โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

SHEIN ฟาสต์แฟชั่นเสื้อผ้ายอดขายหมื่นล้าน แต่ครั้งหนึ่งธุรกิจเกือบถูกแบนเพราะเรื่องนี้

SMART SME

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 09.25 น. • Smart SME

ธุรกิจจีนที่ถูกขนานนามว่า “มังกรสี่ตัวแห่งอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน” อย่าง SHEIN กับ TEMU จะออกมาฟาดฟัน เล่นงานกันเอง แม้จะเป็นบริษัทที่มาจากประเทศเดียวกันก็ตาม

กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อ SHEIN แพลตฟอร์มขายเสื้อผ้าออนไลน์ยื่นฟ้อง TEMU แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่อศาลรัฐบาลกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์แบบจงใจผ่านการตลาดที่ผิดกฎหมาย ขโมยความลับทางการค้า และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น การใช้เครื่องหมายทางการค้าของ SHEIN มาดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปใช้บริการของ TEMU, พนักงาน TEMU ล้วงข้อมูลสำคัญอย่างรายละเอียดสินค้าไป, การออกแบบเสื้อผ้าที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

แพลตฟอร์ม SHEIN

สำหรับ SHEIN และ TEMU ล้วนมีโมเดลธุรกิจใกล้เคียงกัน โดยเน้นขายสินค้าราคาถูกจึงได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว ช่วงหลังเราได้ยินชื่อของ TEMU มาเยอะแล้ว แต่ SHEIN ก็ถือว่ามีเส้นทางธุรกิจที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และครั้งหนึ่งแบรนด์เคยถูกบอยคอตกับเรื่องสิทธิมนุษยชนกับสิ่งแวดล้อมมาแล้ว

SHEIN ถูกยกให้เป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นชั้นนำของโลก สัญชาติจีน ก่อตั้งในปี 2008 โดย Chris Xu ที่ค้นพบคีย์เวิร์ดสำคัญในโลกธุรกิจ คือ “สินค้าจีนเป็นที่ต้องการทั่วโลกสูง” จึงตัดสินใจสร้างร้านค้าปลีกออนไลน์ขึ้นมา ขายเสื้อผ้าแฟชั่นในราคาไม่แพง จากเดิมที่ขายแค่ชุดแต่งงาน ก็ต่อยอดมาเป็นเสื้อผ้าสตรี และแบรนด์ SHEIN ก็ให้ความหมายโดยชื่ออยู่แล้วว่าทำออกมามีกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร

กลยุทธ์ที่สำคัญของ SHEIN ที่ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการเน้นการนำเสนอสินค้าอย่างรวดเร็ว ตามข้อมูลจาก Zhongjin Research เผยว่า SHEIN ใช้เวลาออกแบบ และเปิดตัวสินค้าคอลเลกชันใหม่ด้วยการใช้เวลาเพียง 7-15 วันเท่านั้น หากคิดระยะ 1 ปี แบรนด์ออกสินค้าใหม่มากกว่า 1 ล้านรายการ มากกว่าคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันอย่าง Zara และ H&M แน่นอนว่าทำให้ลูกค้าตื่นตัวกับสินค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ร้าน SHEIN

ปัจจัยที่ทำให้ SHEIN ทำแบบนี้ได้มาจากการใช้วิธีการแบบใหม่ คือการสั่งซื้อเสื้อขั้นต่ำจากโรงงาน 100-200 ชิ้น พร้อมทั้งติดตามว่าเสื้อตัวนั้นได้รับความนิยมจากลูกค้าหรือไม่ ก่อนตัดสินใจจะผลิตขั้นสุดท้าย กลยุทธ์นำมาสู่การลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด รวมถึงขายในราคาถูกได้ เลยได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นด้วยการออกแบบที่ดูแล้วทันสมัย

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างผลกระทบให้กับแบรนด์ หนีไม่พ้นปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยมีผลสำรวจออกมาว่าอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นปล่อยมลพิษมากเป็นอันดับ 2 แน่นอนว่าแบรนด์ที่อยู่ในนี้ก็หนีไม่พ้นการถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับ SHEIN ที่แม้บริษัทพวกเขาใช้เทคโนโลยีที่ลดพลังงาน มีการใช้วัสดุหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่ใช้วัสดุอย่างเส้นใยโพลีเอสเทอร์รีไซเคิลจะวางขายในราคาเท่านี้ และเสื้อผ้าของแบรนด์ยังใช้พลาสติกบรรจุ เลยดูแล้วไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่

สินค้าแบรนด์ SHEIN

ไม่เพียงเท่านั้น SHEIN มีข่าวหลุดออกมาว่าแบรนด์มีการใช้แรงงานเด็กแบบไม่สมัครใจ นอกจากนี้ แรงงานยังต้องทำงานถึงวันละ 15 ชั่วโมง และต้องจัดส่งออเดอร์แบบเร่งด่วน เหล่านี้นำมาสู่กระแสการแบน SHEIN :ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ความจริงกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไร

ปัจจุบัน SHEIN เป็นผู้ค้าปลีกสินค้าแฟชั่นออนไลน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก โดยไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าแฟชั่น-เครื่องประดับของผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังพัฒนามีสินค้าสำหรับผู้ชาย เพื่อเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2023 SHEIN มีรายได้อยู่ที่ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (7.8 แสนล้านบาท) เปิดสาขาให้บริการมากกว่า 150 ประเทศ

ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู, SHEIN, CNBC

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...