ไซโน โลจิสติกส์ ลุยอาเซียน ติดปีกซื้อกิจการขนส่งทางอากาศ
ไซโน โลจิสติกส์ หรือ SINO คาดครึ่งปีหลังผลดำเนินงานดีกว่าครึ่งปีแรก ไฮซีซั่นขนส่งสินค้าทางทะเลไปสหรัฐฯ หนุน เดินหน้าเปิดสำนักงานในเวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ทำดีล M&A ธุรกิจขนส่งทางอากาศในประเทศ กระจายความเสี่ยง ลดพึ่งพึงรายได้ขนส่งทางเรือ
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น (SINO) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2567 น่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก ปัจจัยสนับสนุนจากไตรมาส 3 จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาล (ไฮซีซัน) การขนส่งสินค้าทางเรือไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท และคาดว่าต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4 ดังนั้นจะส่งผลเชิงบวกต่อปริมาณการขนส่งสินค้า ช่วยสนับสนุนให้ปริมาณการขนส่งสินค้าทั้งปี 2567 แตะระดับ 53,000 ตู้ ได้ตามเป้าหมาย คาดว่ามีรายได้รวม 2,300 ล้านบาท
ปัจจุบัน SINO มีสัดส่วนรายได้จากการขนส่งไปตลาดสหรัฐฯ ประมาณ 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% มาจากตลาดยุโรปและเอเชีย โดยบริษัทอยู่ระหว่างการขยายตลาดเพิ่มเติมไปยังนิวยอร์ก หากดำเนินการเสร็จสิ้น คาดว่าจะช่วยให้ต้นทุนในตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะขยายบริการขนส่งทางอากาศ (Air Freight) มากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจขนส่งทางเรือ (Sea Freight) โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ธุรกิจขนส่งทางอากาศในประเทศ คาดว่าได้ข้อสรุปต้นปี 2568 และสามารถรับรู้รายได้ทันที ส่วนแหล่งที่มาของเงินลงทุน บริษัทยังมีเงินเพิ่มทุนที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เหลืออยู่ราว 262 ล้านบาท
"ภายหลังการเข้าซื้อกิจการขนส่งทางอากาศ คาดว่าสัดส่วนรายได้จะขยับขึ้นเป็น 5% ในปี 2568 จากปัจจุบันอยู่ที่ 1% เท่านั้น และวางเป้าหมายระยะยาวสัดส่วนรายได้จากธุรกิจขนส่งทางอากาศจะเพิ่มขึ้นเป็น 10% "
นายนันท์มนัส กล่าวอีกว่า บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจด้วยการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ โดยมุ่งเน้นไปยังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพิ่มเติม เช่น เวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย หลังจากที่ได้เปิดสำนักงานที่มาเลเซียแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการลูกค้าในภูมิภาค และช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขัน โดยคาดว่าภายในปี 2567 นี้ จะเห็นความชัดเจนหนึ่งประเทศ
SINO ประกอบธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) ทั้งทางทะเล ทางอากาศ และทางบก รวมถึงบริการให้เช่าคลังสินค้า การให้บริการด้านพิธีศุลกากร และบริการสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั่วโลก (End-to-End Global Logistics)
ครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้รวม 1,509 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเล คิดเป็น 95% ของรายได้จากการให้บริการทั้งหมด ส่วนรายได้จากการให้บริการเช่าคลังสินค้าคิดเป็น 1% รายได้จากการให้บริการสนับสนุนอื่นๆ คิดเป็น 3% และรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ (Air Freight) คิดเป็น 1% ของรายได้จากการให้บริการทั้งหมด