ส่องกระแส Green Technology กับโอกาสลงทุนสร้างผลตอบแทนระยะยาว
ตลาดเทคโนโลยีรักษ์โลก หรือ Green Technology ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในระยะยาว รายงานล่าสุดจากศูนย์วิจัยการตลาด SNS Insider ได้เผยว่า มูลค่าของตลาดดังกล่าวมีโอกาสโตแตะ 136,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2032 จากเดิมที่ประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) คาดว่าจะอยู่ที่ 24.4% ในช่วงปี 2024 ถึง 2032 ซึ่งปัจจัยหนุนการเติบโตของตลาด Green Technology มีดังนี้
1.นโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาดของภาครัฐทั่วโลก
ในปัจจุบันทั่วโลกมองเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ทำให้พลังงานขาดตลาดจนเกิดวิกฤติเงินเฟ้อราคาพลังงานนั้น ทั่วโลกยิ่งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องหาพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน
ซึ่งในตอนนี้รัฐบาลในหลากหลายประเทศทั่วโลกพยายามสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียวมากขึ้น ไม่ว่าจะโดยการออกแผนยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมาย หรือนโยบายสร้างแรงจูงใจ เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ ยกตัวอย่างเช่น Inflation Reduction Act of 2022 ของสหรัฐฯ ที่แบ่งงบประมาณไว้สำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการสนับสนุนของรัฐบาลทั่วโลกนั้นก็มีแนวโน้มทำให้ตลาด Green Technology เติบโตอย่างก้าวกระโดด
2.ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าและบริการที่รักษ์โลก
ผลสำรวจจาก PwC พบว่ามีจำนวนผู้บริโภคมากกว่า 85% ที่รายงานว่าได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงโดยตรงในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้พวกเขาหันมาสนใจการบริโภคอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดย 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาพร้อมที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 9.7% สำหรับสินค้าและบริการที่ไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมไปถึงวิธีการผลิตสินค้าเหล่านี้ด้วย
3.เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในปัจจุบันช่วยให้ราคาสินค้าในกลุ่ม Green Technology จับต้องได้มากขึ้น
รายงานจากบริษัทโทเทิล เอนไวโรเมนทอล โซลูชั่นส์ จำกัด (TES) ได้กล่าวว่าราคาพลังงานสะอาดนั้นลดลงมาเรื่อยๆ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น ราคาโซลาร์เซล และราคาแบตเตอรี่ ได้ลดลงถึง 87% และ 85% ตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้น การใช้พลังงานไฮโดรเจนจะยิ่งช่วยทำให้ราคาพลังงานสะอาดในอนาคต ปรับตัวลงต่ำกว่าราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเสียอีก ซึ่งราคาสินค้าในกลุ่ม Green Technology ที่ถูกลงนั้นจะช่วยให้มีคนซื้อสินค้าเหล่านี้ได้มากขึ้น
จากปัจจัยเหล่านี้ทำให้มีแนวโน้มที่ความต้องการ Green Technology จะมากขึ้นในอนาคตและดันให้ตลาดขยายตัวได้ดี ซึ่งนี่เป็นข่าวดีสำหรับบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ และเป็นโอกาสที่น่าคว้าสำหรับนักลงทุนที่สนใจ
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ Green Technology เป็นแนวโน้มระยะยาว และยังไม่ยังรู้แน่ชัดว่าบริษัทไหนจะโดดเด่น ดังนั้นบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน Carbon Collective จึงแนะนำให้นักลงทุนถือ EFT ธีมพลังงานสะอาด หรือ รักษ์โลกแทน เนื่องจาก EFT ช่วยกระจายการลงทุนไปยังบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมนี้ และยังสามารถถือระยะยาวได้ด้วย