โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสม.ลงพื้นที่หลังจากชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน โวยถูกอุทยานฯแย่งที่ทำกิน-ยึดไร่เหล่า ชาวบ้านถูกจับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ส.ค. 2567 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 09.27 น.

กสม.ลงพื้นที่หลังจากชุมชนลุ่มน้ำสาละวินโวยถูกอุทยานฯแย่งที่ทำกิน-ยึดไร่เหล่า ชาวบ้านถูกจับถูกฟ้องศาล ประจาน“แม่ฮ่องสอนโมเดล”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม คณะทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ลงพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีที่ชาวบ้านที่อาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติ สาละวินถูกดำเนินคดีและถูกยึดที่ทำกิน

โดยในวันที่ 7 สิงหาคม ได้มีการจัดประชุมร่วมกับชาวบ้านในหย่อมบ้านต่างๆ ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน อาทิ บ้านแม่ก๋อน แม่สะบา ห้วยยาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัญหาถูกดำเนินคดี โดยในที่ประชุมได้มีการหารือกันถึงข้อมูลพื้นที่ทำกินที่ถูดยึด ซึ่งกสม. ได้รับข้อมูลดังกล่าวจากอุทยานแห่งชาติสาละวินเช่นกัน ซึ่งมีการดำเนินคดีและยึดที่ดินทำกิน บ้านแม่ก๋อน จำนวน 6 แปลง บ้านแม่สะบา จำนวน 3 แปลง บ้านแม่ละมอง จำนวน 3 แปลง และบ้านห้วยยาก จำนวน 7 แปลง

จากนั้นในวันที่ 8 สิงหาคม คณะทำงาน กสม.ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านแม่ละมอง ร่วมกับชาวบ้านพร้อมทั้งรับฟังข้อมูลจากชาวบ้านและผู้นำชุมชน ในขณะที่มีฝนตกหนักทั้งวันและเส้นทางสัญจรเป็นดินโคลนเนื่องจากขึ้นไปบนดอย

นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ร่วมกัน เห็นชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินไร่เหล่า (ไร่หมุนเวียนที่เว้นระยะเพื่อการฟื้นฟูของชาวบ้าน) เช่น กรณีของนายหม่อง ส่วยนุ มีลูก 8 คน แปลงที่อุทยานฯ ยึดไปนั้นมีจำนวน 2 แปลง เจ้าของที่ดินบอกว่าได้รับที่ดินนี้มาจากพ่อแม่ เป็นที่ดินมรดก 40-50 ปี เนื่องจากเป็นไร่หมุนเวียน ได้มอบให้ลูก ซึ่งต่อมามีการดำเนินการ “แม่ฮ่องสอนโมเดล” จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาสำรวจ จับพิกัด GPS และนำมาสู่การจับกุม

นายสะท้าน กล่าวว่า กรณีที่ดินของนายมงคล มีจำนวน 6 ไร่ ตอนนี้เหลือเพียงไร่ครึ่ง เนื่องจากอุทยานฯ แจ้งว่าไม่ปรากฎในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ทั้งที่ชาวบ้านยืนยันว่าเป็นไร่เหล่า ไม่ใช่ขยายเข้าไปในพื้นที่ป่าแต่อย่างใด เช่นเดียวกับที่บ้านห้วยยาก เป็นพื้นที่ไร่เหล่าเช่นกัน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาเดินสำรวจ แต่จากนั้นอุทยานฯ ก็มาติดป้ายและดำเนินคดีชาวบ้านสองคนสามีภรรยา จนมีคำพิพากษาปรับจำนวน 2.3 แสนบาท รอลงอาญา ซึ่งชาวบ้านทั้งสองได้จ่ายไปแล้ว 2 งวด รวม 1.1 แสนบาท

“จู่ๆ ครอบครัวต้องมีหนี้สิน ที่ทำกินก็ถูกยึดไป ทั้ง 2 คนทำกินในพื้นที่เดิมเป็นพื้นที่ไร่หมุนเวียนในโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินแม่ฮ่องสอนโมเดล ชาวบ้านวางแผนว่าจะร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ช่วยผลักดันแก้ไขปัญหา เพราะเป็นปัญหาของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่ทำกินไม่ได้ ที่ผ่านมาอุทยานฯ ได้มีเจ้าหน้าที่มาประชุมกับชาวบ้าน บอกว่าให้ทำกินได้ทุกแปลง แม่ฮ่องสอนโมเดล ตามพ.ร.บ.ใหม่”นายสะท้าน กล่าว

นายนุ ชำนาญคีรีไพร ผู้นำชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่าการลงพื้นที่ของ กสม. ครั้งนี้มีการเตรียมเอกสาร แผนที่โมเดล เอกสารของชาวบ้าน หารือปัญหาและแนวทางการแก้ไข ว่า ชาวบ้านถางไร่ทำไร่หมุนเวียนตามวิถีชีวิตของชาวปกากญอ แต่การรังวัดของอุทยานฯ กลับไม่ตรงกัน ไม่ตรงกับโมเดล

“กสม. มาลงพื้นที่ ชาวบ้านก็พาไปดู ฝนตกทางเละก็อยากพาไปดูว่าเป็นพื้นที่ทำกินของเราจริงๆ ไม่ได้บุกรุกป่า แต่เราทำไร่หมุนเวียน สืบทอดกันมาป่าก็ไม่เคยหมดไป เป็นการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ป่า วันนี้ชาวบ้านบอกว่าขอให้กสม. ลงมาดูปัญหาก่อน ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรในพื้นที่ หากจำเป็นก็ไปขั้นตอนต่อไป พยายามแบบนี้ไปก่อน” นายนุ กล่าว

ทั้งนี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านหมู่บ้านแม่ก๋อน หมู่ที่ 5 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กว่า 20 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงซึ่งอาศัยอยู่และทำกินในป่าบริเวณนี้มาก่อนอุทยานแห่งชาติสาละวิน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการจัดการที่ดินของโครงการแม่ฮ่องสอนโมเดล โดยทางอุทยานแห่งชาติสาละวินเข้ามายึดพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน และยังมีการดำเนินคดีกับชาวบ้านในข้อหาบุกรุกป่า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสม.ลงพื้นที่หลังจากชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน โวยถูกอุทยานฯแย่งที่ทำกิน-ยึดไร่เหล่า ชาวบ้านถูกจับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...