โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

“ศุภาลัย” เปิดสงครามราคา Q4 ผุด 4 คอนโดฯใหม่ขายถูก ตร.ม.ละ 6-8 หมื่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2567 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2567 เวลา 10.10 น.
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม-ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม

ไตรมาส 4/67 แม้ผู้บริหารศุภาลัยจะออกตัวว่าปีนี้ยังไม่ได้เปิดคอนโดมิเนียมเลย แต่บทจะมาก็มาครั้งเดียว 4 โครงการรวด รวมมูลค่าโครงการ 5,800 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นครอบคลุมตั้งแต่ตลาดล่างยันลักเซอรี่ ห้องละ 1.89-18.32 ล้านบาท ณ นาทีนี้ที่ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยอยู่ในแดนติดลบไปทั้งกระดาน ปี 2568 บริษัทมีแผนลงทุนดัมพ์ตลาดคอนโดฯ อีกระลอก โดยประกาศล่วงหน้าว่าขนาดการลงทุนจะมากกว่านี้ 1 เท่าตัว หรือมูลค่าโครงการใหม่แตะ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท

ทำเลที่เข้าไปแข่งขันต้องบอกว่าไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย เฟ้นทำเลไพรมแอเรียเป็นหลัก ถ้าหากเปรียบเทียบกับการเข้าแถว ในแถวของไพรมแอเรียอาจจะมีคนยืนอยู่ 10 คน ทางของศุภาลัยไม่ได้เลือกยืนอันดับ 1 ซึ่งมีต้นทุนที่ดินแพงที่สุด แต่จะอยู่อันดับไหนก็ได้ที่ตีเส้นวงกลมออกมาจะต้องอยู่ในรัศมีของโซนไพรมแอเรียเสมอ

และแม้จะออกตัวอยู่ตลอดเวลาว่าไม่เน้นแข่งขันด้วย Pricing War แต่บรรทัดสุดท้ายของแผนธุรกิจ มีผลลัพธ์ขายดี-ขายหมดจากกลยุทธ์ขายต่ำกว่าคู่แข่งขันในทำเลเดียวกันเสมอ ภาพจำที่แฟนคลับศุภาลัยและวงการบล็อกเกอร์อสังหาริมทรัพย์จำได้ดี คอนโดฯ ศุภาลัยถูกกว่าคู่แข่งเฉลี่ย 20% มีแต่คนงง ทำได้ยังไง

35 ปีโตด้วยโมเดล Low Risk, High Return

คนที่จะเฉลยเคล็ดลับธุรกิจได้ดีที่สุดคือ “ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม” ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) น่าสนใจว่าเพิ่งเขียนบทความใหม่เสร็จว่าด้วย “การบริหารจัดการล้ำสมัยแบบศุภาลัย” ต้นฉบับเขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วค่อยแปลกลับมาเป็นภาษาไทย สูตรธุรกิจศุภาลัยฉีกคัมภีร์การตลาดในโรงเรียนสอน MBA ทั่วโลก ซึ่งท่องจำกันมาว่า Low Risk Low Return, High Risk High Return ลงทุนน้อยเสี่ยงน้อย ลงทุนสูงความเสี่ยงสูงกว่า แลกกับผลตอบแทนก็สูงกว่า สูตรศุภาลัยที่คนยากจะเลียนแบบก็คือ Low Risk, High Return ลงทุนน้อยได้กำไรมาก

ศุภาลัยบริหารความเสี่ยงเป็น 2 เรื่องใหญ่คือ ความเสี่ยงทางธุรกิจกับความเสี่ยงทางการเงิน ในขาของ “ความเสี่ยงทางธุรกิจ” โจทย์ข้อแรกสุดอะไรที่เสี่ยงมากศุภาลัยไม่ทำ ความเสี่ยงธรรมดาศุภาลัยทำ และทำโปรดักต์ดีที่สุด วิธีการเริ่มต้นด้วยการนำระบบคุณภาพมาตรฐานสากลที่เรียกว่า ISO มาปรับใช้กับทุกฝ่าย ทุกสายงาน ทุกจังหวัด ตั้งแต่การเลือกวัสดุมาตรฐาน มอก. (มาตรการอุตสาหกรรม) และมีวิธีขั้นตอนตรวจสอบควบคุมคุณภาพอีกเยอะแยะ

ปี 2567 ครบรอบก่อตั้ง 35 ปี บริษัทประสบความสำเร็จจากการบริหารจัดการแบบบรรจุแผนธุรกิจทุกอย่างและนำเสนอบนกระดาษแผ่นเดียว ทำให้ตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น ใช้เวลาประชุมสั้นลง โดยเวลาสั้นที่สุดจบใน 10 นาทีเท่านั้น เป็นสไตล์การบริหารจัดการในโมเดลโพสต์โมเดิร์นแมเนจเมนต์ ทำงานบนบิ๊กดาต้า

พอร์ตลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยของศุภาลัยจากจุดเริ่มต้นนับ 1 วันนี้เข้าไปลงทุนแล้ว 29 จังหวัด ปริมาณสะสม 250 โครงการ ขนาดการลงทุนใหญ่เพียงพอ ชื่อเสียงและแบรนด์สะสมความน่าเชื่อถือทวีคูณขึ้นทุกวัน สะท้อนกลับมาเป็นยอดขายแบบ Sold Out อยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือทำให้บริษัทมี Cost Control ที่ดีเยี่ยม เพราะมีอำนาจต่อรองในการจัดซื้อจากการมีอีโคโนมีออฟสเกล หรือความได้เปรียบเชิงปริมาณ ข้อมูลเฉลี่ยต่อปีมีการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างปีละ 12,000 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนได้เปรียบคู่แข่งที่มีพอร์ตพัฒนาโครงการน้อยกว่า อำนาจต่อรองย่อมน้อยกว่า

กฎเหล็กการลงทุนคือ “…นอกจากทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ต้องถูกศีลธรรมด้วย ถ้าผิดศีลธรรมเราไม่ทำ”

อีกเรื่องคือ “ความเสี่ยงทางการเงิน” สถานะปัจจุบันศุภาลัยได้เครดิตเรตติ้ง A สูงที่สุดในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หนี้สินต่อทุนก็น้อยที่สุด เมื่อต่อจิ๊กซอว์แผนธุรกิจเข้าด้วยกัน ทั้งลดความเสี่ยง หนี้น้อย เครดิตเรตติ้งดีมาก แหล่งทุนพัฒนาโครงการนายแบงก์แย่งกันปล่อยกู้ ขายบอนด์หรือหุ้นกู้ประชาชนผู้ลงทุนก็แย่งกันซื้อเพราะเป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ต้นทุนการเงินต่ำมากแค่ 2% กว่า ๆ ไม่ถึง 3% เป็นข้อพิสูจน์ที่แม้แต่คู่แข่งยังต้องยอมซูฮกว่า ศุภาลัยมีความเสี่ยงในการทำธุรกิจต่ำที่สุดในวงการอสังหาฯ

ลงทุน Triple Track กทม.-ต่างจังหวัด-ต่างประเทศ

นอกจากลดความเสี่ยงการทำธุรกิจแล้ว อีกเรื่องที่เน้นเป็นพิเศษคือกระจายความเสี่ยงการลงทุน สำหรับภาคอสังหาฯ ในด้านทำเลการลงทุนบางบริษัทอาจบอกว่าถนัดลงทุน Single Track หมายถึงลงทุนในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลเท่านั้น บางรายบอกว่าถนัดทำ Double Track มีทั้งในเขต กทม.-ปริมณฑล และตลาดต่างจังหวัด

สูตรศุภาลัยคือลงทุน Triple Track หว่านเม็ดเงินลงทุนใน กทม.-ปริมณฑล ควบคู่ตลาดต่างจังหวัดจนทำให้มีสถานะเป็นบิ๊กแบรนด์ระดับชาติที่พัฒนาโครงการเจาะต่างจังหวัดมากที่สุด เท่านั้นยังไม่พอ ศุภาลัยเข้าไปบุกเบิกการลงทุนในออสเตรเลีย ย่างเข้าสู่ปีที่ 11 มีพอร์ตลงทุนสะสมคิดเป็นมูลค่าส่วนถือหุ้นของศุภาลัย 22,300 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าโครงการเตลิดไปไกลถึง 187,700 ล้านบาท รวมทั้งเข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์ด้วย

“ความสำเร็จของการลงทุน Triple Track ถ้าเราลงทุนแค่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล อาจทำได้ 100 โครงการ การออกสู่ต่างจังหวัดทำให้เรามีขนาด 200 กว่าโครงการ ส่วนการลงทุนต่างประเทศเพราะกฎเหล็กทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ทำอะไรผิดศีลธรรม ทำให้พอร์ตร่วมทุนในออสเตรเลียทำมาถึงโครงการที่ 24 แล้ว กระจายอยู่ใน 4 รัฐ 6 เมือง”

การบริหารจัดการล้ำสมัยแบบศุภาลัย

ข้อมูลตัวเลขทางการเงินต่อไปนี้ตอกย้ำว่าศุภาลัยยืนหนึ่งในด้านผลกำไรหรือมาร์จิ้น โดยมีสถิติ 5 ปี (2019-2023) จำนวน 5 รายการ ได้แก่ 1.GPM หรือกำไรขั้นต้น ค่าเฉลี่ยของท็อป 10 บิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ในตลาดหุ้นอยู่ที่ 31% ศุภาลัยทำได้ 38% 2.NPM กำไรสุทธิที่เป็นรายรับ ค่าเฉลี่ยท็อป 10 อยู่ที่ 14% ศุภาลัยทำได้ 22%

3.ROE กำไรสุทธิจากส่วนผู้ถือหุ้น เฉลี่ยท็อป 10 อยู่ที่ 10% ศุภาลัยทำได้ 14% 4.Gearing หนี้สินที่มีดอกเบี้ย รายการนี้ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งมีประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน ค่าเฉลี่ยท็อป 10 อยู่ที่ 91% ศุภาลัยทำได้ 45% และ 5.SG&A ค่าใช้จ่ายการขายและการบริหาร เฉลี่ยท็อป 10 อยู่ที่ 19% ศุภาลัยทำได้ 12%

กลเม็ดเคล็ดลับทั้งหมดนี้ สำหรับผู้สนใจรออ่านจากการรวมเล่มบทความ “การบริหารจัดการล้ำสมัยแบบศุภาลัย” โดยหนึ่งในความภูมิใจของ “ดร.ประทีป” เป็นเรื่องการใช้ชื่อแบรนด์โครงการด้วยชื่อบริษัท ทุกโครงการของศุภาลัย จะมีชื่อศุภาลัยแปะป้ายด้วยเสมอ และมีซับแบรนด์เป็นตัวบ่งบอกทำเลที่ตั้ง เช่น ศุภาลัย ทัสคานี ดอนแก้ว-แม่ริม ที่เชียงใหม่ เป็นต้น

ฟังก์ชั่นปรับได้-ราคาเอื้อมถึง-ชุมชนอยู่แล้วดี

ผู้บริหารสายตรงของตระกูลอีกราย “ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” กรรมการผู้จัดการ ศุภาลัย กล่าวเสริมว่า รายละเอียด 4 คอนโดฯ ใหม่ แบ่งลงทุนในกรุงเทพฯ 2 โครงการ ได้แก่ 1.ศุภาลัย Tyme เจริญนคร 2.ศุภาลัย BLU สาทร-ราชพฤกษ์ ที่เหลืออยู่ในต่างจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว 3.ศุภาลัย Sense เขารัง ภูเก็ต และ 4.ศุภาลัย Kram เขาเต่า ที่หัวหิน โดยเปิดเกมการแข่งขันด้วยการรีดีไซน์ห้องชุดให้เข้ากับโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป

“35 ปีของศุภาลัยเราทำคอนโดฯ ในต่างจังหวัดมากที่สุด ลงทุนแล้ว 9 จังหวัด จำนวนรวม 65,616 ยูนิต แสดงว่าเรามีความเชี่ยวชาญและทำอย่างต่อเนื่อง สำหรับคอนโดฯ 4 โครงการใหม่ ถ้าเปิดช่วงต้นปีเราอาจไม่มั่นใจเท่าตอนนี้ เพราะได้มีเวลาและศึกษาตลาดอย่างรู้ลึก ทำให้เห็นเทรนด์ใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากเดิม เช่น ปกติห้องชุดบนฟลอร์เดียวกันถ้าเป็นห้องไซซ์เล็ก 29-30 ตร.ม. จะมีราคาต่อตารางเมตรแพงกว่าห้องใหญ่กว่า แต่เทรนด์ใหม่ที่เราเห็นคือลูกค้าอยากได้ห้องที่มีฟังก์ชั่นหลากหลายมากขึ้น แทนที่ห้องสตูดิโอ หรือ 1 ห้องนอนแบบเดิมที่ปรับเปลี่ยนยาก เพราะฉะนั้น ห้องชุดไซซ์กลาง ๆ เริ่มต้น 35 ตร.ม. กลับมีผลตอบรับที่ดีจากตลาด และทำราคาได้ดีกว่าด้วย”

เรื่องที่ 2 ลูกค้าอยากได้ห้องชุด Affordable หมายถึงราคาที่กำลังซื้อสามารถเอื้อมถึงได้ สามารถซื้อได้ ขนาดยูนิตไม่ใหญ่เกินไปเพราะการมีภาระหนี้บ้านเป็นหนี้ก้อนใหญ่ จึงอยากได้ห้องที่ดี ฟังก์ชั่นที่ดี และอยากได้ราคาที่ดีด้วย วิธีของศุภาลัยคำว่าไพรมโลเกชั่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเดอะเบสต์โลเกชั่น ไม่จำเป็นต้อง (ทำเล) ดีที่สุดก็ได้ ขอให้ห้องมีฟังก์ชั่นดี อยู่สบาย ราคาลงตัว และเรื่องที่ 3 ลูกค้าอยากได้คอมมิวนิตี้ที่ดี ได้ทั้งคุณภาพโครงการและอยู่อาศัยแล้วมีการใช้ชีวิตที่ดี

โดยเทรนด์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคคอนโดฯ 3 เรื่องนี้ นำมาสู่แนวคิดการพัฒนาทั้ง 4 โครงการ ซึ่งราคาขายแตกต่างกันมาก เริ่มต้น 1.89 ล้านบาท จนถึง 18.32 ล้านบาท มีความแตกต่างในด้านทำเล แตกต่างในด้านเซ็กเมนต์ แต่เมื่อคำนึง 3 เทรนด์ใหม่ทำให้มั่นใจว่าตอบโจทย์ลูกค้าตรงกัน

รีเทิร์นภูเก็ตรอบ 10 ปี-ปักหมุดหัวหินรอบอ่างเขาเต่า

เบื้องหลังก่อนจะเปิดขายแต่ละโครงการ มีดังนี้ 1.ศุภาลัย Sense เขารัง-ภูเก็ต นับเป็นการรีเทิร์นกลับมาลงทุนคอนโดฯ ในภูเก็ตในรอบ 10 ปีของศุภาลัย จากปกติเกาะภูเก็ตมีการลงทุนอสังหาฯ กระจุกสองทำเล “เชิงทะเล หาดบางเทา หาดสุรินทร์” กับ “แยกดาราสมุทร” ซึ่งคนคุ้นเคยกับคำว่าแยกเซ็นทรัลเฟสติวัลมากกว่า โดยเลือกเปิดทำเลในอำเภอเมือง รองรับศูนย์ราชการ ชูจุดขายเป็นคอนโดฯ เลี้ยงสัตว์ได้ หรือ Pet Friendly แห่งแรกของภูเก็ต เพราะที่ดินที่ตั้งโครงการแวดล้อมไปด้วยคลินิกสัตวแพทย์ ร้านอาหารน้องหมาน้องแมว ซึ่งเป็นโซนหนึ่งเดียวของภูเก็ตที่จะหาซื้อสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงได้

ข้อแตกต่างของศุภาลัยที่ชัดเจนในการทำตลาดคอนโดฯ ก็คือไม่เน้นลูกค้าต่างชาติ โครงการนี้แม้ตั้งอยู่ในภูเก็ตแต่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายไม่ได้มองลูกค้าต่างชาติ แต่ทำเพื่อขายคนไทยโดยเฉพาะ และน่าแปลกใจว่าลูกค้าหลักเป็นคนพังงา สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ สงขลา ที่มาทำงานภาคท่องเที่ยวเพราะมีรายได้ที่ดีและมั่นคง

“…ตอนยุคโควิดผมมาพักอาศัยที่ภูเก็ต 3 เดือน นำสัตว์เลี้ยงคือนกมาด้วย อาหารนกไม่มีขายในทำเลอื่นนอกจากอำเภอเมือง ฉะนั้น ทำเลโครงการนี้มีทุกอย่างเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง คิดว่าตอบโจทย์เพ็ตเฟรนด์ลี่ได้ดีที่สุด”

โครงการนี้เพิ่งได้รับอนุมัติ EIA ตั้งราคาขายเริ่ม 73,000 บาท/ตร.ม. ส่งมอบเป็นห้องชุดฟูลลี่เฟอร์นิช เริ่ม 2.69-6.62 ล้าน พื้นที่เริ่มต้น 35 ตร.ม. วางแผนเปิดพรีเซลปลายตุลาคมนี้

2.ศุภาลัย Kram เขาเต่า จุดเด่นที่ดินอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำเขาเต่า จึงเหมือนมีเอกสิทธิ์ได้ใช้ลู่วิ่งรอบอ่างความยาว 2.5 กิโลเมตรโดยอัตโนมัติ ห่างชายหาดเขาเต่า 400 เมตร จำนวนจำกัด 84 ยูนิต บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนเป็นส่วนตัว นำเสนอเป็นห้องชุดไซซ์ใหญ่เริ่มต้น 53 ตร.ม. เหตุผลเพราะคอนเซ็ปต์ดีไซน์มีการต่อยอดความสำเร็จจากคอนโดฯ ศุภาลัย บลูเวล (ศุภาลัย Blue Whale) ซึ่งมีห้องชุด 1 นอนเยอะ แต่ลูกค้าถามหาห้องชุดไซซ์ใหญ่ ส่วนผู้ซื้อลงทุนบริษัทคอนเฟิร์มว่ามีผลตอบแทนจากค่าเช่า 6-9% ที่ทำได้จริง

กิมมิกโครงการนี้ สื่อโฆษณาเป็นรูปฝรั่ง เพราะคอนโดฯ ศุภาลัย บลูเวล มีลูกค้าภรรยาฝรั่งเข้ามาซื้อและโอนเยอะแบบไม่เคยมีมาก่อน วางแผนเปิดรอบ Early Bird วันที่ 2-3 พฤศจิกายนนี้ ราคาเริ่ม 2.59-8.35 ล้านบาท เฉลี่ย 60,500 บาท/ตร.ม.

สงครามราคาไตรมาส 4/67 เพราะไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด

3.ศุภาลัย BLU สาทร-ราชพฤกษ์ สื่อสารด้วยการเล่นคำ Bluniverse-ดีไซน์จักรวาลที่ชอบ ให้โคจรรอบตัวคุณ กับความสูง 32 ชั้น จำนวน 771 ยูนิต มีห้องชุดให้เลือกหลากหลายแบบ 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 29-122 ตร.ม. สำหรับทำเลนี้หลายคนบอกว่าศุภาลัยเป็นเจ้าตลาดฝั่งธนฯ ประเด็นที่ต้องเปิดโครงการใหม่เพราะซัพพลายของศุภาลัยในทำเลเริ่มพร่องลงไป แนวคิดการแข่งขันเป็นคอนโดฯ ใหม่ที่ราคายังเก่าอยู่ เริ่มต้น 1.89-11.09 ล้านบาท หรือเริ่มต้น 64,000 บาท/ตร.ม. และเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 75,000 บาท/ตร.ม.

สุดท้าย 4.ศุภาลัย Tyme เจริญนคร โครงการนี้สตอรี่ออกแนวลึกแต่ไม่ลับ เป็นทำเลไพรมแอเรียอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ จุดขายโครงการตั้งอยู่ริมถนน มีดีมานด์ซื้อแต่ซัพพลายไม่พอรองรับ หนึ่งในเหตุผลหลักมาจากการอนุมัติ EIA ยิ่งนานยิ่งอนุมัติน้อยลง เทียบยุคก่อนโควิดคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ผ่าน EIA เฉลี่ยเดือนละ 15 โครงการ ปัจจุบันเหลือแค่เฉลี่ยเดือนละ 5 โครงการ ในอนาคตคาดว่าจะน้อยลงไปอีกเหลือเฉลี่ยแค่ 1 ใน 3 แปลว่าอนาคตข้างหน้า โอกาสของซัพพลายใหม่ค่อนข้างมีน้อย

กลับมามอนิเตอร์ทำเลเจริญนครพบว่า ราคาตลาดแพงสุดทำเลติดริมเจ้าพระยา 3.75-4.4 แสนบาท/ตร.ม. รอง ๆ ลงมาก็มีราคา 1-1.5 แสนบาท/ตร.ม. โดยโครงการที่อยู่โซนถัดออกไปที่ถือเป็นโซนเกรด B ของเจริญนครก็ยังมีราคา 8.6 หมื่น-1.13 แสน/ตร.ม. ทำเลนี้ศุภาลัยเปิดหน้าไพ่ด้วยการเปิดห้องชุด 1 นอนพลัส ไซซ์เริ่มต้น 35 ตร.ม. ในราคายูนิตไพรซ์ที่จับต้องได้ เริ่มต้น 2.59-18.82 ล้านบาท หรือเริ่มต้น 70,500 บาท/ตร.ม. และเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 85,000 บาท/ตร.ม.

โครงการนี้ดีเดย์เปิดพรีเซล 9-10 พฤศจิกายนนี้ จำนวน 529 ยูนิต มั่นใจว่าจะมีผลตอบรับที่ดีมาก

“ราคาศุภาลัยเราทำเพื่อให้ได้มียอดขาย ซึ่งแปลว่ามีโอกาสที่ดีในการซื้อของลูกค้าด้วย มีคำถามว่าทำไมต้องเซตราคาแบบนี้ การแข่งขันในปี 2567 ปีที่ยากแบบนี้ เราอยากได้ยอดไตรมาส 4/67 พูดแบบไม่เขิน เราไม่มีรูมสำหรับเออร์เรอร์ (ความผิดพลาด) ศุภาลัยทำราคาแบบนี้ก็ได้มาร์จิ้นดีกว่าคู่แข่งทุกรายอยู่แล้ว” คำกล่าวของไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศุภาลัย” เปิดสงครามราคา Q4 ผุด 4 คอนโดฯใหม่ขายถูก ตร.ม.ละ 6-8 หมื่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...