ปส. รวบแก๊งขนยาข้ามชาติ ยึดยาไอซ์ หนักกว่า 1.5 ตัน
ปส. รวบแก๊งขนยาข้ามชาติ ยึดยาไอซ์ หนักกว่า 1.5 ตัน
พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส.และ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. ร่วมสั่งการและนำตำรวจ บก.ปส.3 และบก.ข่าวกรองยาเสพติด กว่า 80 นาย ร่วมติดตามจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด จำนวน 10 คน ได้ที่ท่าเรือของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง ไอซ์บรรจุในห่อชาใส่ในกระสอบ รวม 75 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,500 กก. , รถนั่งส่วนบุคคล จำนวน 4 คัน , รถยนต์กระบะ 2 คัน, อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก
โดยจากการสืบสวนขยายผลของ บก.ข่าวกรองยาเสพติด ว่าแก๊งขนยาเสพติดข้ามชาตินี้จะได้ใช้เรือสปีดโบ๊ทไปส่งยาเสพติดเรือสินค้ากลางทะเล ซึ่งเป็นเครือข่ายลูกน้องของกัปตันตุ้ยหรือนายชาญชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลำเลียงไอซ์ 2,000 กก.ข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2566 ที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ขณะนี้หลบหนีไปประเทศเมียนมาและยังคงอยู่เบื้องหลังคอยสั่งการเครือข่ายของตน โดยจากการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2567 นายอเอ อายุ 50 ปี อาชีพไต้ก๊งเรือ มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่า เป็นหน.ทีมลำเลียงทางทะเลให้กัปตันตุ้ย กำลังเดินทางด้วยเครื่องบินจาก จ.สงขลามาที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับนางสาวบี อายุ 33 ปี แฟนสาว จึงได้จัดกำลังติดตาม จนพบว่าทั้งสองได้เช่ารถยนต์เก๋งเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไป อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จนกระทั่งเข้าไปที่รีสอร์ทเกาะนกใหญ่ ซึ่งมีท่าเทียบเรือและอยู่ไม่ไกลจากจุดออกทะเลที่ปากน้ำแขมหนู และได้ไปพบกับนายซี อายุ 51 ปี , นายดี อายุ 55 ปี , นายเอฟ อายุ 16 ปี, ซึ่งเปิดเช่าห้องรออยู่ที่รีสอร์ทดังกล่าว
ต่อมาพบเรือสปี๊ดโบ้ทสีขาวเข้ามาจอดเทียบท่า กลุ่มผู้ต้องหาได้เข้าไปตรวจเช็คสภาพเรือให้พร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าซุ่มดูและสะกดรอยติดตาม จนกระทั่งวันที่ 10 ส.ค.67 เวลาประมาณ 20.30 น. นายเอ, น.ส.บี และนายซี ได้พากันขับรถยนต์ตามกันไป แล้วพากันลงจากรถไปยืนรอที่บริเวณสะพานปากน้ำแขมหนู ขณะเดียวกันที่รีสอร์ทเกาะนกใหญ่พบรถยนต์เก๋งจำนวน 2 คัน ขับนำรถกระบะตู้ทึบเข้าไป จากนั้นรถยนต์กระบะได้ถอยไปใกล้รถสปีดโบ้ทที่จอดรอ ทุกคนช่วยกันขนลำเลียงกระสอบจากรถยนต์กระบะตู้ทึบลงไปในเรือ
เจ้าหน้าที่จึงเข้านำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว จากการสอบสวน
ส่วนนายเอรับสาราภาพว่า เป็นคนจัดหาทีมมาขนยาเสพติด และเมื่อขนยาเสพติดออกทะเลแล้ว จึงจะโทรรายงาน โดยกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 10 ดังกล่าวจะรับคำสั่งจากกัปตันตุ้ย ได้รับค่าจ้างตั้งแต่ 50,000 - 300,000 บาท ได้มีการลำเลียงมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในขณะจับกุม พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ผบช.ปส.ได้เดินทางเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง และเผยว่าการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมได้พร้อมกันทั้งขบวนการลำเลียง ทั้งทีมลำเลียงทางบกและทางทะเล ขอเตือนผู้ที่คิดจะมาสู่ขบวนการเช่นนี้ ครั้งแรกนั้นอาจรอด แต่ครั้งต่อมาท่านมีโอกาสถูกจับกุมและโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ไม่คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับ