ยกเลิกกรมธรรม์ฯ หลังพบป่วยร้ายแรง เอาเปรียบผู้บริโภค แนะแก้กฎหมายคุ้มครอง ปชช.
.
เทรนด์ประกันในยุคนี้ ถือว่าเป็นของจำเป็นมาก เพราะเป็นการคุ้มครองด้านวงเงิน และการรักษาให้ครอบคลุมในนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ ทำให้ผู้เอาประกันได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทย เฉพาะไตรมาสแรก ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรวมถึง 163,959 ล้านบาท โดยประกันที่มีความนิยมที่สุดคือ ประกันสุขภาพและคุ้มครองโรคร้ายแรง ที่มีเบี้ยประกันภัยรับมากกว่า 32,776 ล้านบาท สาเหตุหลักๆ มาจากการที่ประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพและเริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการทำประกันคุ้มครองสุขภาพและประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงมากขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงและรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินช่วงวัยเกษียณมากขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักที่จะต้องมีเงินออมที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายช่วงวัยเกษียณ พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิต และสิทธิการลดหย่อนภาษีอีกด้วย
.
แต่แม้ว่าคนจะนิยมซื้อประกันแค่ไหน ก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึงตลอดไป ล่าสุดก็มีประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างมาก สำหรับผู้เสียหายที่มีการเผยแพร่ผ่านกลุ่ม ‘ผู้บริโภค’ ว่าถูกบริษัทยกเลิกไม่ให้ต่อกรมธรรม์ หลังจากตรวจพบโรคร้ายแรง โดยกรมธรรม์ที่เธอได้ทำไว้ เป็นประกันสุขภาพที่มีการทำตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 และแทบไม่มีการใช้ประกันตัวนี้เลย แต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เธอก็ได้ตรวจพบโรคร้ายแรงทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 3 แสนบาท ซึ่งบริษัทกรรมธรรม์ก็จ่ายมา 2 แสนกว่าบาท แต่ไม่ทันจะต่อ บริษัทก็ยื่นจดหมายมาหาเธอว่าจะขอยกเลิกกรรมธรรม์ เทลูกค้าดื้อ ๆ ทำเอาเธอช็อกและเสียใจอย่างมาก เพราะยังไงก็ต้องมีการรักษาโรคนี้ต่อไปไม่หายขาดอยู่แล้ว
.
.
ผู้เสียหายได้เปิดเผยกับสำนักข่าว The Publisher ว่า สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายนั้นแฟร์กับราคากรมธรรม์ที่เสียไปต่อไป ซึ่งพอใจกับประกันสุขภาพมาก แต่รู้สึกผิดหวังกับการส่งจดหมายยกเลิกของบริษัทประกันที่ไม่มีการชี้แจงสาเหตุถึงการยกเลิกตามสัญญาที่ชัดเจน
.
The Publisher ได้สอบถามไปยังโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคของสภาองค์กรของผู้บริโภคทำให้ทราบข้อมูลว่า กรณีเช่นนี้มักเกิดขึ้นจากสัญญาที่มักไม่เป็นธรรม เพราะสัญญาประกันส่วนใหญ่ที่มักจะร่างจากบริษัทประกันฝ่ายเดียว สิ่งนี้เป็นข้อได้เปรียบของบริษัทประกันที่เอาเปรียบผู้บริโภค และทำให้ผู้บริโภคต้องรับความเสี่ยงอย่างมาก อย่างไรนั้น การบอกเลิกสัญญาประกันก็ต้องไปตรวจสาเหตุในสัญญาว่าเป็นยังไง แต่สิ่งที่ควรตั้งคำถามคือ ‘สัญญาเหล่านี้มันยุติธรรมกับผู้จ่ายกรมธรรม์จริงหรือเปล่า?’ ซึ่งมุมมองของผู้เสียหายก็รู้สึกไม่พอใจเพราะไม่ใช่ความผิดของลูกค้าที่ไม่อยากให้มีใครเกิดโรคร้ายกับตัวเอง เพราะเมื่อป่วยแล้วก็ไม่สามารถซื้อกรมธรรม์สุขภาพใดอีกต่อไปได้ ต้องแบกรับความเสี่ยงคนเดียว
.
กรณีที่เกิดควรย้อนกลับไปถึงตัวกฎหมายที่คุ้มครองบุคคลว่าถัวถึงแล้วหรือไม่ เพราะคนไทยหลายคนไม่ทราบว่ากรมธรรม์ในมือของตัวเองถูกยกเลิกได้ หากไม่เกิดการแก้กฎหมายเช่นนี้ คนไทยก็จะถูกเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัยต่อไปเรื่อย ๆ
.
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เทกรมธรรม์ #กรมธรรม์ #ประกันชีวิต
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://thepublisherth.com/