มองวงการ เคป๊อป ช่วงขาลง วิกฤตนี้เกิดจากอะไรกันแน่?
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 1-7 กันยายน ปี 2566 บทความ “Hallyu Wave ทำเงินสะพัดมหาศาล ในไตรมาสที่ 2 ของปี” แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในอุตสาหกรรมดนตรีเคป๊อป ระดับปรากฏการณ์ในหลากหลายมิติ
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าภายในระยะเวลาเพียงปีเศษๆ เท่านั้น กระแสความนิยมในวงการเพลงเคป๊อปจะเสื่อมความนิยมลงมาจนเป็นที่มาของบทความชิ้นนี้
แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่อง เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิด ต้องขอบอกก่อนว่าบทความนี้มุ่งเน้นไปยังข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเหตุปัจจัยที่ทำให้วงการเคป๊อปในปัจจุบันไม่ป๊อปเหมือนชื่อ ไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถของกลุ่มศิลปินเคป๊อปโดยตรง แต่อาจจะมีส่วนเชื่อมโยงทางอ้อมบ้าง
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บังชีฮยอก ประธานกรรมการของบริษัท HYBE ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่มีมูลค่าบริษัทสูงสุดในวงการเคป๊อป เขาเป็นผู้ปลุกปั้นให้ BTS เป็น บอย กรุ๊ป ที่ทำเงินให้กับทางค่ายเป็นจำนวนมหาศาล และทำเงินให้กับรายได้มวลรวมของเกาหลีใต้ (GDP) ได้ถึง 0.5% ในปี 2019 ได้เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่าธุรกิจเคป๊อปที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดด ในตอนนี้เติบโตช้ามาก และในตลาดต่างประเทศบางแห่งผลตอบรับอยู่ในขั้นย่ำแย่
บังชีฮยอก ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า กระแสตอบรับของกลุ่มศิลปินเคป๊อปที่เคยพุ่งทะลุกราฟสุดสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2021 และ 2022 ไม่ว่าจะเป็นยอดขายบัตรคอนเสิร์ต, ยอดขายซีดี ไปจนถึงสินค้าที่ระลึก (Merch) มียอดขายตกลงมาก
ซึ่งก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ในทุกประเทศ เพราะบางประเทศก็ยังคงขายดีอยู่ แต่ถ้าหากวัดเม็ดเงินที่ได้จากทั่วโลกแล้วรายรับที่เน้นไปยังยอดขายซีดีและสตรีมมิ่งอยู่ที่แค่ 2% เท่านั้น
โดยยอดขายโดยรวมทั่วโลกนี้ไม่ได้วัดจาก HYBE บริษัทเดียวเท่านั้น แต่เป็นการคิดโดยเฉลี่ยจากค่ายเพลงทั้งหมดในวงการ
เคป๊อปในช่วงขาลงไม่ใช่ข่าวใหม่ เพราะมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว เพียงแต่ว่ามันเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาที่กลุ่มศิลปินระดับท็อปของวงการหยุดกิจกรรมไปจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตของศิลปินบางคน หรือว่าการทำผิดกฎหมายของศิลปิน
ที่ชัดเจนที่สุดคือกรณีของ ซึงรี แห่งวง BIGBANG กับคดี Burning Sun อันลือลั่น
แต่ในปี 2024 ต้องบอกว่า เคป๊อปได้กลายเป็น K Flop ไปแล้วจริงๆ โดย คิมจินอู หัวหน้าฝ่ายวิจัยของทาง Circle Chart ซึ่งเป็นบริษัทที่ตรวจสอบความนิยมของเคป๊อปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลีเผยว่าธุรกิจในวงการนี้ถดถอยลงจริงๆ
คิมจินอู เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่าเมื่อปีที่แล้วผลงานเพลงไม่ว่าจะเป็นอีพีหรืออัลบั้มก็ตามที่ขายได้ในตลาดต่างประเทศทั่วโลกของกลุ่มศิลปินเคป๊อปโดยรวมอยู่ที่ 230 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งโตขึ้นกว่าปี 2022 แค่ 4.8% เท่านั้น
ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับรายได้จากปี 2021 ที่โตกว่าปี 2020 ถึง 62.1% แล้วปี 2020 ที่โตกว่าปี 2019 ถึง 86.6%
จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตลาดของวงการเคป๊อปในช่วงเวลานี้นั้นตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย โดยส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดเคป๊อปที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากญี่ปุ่นและจีนอยู่ที่ 17% มา 2 ปีแล้ว และมีทีท่าว่าจะลดลง
ส่วนยอดขายงานเพลงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เคยดีมาตลอดกลับตกลงอย่างต่อเนื่องในทุกประเทศ
ด้านยอดขายบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินไอดอลชื่อดังบางวงที่บัตรเคยขายหมด มาในตอนนี้บัตรกลับขายไม่หมดอย่างไม่น่าเชื่อด้วย
คิมจินอู แสดงทัศนะส่วนตัวว่าการเข้ากรมทหารรับใช้ชาติของสมาชิกวง BTS ที่ทำให้ต้องพักวงไปโดยปริยายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระแสเคป๊อปจางลง
แต่ บังชีฮยอก มองว่าการถดถอยของอุตสาหกรรมดนตรีโดยรวมของเกาหลีใต้มีปัจจัยที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก
“อิทธิพลที่สูงมากๆ ของวง BTS ส่งผลดีคือการประสบความสำเร็จในตลาดโลกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทั้งแฟนเพลงรวมถึงนักลงทุนต่างก็ฝากความหวังไว้กับวง BTS ซึ่งนั่นเป็นดาบ 2 คม”
อีกยูแท็ก ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย George Mason University Korea ที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจวงการเคป๊อป แสดงความเห็น ความสำเร็จที่ BTS ได้วางเอาไว้ ได้สร้างทั้งมาตรฐานและบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการเคป๊อปโดยรวม ส่งผลให้ศิลปินรุ่นหลังๆ ต้องแบกรับความกดดันที่หนักเอามากๆ ทั้งๆ ที่ศิลปินฝึกหัดรุ่นก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะอยู่ใน Gen ไหนก็ตามต่างก็ต่อสู้เพื่อสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองในวงการอย่างหนักอยู่แล้ว
การที่สมาชิกวง BLACKPINK ที่ถือเป็นวงเคป๊อปที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกไม่ต่อสัญญากิจกรรมเดี่ยวกับค่าย YG Entertainment แต่ยังมีสัญญากิจกรรมกลุ่มเอาไว้ สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อทางค่ายอย่างมาก เพราะรายได้ถึง 80% ของทาง YG มาจากกิจกรรมของวง BLACKPINK
และการพักวงของทั้ง BTS และ BLACKPINK ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักให้กับอุตสาหกรรมดนตรีเคป๊อปโดยรวมอย่างมีนัยยะสำคัญทีเดียว
เคป๊อปเป็นวัฒนธรรมป๊อปที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก “หน่วยงานส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์” (KOCCA) จากทางรัฐบาลเกาหลีใต้อย่างเต็มที่ แต่หากลงลึกในรายละเอียดแล้วอุตสาหกรรมนี้ขาดการวางพื้นฐานของโครงสร้างอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะสานต่อความสำเร็จของเคป๊อปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระบวนการหยุดชะงักลงอย่างช่วยไม่ได้
ที่ผ่านมาค่ายเพลงแต่ละค่ายพยายามสร้างกลุ่มศิลปินไอดอลออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายวงก็ดังจริง แต่ด้วยมาตรฐานที่ทางวง BTS, BLACKPINK รวมถึงศิลปินจากหลาย Gen อย่าง BIGBANG, EXO, TWICE, NCT มาจนถึง Gen 4 อย่าง NewJeans, IVE, LE SSERAFIM, StrayKids, ITZY, (G)I-DLE ทำให้ศิลปินในยุคปัจจุบันอย่าง Gen 5 ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อสร้างพื้นที่ให้กับตัวเอง
แต่ในขณะนี้ก็ยังไม่มีวงไหนที่สามารถสร้างชื่อเสียงไปยืนอยู่ในจุดที่วงอย่างรุ่นพี่อย่าง BTS เคยทำได้เลย
ด้วยมาตรฐานที่สูงลิ่วของเคป๊อปที่วางเอาไว้มาตั้งแต่แรกทำให้ค่ายเพลงพยายามผลักดันให้ศิลปินในสังกัดมุ่งมั่นผลักดันความสามารถของตัวเอง ซึ่งถ้าหากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วละก็ มีเด็กฝึกหัดที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์เป็นจำนวนที่น้อยมากๆ จากจำนวนเด็กฝึกหัดทั้งหมดในวงการ
“สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กฝึกหัดหรือแม้กระทั่งศิลปินที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เพราะค่ายเพลงทุกค่ายต่างก็ต้องการกลุ่มศิลปินที่จะเข้ามาสร้างความสำเร็จในระดับปรากฏการณ์ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่มีวงที่สร้างชื่อในระดับโลกจริงๆ มานานพอสมควรแล้ว สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อทั้งค่ายเพลงและตัวศิลปินเองในอนาคตอย่างแน่นอน” คิมจินอู แสดงความเห็น
ผลกระทบดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อบริษัทและค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในวงการมีความขัดแย้งกันเอง
ไม่ว่าจะเป็นคู่กรณีระหว่าง HYBE กับ Kakao ที่แย่งกันชิงหุ้นค่าย SM หรือว่า HYBE ที่สั่งปลด มินฮีจิน ประธานค่าย ADOR ที่ปั้นวง NewJeans จนประสบความสำเร็จแต่กลับถูก HYBE ปลดแบบฟ้าผ่า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับวง NewJeans
และเมื่อไม่นานมานี้ ฮันนิ สมาชิกสาวแห่งวง NewJeans ได้ให้การกับทางฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้ โดยเธอมีความเชื่อมั่นว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งพยายามบ่อนทำลายชื่อเสียงวง และมีผู้จัดการรุ่นใหญ่คนหนึ่งสั่งให้สมาชิกวงอื่น “เมินเฉยใส่เธอ” ในออฟฟิศของค่ายเพลง
ซึ่ง ฮันนิ มองว่าบริษัทนี้จงใจสร้างภาพลักษณ์ที่เลวร้ายและสร้างความเกลียดชังให้กับวง NewJeans โดยการให้การนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการถูกคุกคามในที่ทำงาน
ต้องยอมรับว่าศิลปินเคป๊อปยุคใหม่คุณภาพทั้งในเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์และการสร้างงานเพลงอยู่ในระดับสากลและอาจจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเพลงป๊อปโลกไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่หากมองผ่านแว่นตาการตลาด ก็ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งไม่ลงรอยหลายอย่างได้สร้างรอบร้าวที่ยากจะผสานให้กลับมาดีดังเดิมได้
แต่ในอนาคตวงการก็มีสิทธิฟื้นตัวได้ ถ้าหากความขัดแย้งภายในคลี่คลายลงได้และภาครัฐและเอกชนยังคงจับมือกันแก้ไขปัญหาพื้นฐานเชิงโครงสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากกว่าเดิม
ไม่แน่เหมือนกันว่าเมื่อเคป๊อปคัมแบ๊กกลับมาอีกครั้งในอนาคต อุตสาหกรรมนี้อาจจะยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็ได้
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มองวงการ เคป๊อป ช่วงขาลง วิกฤตนี้เกิดจากอะไรกันแน่?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com