24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2567
>> รถบรรทุก ชนรถจักรยานยนต์ มีบาดเจ็บหลายราย และเสียชีวิต 1 ราย
07.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถบรรทุก ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ถนนเลียบคลองสอง ปากซอยบงกช 57 ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน ราชบุรี และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง - ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.บางปะกอกรังสิต 2 และ รพ.ภัทร - ธนบุรี และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง
>> หนุ่มใหญ่ พาสาวเข้าโรงแรมม่านรูด ตื่นเช้ามาพบเป็นศพดับคาเตียง เจอแผงไวอาก้าถูกแกะกิน 3 เม็ด
10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ตรวจสอบได้รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ริมถนนราชพฤกษ์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุภายในห้องพักห้องหนึ่ง พบร่างของชายไทย อายุ 55 ปีนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเตียงสวมเสื้อโปโล แขนสั้นสีแดงเลือดหมู ท่อนล่างเปลือย มีผ้าห่มห่มตัวไว้ และยังพบซองถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว 1 ชิ้นวางอยู่ปลายเตียง ในกระเป๋าสัมภาระยังพบยาไวอาก้า 1 แผง 4 เม็ดถูกแกะกินไปแล้ว 3 เม็ด นอกห้องพบรถเก๋งสีขาว ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตมาใช้บริการโรงแรมกับหญิงสาวชาวลาว
จากการสอบสวน สาวชาวลาว ที่มากับผู้ตาย เล่าว่า ตนรู้จักพูดคุยกับผู้เสียชีวิตมาสักระยะหนึ่งแล้ว ตนทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางรักน้อย เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตได้ไปรับตนที่ทำงานเข้ามาใช้บริการโรงแรมม่านรูดช่วงเวลา 03.00 น. กระทั่งมีอะไรด้วยกัน 1 ครั้งก่อนจะหลับไป หลังจากนั้นตื่นมาช่วงเวลา 10.00 น. เริ่มผิดสังเกตเห็นว่าผู้เสียชีวิตนอนอยู่ในท่าเดิมจึงจับตัวเพื่อปลุกเรียกถึงได้รูัว่าตัวแข็ง จึงแจ้งพนักงานโรงแรมเพื่อขอความช่วยเหลือกระทั่งกู้ภัยและตำรวจมาถึงยืนยันว่าเสียชีวิต โดยทางแพทย์ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยจากถูกทำร้ายเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 3-4 ชั่วโมง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ ส่วนของสาเหตุยังไม่สามารถสรุปได้จะต้องมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
>> สำนักงานกำลังพล ตร. ชี้แจงข่าวตำรวจลาออก โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ไม่เป็นความจริง
12.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงประชาสัมพันธ์ กรณี “จำนวน” ข้าราชการตำรวจที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (จะมีผลในการลาออกจากราชการตามโครงการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567) ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพิจารณาเลื่อนยศสูงขึ้น 1 ชั้นยศ
กรณีปรากฎเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมโครงการนี้ เป็นจำนวนมาก คือ 15,000 ราย นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอชี้แจงว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวสำหรับปีนี้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรับสมัคร ยังไม่แล้วเสร็จแต่ประการใด
ทั้งนี้ จากการสำรวจยอดผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ ในเบื้องต้น จากหน่วยต่างๆ พบว่า มีเพียงจำนวน 1,218 ราย (เป็นชั้นสัญญาบัตร 1,117 ราย และชั้นประทวน 101 ราย) น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 1,407 ราย จึงชี้แจงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบทั่วกัน
>> คนร้ายลอบวางระเบิด 3 จุดเมืองปัตตานี โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จนท.เร่งสอบสวน ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
13.05 น. กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเหตุลอบวางระเบิด 3 จุด ในพื้นที่ อ.เมือง จ. ปัตตานี เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ก่อเหตุลอบวางระเบิด บริเวณถนนสายสะพานปลา ภายในเขตพื้นที่ตลาดสะพานปลา หมู่ที่ 8 ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จำนวน 3 จุด
จุดแรก เกิดเหตุระเบิดขึ้น บริเวณถังขยะริมถนนสายสะพานปลา ภายในเขตพื้นที่ตลาดสะพานปลา ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบ เป็นระเบิดแบบแสวงเครื่องไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน โดยคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนไว้บริเวณถังขยะที่้เกิดเหตุ
จุดที่ 2 เกิดเหตุระเบิด บริเวณเกาะกลางถนนสายสะพานปลา ภายในเขตพื้นที่ตลาดสะพานปลา ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแบบแสวงเครื่องไม่ทราบภาชนะบรรจุและการจุดชนวน โดยคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนไว้บริเวณเกาะกลางถนนที่เกิดเหตุ
และจุดที่ 3 เกิดเหตุระเบิด บริเวณถนนสายสะพานปลา บริเวณริมกำแพงด้านหลัง สถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบภาชนะบรรจุและการจุดชนวน โดยคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน นำมาจอดทิ้งไว้บริเวณที่เกิดเหตุ
ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการรวบรวมวัตถุพยาน และหลักฐานต่างๆ เพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> บุกค้นโกดัง บุหรี่ไฟฟ้า ย่านปทุมธานี ได้ของกลางมูลค่ากว่า 36 ล้านบาท
14.00 น. เจ้าหน้าที่ทหาร มณฑลทหารบกที่ 11 ร่วมกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันบุหรี่ผิดกฎหมาย การยาสูบแห่งประเทศไทย เข้าปิดล้อมตรวจค้น โกดังเก็บสินค้า จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ ซอย บงกช 35 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และโกดังพื้นที่ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
จากการตรวจค้นที่โกดังคลองสี่ พบบุหรี่ไฟฟ้า แบบสูบแล้วทิ้ง จำนวน 127,150 ชิ้น มูลค่า 25,430,000 บาท
ส่วนที่โกดังคลองสอง พบบุหรี่ไฟฟ้า แบบสูบแล้วทิ้ง จำนวน 56,200 ชิ้น มูลค่า 11,240,000 บาท รวมมูลค่าทั้ง 2 โกดัง 183,350 ชิ้น ประมาณ 36 ล้านบาท สามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้ 6 คน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เหตุแก๊สรั่วแล้วเกิดระเบิดในอู่ต่อเรือที่อยุธยา คนงานเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 3 ราย
14.10 น. มูลนิธิร่วมกตัญญูพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุ เกิดเหตุระเบิดในอู่ต่อเรือย่านบางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 3 คน โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้เลี่ยงเส้นทางใกล้อู่ต่อเรือเพื่อให้รถพยาบาลและกู้ภัยไปช่วยเหลือ
จากการสอบถาม นายอัญวุฒิ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวว่า ขณะนี้กู้ภัยกำลังระดมทีมเข้าไปจุดเกิดเหตุ เนื่องจากมีรายงานว่าเหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้น ต.สนามชัย เบื้องต้นมีการยืนยันเสียชีวิต 2 คน เป็นแรงงานข้ามชาติ และบาดเจ็บ 3 คน นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
ในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนงานของอู่ต่อเรือกำลังทำการต่อเชื่อมเหล็ก เพื่อทำโป๊ะท่าเทียบเรือ ประกายไฟที่เชื่อมเหล็ก ไปทำปฏิกริยากับตัวโป๊ะที่เพิ่งจะมีการทาสีกันสนิม มีส่วนประกอบของทินเนอร์ ที่มีไอระเหยอยู่จึงเกิดการระเบิดขึ้น ทั้งนี้จากการตรวจสอบอู่ต่อเรือแห่งนี้ เมื่อปี 1 ก.ค.2559 เกิดเหตุระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ในเรือที่เกิดเหตุ
>> “วิว กุลวุฒิ-เมย์ รัชนก” 2 นักแบดมินตันไทย เข้าพบ ผบ.ตร.ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น
16.00 น. ส.ต.ท.กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ป. นักกีฬาแบดมินตันชายเดี่ยว ที่คว้าเหรียญเงินประเภทชายเดี่ยว ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 และ ส.ต.ต.หญิง รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันหญิงเดี่ยว ที่เป็นอีกหนึ่งตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมด้วย นางกมลา ทองกร เจ้าของโรงเรียนสอนแบดมินตันบ้านทองหยอด เข้าพบ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ณ สำนักงาน ผบ.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้าราชการตำรวจจำนวนมากให้การต้อนรับสองนักกีฬาและคณะ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชม "วิว" ส.ต.ท.กุลวุฒิฯ ที่สามารถคว้าเหรียญเงินกีฬาแบดมินตัน ชายเดี่ยว ในการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งชื่นชม "เมย์" ส.ต.ต.หญิง รัชนกฯ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาแบดมินตันในครั้งนี้ ซึ่งการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ถือเป็นความภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและคนไทยทุกคน โอกาสนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบพระพุทธรูปและเงินรางวัลให้กับ "วิว" ส.ต.ท.กุลวุฒิฯ และ "เมย์" ส.ต.ต.หญิง รัชนกฯ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจด้วย
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานกำลังพล ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ส.ต.ท.กุลวุฒิฯ เป็นนักกีฬาทีมชาติที่มีผลการแข่งขันดีเด่นในการแข่งขันที่องค์การกีฬาระดับนานาชาติให้การรับรอง จึงให้สิทธิได้รับคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร รับเงินเดือนตามคุณวุฒิได้ ซึ่งขณะนี้ ส.ต.ท.กุลวุฒิฯ อยู่ระหว่างศึกษาในระดับปริญญาตรี ดังนั้น หลังจากที่มีคุณวุฒิแล้ว ประธานคณะกรรมการบริหารการกีฬาแบดมินตัน หรือกองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล จะเป็นผู้เสนอรายชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรต่อไป
>> ตำรวจสระบุรี กวาดล้างยาเสพติด จับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด มูลค่ากว่า ร้อยสี่สิบล้านบาท
16.13 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อม นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจ.สระบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่
ทางชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธ จว.สระบุรี พร้อมกำลังเข้าแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม นายสอ และนายพอ (นามสมมุติ) ได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 10 ต.หนองยาว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี พบของกลางยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านเป็นจำนวนมาก ส่วน น.ส.เอ (นามสมมุติ) หลบหนีไปได้ขณะเข้าตรวจค้นจับกุม และในเวลาต่อมานำหมายศาลติดตามไปจับกุมตัวได้ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จึงคุมตัวมาดำเนินคดีในคดีเดียวกัน
โดยกล่าวหา นายสอ และพวกกระทำผิดฐาน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเกท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และจากการขยายผล สามารถจับกุม นายออ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้ที่มารอรับยาเสพติดได้อีก 1 คน ซึ่งยาเสพติด ของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 146,000,000บาท โดยแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ต้องหาว่าร่วมกันกระทำอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป
>> รวบหนุ่มใหญ่ ปลอมตัวเป็นผู้กำกับ ปคม. หลอกตุ๋นเงินเหยื่อวิ่งเต้นล้มคดียาเสพติด 4 แสนบาท
17.00 น. พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผกก.2 บก.ปคม.) นำกำลังเข้าจับกุม นายวอ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ข้อหา "ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น" พร้อมของกลาง เครื่องหมายยศพันตำรวจเอก แผ่นป้ายอาร์มสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และ กองบังคับการ ปคม., แพรแถบหลักสูตรผู้กำกับ, เครื่องหมายนักเรียนนายร้อยตรวจ, ป้ายชื่อ, เสื้อโปโลโลโก้ตำรวจ ปคม. และปืนบีบีกัน 1 กระบอก โดยจับกุมตัวได้ที่ วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่า นายวอ มีพฤติกรรมชอบแต่งกายเป็นตำรวจ แอบอ้างตัว ผกก. 2 บก.ปคม. ไปหลอกเงินผู้เสียรายหนึ่ง โดยอ้างว่า ตนเองสามารถวิ่งเต้นล้มคดียาเสพติดแฟนหนุ่มผู้เสียหายได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายเงินค่าดำเนินการต่างๆ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อยอมโอนเงินค่าดำเนินการให้เรื่อยมา รวมเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท ต่อมาผู้เสียหายเกิดเอะใจ เนื่องจากบุคลิกท่าทางของนายวอ ดูไม่เหมือนตำรวจทั่วไป จึงนำชื่อและภาพถ่ายของนายวอ ไปให้คนรู้จักที่เป็นตำรวจช่วยตรวจสอบ ก่อนพบว่าไม่ใช่ตำรวจจริง จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จนมีการออกหมายจับ
เบื้องต้น นายธนวัฒน์ รับสารภาพว่า ได้แอบอ้างตัวเป็น ผกก.2 บก.ปคม. เพื่อหลอกลวงเงินเหยื่อจริง ส่วนที่แต่งตัวหรืออ้างตัวเป็นตำรวจนั้น เพราะเป็นอาชีพในฝัน จึงไปหาซื้อชุดเครื่องแบบมาใส่ นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า เคยถูกดำเนินคดี ฉ้อโกง ในพื้นที่นครบาลมาแล้ว ก่อนจะมาถูกจับในคดีล่าสุด จากนั้นจึงนำตัวส่ง สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> แก๊สหุงต้มรั่วแล้วเกิดระเบิด ไฟไหม้บ้านหรูวอดทั้งชั้น โชคดีคนในบ้านหนีรอดปลอดภัย
18.06 น. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทางบก เทศบาลห้วยใหญ่ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เหตุเกิดที่ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึง นำกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ มีกลุ่มชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นสัญชาติจีนแตกตื่น ออกมามุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ที่บ้านหรูสองชั้นบนพื้นที่กว่า 70 ตารางเมตร โดยเจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำ เข้าสกัด ไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านหลังข้างเคียง ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง ตรวจสอบภายในบ้านพบทรัพย์สินได้รับความเสียหายทั้งหมด และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ชลบุรี ถูกแรงระเบิดจนกระจกฝั่งผู้โดยสารแตกได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีรายงาน ผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
สอบถาม คนจีนที่พักอาศัยอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวผ่านล่ามแปลภาษา ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว อาศัยอยู่ที่กันสามคน เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 35 ถึง 45 ปี 2 คน และเด็กผู้ชายอายุประมาณ 10 ถึง 15 ปี เล่าให้ล่ามแปลภาษาฟังว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังประกอบอาหาร แล้วเกิดเปลวไฟพุ่งออกมาจากถังแก๊ส ด้วยความตกใจจึงพากันวิ่งหนีตายเอาชีวิตรอดออกมาจากบ้าน มาขอความช่วยเหลือจากบ้านใกล้เคียง ก่อนที่แก๊สจะเกิดระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว โชคดีที่เอาชีวิตรอดออกมาได้ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเขตสอง จังหวัดชลบุรี จะลงพื้นที่ตรวจสอบ หาสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> โจรหนุ่มทรงเนิร์ด ทำทีขอดูทองจะซื้อให้แฟน ก่อนชักปืนขึ้นขู่ แล้วชิงทอง 2 บาทเผ่นหนี
19.40 น. สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าไปชิงทอง ที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ภายในศูนย์การค้า ริมถนนทองใหญ่ เทศบาลนครอุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พนักงานร้าน ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ และนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน กล้องวงจรปิดระบุเวลาประมาณ 19.30 น. มีชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 160-165 ซม. อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดแขนยาวสีกรมท่า กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ ผมรองทรง ใส่แว่นสายตา สวมหน้ากากอนามัยสีดำปิดบังใบหน้า สะพายกระเป๋าสีดำ ทำทีเข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำ ก่อนชักปืนสั้นออกมาจากกระเป๋าเพื่อข่มขู่ แล้วหยิบเอาสร้อยคอทองคำ 2 เส้น เส้นละ 2 บาท มูลค่าประมาณกว่า แสนหกหมื่นบาท แล้วเดินหลบหนีออกจากร้านไป เบื้องต้นมีพยานเห็นว่าคนร้ายไม่มียานพาหนะ เดินข้ามทางรถไฟมุ่งหน้าไปยังวังมัจฉาหนองบัว
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งได้รีบนำกำลังออกมาที่เกิดเหตุทันที ตรวจสอบแล้วยังไม่แน่ชัดว่าคนร้ายจะเป็นมืออาชีพหรือไม่ แต่ภาพวงจปิดก็สามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุเอาไว้ได้ทั้งหมด เบื้องต้นได้ให้ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจชุดป้องกันและปราบปราม ลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัวคนร้ายทันที คาดว่ายังอยู่ในพื้นที่ ซึ่งได้ประสานไปยังศูนย์วิทยุสื่อสาร ให้วิทยุสกัดตัวคนร้ายเอาไว้ ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ฝากถึงประชาชนที่ติดตามข่าว หากพบเบาะแสคนร้ายตามคลิปและภาพจากวงจรปิด สามารถประสานกลับมายัง สภ.เมืองอุดรธานี
>> นายกฯ เตือนชาวไทยในญี่ปุ่น ติดตามสถานการณ์และประกาศจากทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
19.56 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เตือนชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่ประเทศญี่ปุ่นให้ติดตามสถานการณ์ต่อกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ริกเตอร์ ที่กรุงโตเกียวและพื้นที่โดยรอบ เมื่อช่วงหัวค่ำวันนี้ (เวลา 19.57 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) โดยมีศูนย์กลางในเมืองหลวงและจังหวัดคานากาวะไซตามะยามานาชิ และชิซูโอกะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งเตือนภัยสึนามิ
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังสถานการณ์ ประเมินเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง หากต้องให้ให้ความช่วยเหลือชาวไทยในพื้นที่ พร้อมให้ประชาสัมพันธ์เตือนชาวไทยให้ ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือน จากทางการญี่ปุ่น และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
>> รถแท็กซี่ ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต
21.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถแท็กซี่ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้า ช่องทางหลัก ช่วงซอยพระราม 2 ซอย 94 ในพื้นที่เขตบางขุนเทียน กทม.
ที่เกิดเหตุ พบรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ข้างทาง สภาพหน้ารถพังเสียหาย และที่กระจกหลังรถ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสารทราบชื่อต่อมา นายบรรพต อายุ 19 ปี และใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ล้มคว่ำในสภาพพังเสียหาย ในส่วนของสาเหตุทีแท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ
>> รถบรรทุก ชนกับรถสามล้อเครื่อง มีผู้เสียชีวิต
03.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถสามล้อเครื่อง ชนกับรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก และมีผู้เสียชีวิต ถนนสุขสวัสดิ์ ฝั่งมุ่งหน้าแยกพระสมุทรเจดีย์ บริเวณหน้าปากซอยตาชั้น ในพื้นที่ ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถสามล้อเครื่อง สีเหลือง - น้ำเงิน ป้ายทะเบียน สมุทรปราการ อยู่ในสภาพรถพังเสียหายยับ และห่างออกไปพบรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน นนทบุรี สภาพพลิกตะแคงและมีร่องรอยการชนพังเสียหายหน้ารถ ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อต่อมา นายสงวน อายุ 73 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์