหนดไว้ที่ร้อยละ 5-20 ควรสามารถเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับเรื่องจำนวนใบอนุญาตประกอบการนั้น ควรกำหนดให้ชัดเจนไว้ในร่าง พ.ร.บ. โดยไม่ควรกำหนดให้มีใบอนุญาตมากเกินไป เช่น ไม่เกิน 3-7 ราย ในประเทศไทย ควรกำหนดให้ชัดเจนไว้ในร่าง พ.ร.บ. ด้วยว่าแต่ละพื้นที่มีใบอนุญาตได้กี่ใบ เช่น ในกรุงเทพฯ ไม่เกิน 2-3 ราย นอกกรุงเทพฯ ไม่เกิน 5-7 ราย และควรกำหนดเงินที่ได้รับจากค่าธรรมเนียมและภาษีเป็นรายได้ของจังหวัด
ชงเว้นภาษีนิติบุคคล 10 ปีแรก
ข้อเสนอประกอบร่างในกฎหมายในด้านภาษี จะมีการกำหนดอัตราภาษีจากการพนันให้ชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการ โดยอาจแยกอัตราภาษีตามประเภทของลูกค้า เทียบเคียงกับต่างประเทศ ควรกำหนดยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการไว้อย่างชัดเจน
ไม่ควรจัดเก็บภาษีเงินได้จากผู้เล่นที่เป็นคนไทยและคนต่างชาติ ควรกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ผู้รับใบอนุญาตในช่วง 10 ปีแรก แต่จะเก็บภาษีผู้รับใบอนุญาตไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของเงินได้สุทธิของธุรกิจกาสิโน
ขณะที่การเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าเล่นกาสิโนนั้น ควรเก็บในอัตราเท่ากันทั่วทั้งประเทศ ตามกฎหมายกำหนดค่าเล่นของผู้มีสัญชาติไทย 5,000 บาท ควรปรับลดเป็น 1,000-2,000 บาท และควรพิจารณากำหนดมีค่าธรรมเนียมการเข้าเล่นรายปีไว้ด้วย ประมาณ 20,000-40,000 บาท และจะไม่มีการเพิ่มค่าธรรมเนียมของคนไทยในระยะ 10 ปีแรกของการเปิดกิจการ เหมือนกับประเทศสิงคโปร์
ตั้งกองทุนเยียวยาสังคม
อย่างไรก็ตาม ยังมีความคิดเห็นเรื่องสถานบันเทิงครบวงจร อาจกลายเป็นแหล่งของการฟอกเงิน อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการติดพนัน ความแตกแยกของสถาบันครอบครัว อาชญากรรม ศีลธรรม และความสงบเรียบร้อยของประเทศ การตรากฎหมายอนุญาตให้มีกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจรอาจไม่สามารถแก้ปัญหาบ่อนหรือการพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมายได้ และอาจก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงควรกำหนดใหม่กองทุนเพื่อเยียวยาผลกระทบทางสังคม
“กรุงไทย” ชี้ดูดเม็ดเงินทางตรง
ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีตัวเลือกในการเดินทางท่องเที่ยว และหากดูการท่องเที่ยวในเชิงที่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man Made) ของไทยยังมีไม่เทียบเท่าประเทศรอบข้าง ซึ่งรูปแบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในต่างประเทศมีมากกว่าการพนัน มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย
ดังนั้น โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะทำให้ไทยสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวครบ ทำให้นักท่องเที่ยวราว 40 ล้านคนกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้เรื่อย ๆ เพราะมีจุดดึงดูดทุกเพศทุกวัย ทั้งร้านอาหาร สวนสนุก ซึ่งการใช้จ่ายทุกบาทจะหนุนกลับมายังการเติบโตของเศรษฐกิจ (Turn to GDP) หากนักท่องเที่ยวเข้ามาและมีการใช้จ่าย จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมมากขึ้น
ในช่วงของการก่อสร้างโครงการ ช่วยในเรื่องของการจ้างงาน เพราะต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการก่อสร้าง ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผลจากเม็ดเงินและตลาดแรงงานที่ไทยจะได้รับไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
“แฟกเตอร์ผลต่อเศรษฐกิจจะผ่านการใช้จ่ายต่อหัว (Spending per Head) จาก 40 ล้านคนจะเพิ่มขึ้น เพราะเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีหลายอย่างให้ดึงดูดการท่องเที่ยว และในระยะช่วงที่มีการสร้างโครงการก็เหมือนการสร้างสนามบิน ซึ่งเงินทุกบาทจะหนุนจีดีพี และตลาดแรงงานเราโดยตรง”
สภาอุตฯหนุนกาสิโนถูกกฎหมาย
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ข้อดีคือจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว ที่สร้างรายได้เข้ากับประเทศ
“ในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อาจมีธุรกิจกาสิโนเข้ามาแต่ถูกกฎหมาย หากเกิดขึ้นได้จริง มันจะทำให้แก้ปัญหาเรื่องบ่อนเถื่อนหายไป เพราะเดิมมันเรื้อรังควบคุมไม่ได้ เก็บภาษีก็ไม่ได้” นายเกรียงไกรกล่าว
สำหรับจังหวัดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการทำสำรวจ โดยจะมี 2 พื้นที่ คือ ภูเก็ต เป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีศักยภาพกระเป๋าหนัก เกรดดี และจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวน้อย ใช้เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นจุดขายแทน ส่วนข้อเสียอาจมีธุรกิจหลากหลายเกินไป จนควบคุมได้ยาก ดังนั้นรัฐต้องมีมาตรการและกฎหมายควบคุมให้เข้ม
ทุนใหญ่จ้องลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีธุรกิจเอกชนรายใหญ่ให้ความสนใจลงทุน ประกอบด้วย กลุ่มสนามม้านางเลิ้ง ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีที่ดิน 3,000 ไร่ ที่หนองจอก, กลุ่มบริษัท สยามพาร์คซิตี้ หรือกลุ่มสวนสยาม โดยไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ, บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTAผู้รับสัมปทานพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีเนื้อที่ 1,200-1,500 ไร่
นอกจากนี้กลุ่มเดอะมอลล์ โดยศุภลักษณ์ อัมพุช และบริษัท พราว กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงท่องเที่ยว โดยพสุ ลิปตพัลลภ รวมทั้งบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC แต่วัลลภา ไตรโสรัส ทายาทกลุ่มเสี่ยเจริญ ศิริวัฒนภักดี ออกมาปฏิเสธว่ายังไม่ตรงกับโมเดลลงทุนของกลุ่ม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปักหมุดเปิด “กาสิโน” 6 จังหวัด เม็ดเงินแสนล้าน-ดันร่างกม.เข้าสภา ธ.ค.นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net