โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Zoe Saldaña เปิดใจเล่าประสบการณ์แย่ ๆ ในกองถ่าย 'Pirates of the Caribbean' แต่ได้ Steven Spielberg กอบกู้ศรัทธาในหนังฟอร์มยักษ์อีกครั้ง

BT Beartai

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 14.12 น.
Zoe Saldaña เปิดใจเล่าประสบการณ์แย่ ๆ ในกองถ่าย 'Pirates of the Caribbean' แต่ได้ Steven Spielberg กอบกู้ศรัทธาในหนังฟอร์มยักษ์อีกครั้ง

นักแสดงสาว โซอี ซัลดานา (Zoe Saldaña) น่าจะเป็นนักแสดงสาวที่เคยร่วมงานในแฟรนไชส์หนังฟอร์มยักษ์มากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูด เพราะเธอเริ่มต้นแจ้งเกิดในวงการด้วยการรับบทเป็น อนามาเรีย โจรสลัดหญิงใน ‘Pirates of the Caribbean’ รับบทเป็นกาโมรา 1 ในสมาชิกแก๊งเกรียน ‘Guardians of the Galaxy’ ในจักรวาล MCU รับบทเป็น นโยตา อูฮูรา ใน ‘Star Trek’ (2009) ฉบับรีบูตของ เจเจ แอบรัมส์ (J.J. Abrams) และรับบทเป็นเนย์ทีรี ชาวนาวีจากแฟรนไชส์ ‘Avatar’ ของ เจมส์ คาเมรอน (James Cameron)

แต่แม้ว่าเธอจะเคยร่วมงานกับหนังฟอร์มยักษ์ระดับบล็อกบัสเตอร์มากมาย แต่ใช่ว่าเธอจะมีความประทับใจในการร่วมงานกับหนังฟอร์มยักษ์มาตั้งแต่แรก ในวาระที่เธอร่วมสนทนาในเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอนของสถาบันภาพยนตร์อังกฤษ (BFI London Film Festival) หลังการฉายภาพยนตร์ตลกอาชญากรรมมิวสิคัล ‘Emilia Pérez’ ผลงานการแสดงเรื่องล่าสุด ซัลดานาได้เปิดเผยถึงความรู้สึกแย่ที่เธอได้รับจากการถ่ายทำหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกในชีวิตของเธออย่าง ‘Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl’ (2003) จนทำให้เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับหนังฟอร์มยักษ์อีกต่อไป

Zoe Saldana Pirates of the Caribbean The Curse of the Black Pearl

“ด้วยประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้ฉันรู้เลยค่ะว่าอยากจะทำงานกับคนประเภทไหน 99% เปอร์เซ็นต์ของทีมงานและนักแสดงในตอนนั้นยอดเยี่ยมมากนะคะ แต่กับสตูดิโอ ผู้อำนวยการสร้าง และผู้กำกับล้วนแต่เป็นผู้นำที่ไม่ได้มีความเมตตา การมีสติและพิจารณาตัวเองเลย สิ่งเหล่านั้นมันทำให้การผลิตขนาดใหญ่แบบนี้เต็มไปด้วยประสบการณ์แย่ ๆ ได้เลยนะ และมันอาจทำให้คุณรู้สึกยอมแพ้ได้ และฉันก็เคยเกือบจะเป็นแบบนั้นแล้วเหมือนกัน”

เธอเคยพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ในการสัมภาษณ์กับ The Hollywood Reporter เช่นเดียวกัน

“พวกเขาไม่ได้เป็นคนที่ฉันรู้สึกโอเคด้วยน่ะ ฉันไม่ได้พูดถึงนักแสดงนะ นักแสดงทุกคนยอดเยี่ยมมาก แต่ฉันพูดเรื่องของการเมืองที่เกิดขึ้นในเบื้องหลัง มันมีความขัดแย้งระหว่างคนตำแหน่งสูงกว่ากับคนที่ตำแหน่งต่ำกว่า นักแสดงสมทบกับนักแสดงหลัก โปรดิวเซอร์กับผู้ช่วยส่วนตัว มันเป็นเรื่องของชนชั้น ตอนนั้นฉันอายุ 23 ปี และก็เกือบจะเลิกทำงานในวงการนี้เพราะรู้สึกว่า ‘ช่างแ-่ง !’ ฉันจะไม่ยอมให้ตัวฉันเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกแล้ว ผู้คนไม่ให้เกียรติฉัน เพียงเพราะเห็นลำดับรายชื่อนักแสดงและคิดว่าฉันไม่สำคัญ ช่างแ-่งพวกเขาเถอะ”

“มันเป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกของฉันกับหนังฮอลลีวูดขนาดใหญ่ที่มีนักแสดงหลายคน โปรดิวเซอร์หลายคน และทีมงานมากมาย เราถ่ายทำในสถานที่ต่าง ๆ และสภาพแวดล้อมบางครั้งก็ไม่เป็นใจให้กับวันที่เราถ่ายทำเอาซะเลย ฉันเองยังเด็กมาก และมันก็ดูยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับฉัน และอีกทั้งจังหวะการทำงานก็ดูจะค่อนข้างเร็วเกินไป ฉันเดินออกมาโดยที่ไม่ได้มีประสบการณ์โดยรวมที่ดีมากนัก ฉันเหมือนกับหลงทางอยู่ในงานที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และรู้สึกว่านั่นไม่โอเคเลย”

ซัลดานาเองเคยเล่าถึงความรู้สึกไม่ประทับใจในการทำงานหนังเรื่องนี้เอาไว้กับ Entertainment Weekly ซึ่งทำให้เธอถึงกับเข็ดขยาดและไม่กล้ารับงานหนังฟอร์มยักษ์ รวมถึงไม่ยอมกลับมาในแฟรนไชส์นี้อีก (และทำให้ตัวละครอนามาเรียไม่ได้กลับมาในภาคอื่น ๆ อีกเลย) แต่สิ่งหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดของเธอก็คือหลังจากที่ เจอร์รี บรักไฮเมอร์ (Jerry Bruckheimer) โปรดิวเซอร์ของแฟรนไชส์ก็ได้มีโอกาสขอโทษเธอเป็นการส่วนตัว

“หลายปีต่อมา ฉันได้มีโอกาสพบกับ เจอร์รี บรักไฮเมอร์ เขาได้ขอโทษฉันที่ฉันเคยมีประสบการณ์แบบนั้น เพราะเขาอยากให้ทุกคนมีประสบการณ์ที่ดีภายในโปรเจกต์ของเขาจริง ๆ นั่นทำให้ฉันประทับใจมาก ๆ เพราะเขาจำได้ว่าฉันเคยพูดถึงเรื่องนี้ตอนช่วงโปรโมตหรือกิจกรรมที่ฉันเคยเข้าร่วมเมื่อหลายปีก่อน และเขารู้สึกว่าต้องหยิบเรื่องนี้มาและรับผิดชอบมัน”

“สำหรับฉัน ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา การได้รับการเป็นที่สนใจและได้ยินในฐานะศิลปิน หรือแม้แต่ในฐานะบุคคล มันเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างมาก”

Tom Hanks Zoe Saldana The Terminal

ต่อมา ซัลดานาได้รับงานแสดงในหนังฮอลลีวูดฟอร์มปานกลางอีกเรื่อง ซึ่งหนังเรื่องนั้นก็คือ ‘The Terminal’ (2004) หนังคอเมดีดราม่าฟอร์มเล็ก ๆ ผลงานการกำกับของ สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ว่าด้วยเรื่องของ วิกเตอร์ นาวอร์สกี นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องดิดอยู่ภายในสนามบินในนิวยอร์ก นำแสดงโดยทอม แฮงส์ (Tom Hanks) และแคทเธอรีน ซีตา-โจนส์ (Catherine Zeta-Jones)

ส่วนซัลดานารับบทเป็น โดโลเรส ตอเรส เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองผู้ให้ความช่วยเหลือวิกเตอร์ ซึ่งเธอได้เล่าว่า การทำงานกับผู้กำกับระดับพ่อมดฮอลลีวูด ทำให้เธอเปลี่ยนความคิด และทำให้ความเชื่อมั่นที่มีต่อหนังฟอร์มยักษ์ของเธอกลับมาอีกครั้ง ซัลดานาได้เล่าถึงความประทับใจในการทำงานร่วมกับสปีลเบิร์ก และในกองถ่าย ‘The Terminal’ ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ฟัง

“8 เดือนต่อมา ฉันได้ทำงานกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก เขาเป็นคนที่ทำให้ฉันเชื่อว่า ความยิ่งใหญ่ก็สามารถทำให้ออกมายอดเยี่ยมได้เช่นเดียวกัน ฉันจำได้ว่าในกองนั้นมันดีมาก และปลอดภัยมาก ในกองถ่าย สปีลเบิร์กจะเปิดเพลงผ่านลำโพงในระหว่างฉาก เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกันและเข้าใจตรงกัน”

ซัลดานาเล่าว่า ในกองถ่าย ‘The Terminal’ เธอและสปีลเบิร์กมักจะพูดคุยกันเรื่องเพลงที่เปิดในกองถ่ายอยู่เสมอ และทำให้เธอได้รู้จักกับ นีโน โรตา (Nino Rota) คอมโพสเซอร์ผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ของผู้กำกับระดับตำนานชาวอิตาลี เฟเดริโก เฟลลินี (Federico Fellini) รวมถึงความสำคัญของดนตรีในภาพยนตร์ นอกจากนี้เธอยังได้เล่าถึงสิ่งที่ผู้กำกับตำนานของฮอลลีวูดที่ได้บอกกับเธอว่า “เพื่อให้คุณรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน คุณต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมาจากไหน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...