โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สินค้าที่เกิดขึ้นเพราะขาดแคลนอาหารหลังสงคราม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 00.47 น.
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ภาพจาก pixabay.com - public domain)

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สินค้าที่เกิดขึ้นเพราะขาดแคลนอาหารหลังสงคราม

“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” หรือที่คนไทยคุ้นปากว่า มาม่า มีจุดกำเนิดเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาการขาดแคลนอาหาร โมโมฟุกะ อันโดะ จึงคิดถึงการผลิตอาหารสำหรับมวลชนคนส่วนใหญ่ ปี 2491 อันโดะตั้งบริษัท Nissin Food Product และสินค้าที่เขานึกถึงก็คือ “บะหมี่” เพราะเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นนิยมบริโภค

บะหมี่ที่อันโดะคิดทำขึ้นไม่ใช่บะหมี่ทั่วไป แต่มันเป็นอาหารกึ่งสำเร็จชนิดนี้ ที่กินที่ไหนก็ได้ กินเมื่อไรก็ได้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการทำก็กินได้ เหมือนกับ “กาแฟสำเร็จรูป”

วันหนึ่งขณะที่ภรรยาเขากำลังทำอาหาร เธอนำบะหมี่ไปทอดกรอบ ก่อนจะทำเป็นอาหารเมนูหนึ่ง แต่มันจุดประกายความคิดให้อันโดะว่า หากนำบะหมี่กรอบไปเติมน้ำร้อนจัด ก็สามารถกินเป็นบะหมี่น้ำได้ทันที ถ้าต้องการรสชาติอื่น ๆ ก็แค่เติมเนื้อ เติมผักลงไป

ในปี 2501 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (บ้างเรียกบะหมี่สำเร็จรูป) หรือ มาม่า ก็ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก

แต่บะหมี่ที่อันโดะตั้งใจให้เป็นสินค้าอาหารสำหรับคนทั่วไป กลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด เพราะมันมีราคาแพงกว่าบะหมี่ปกติทั่วไปถึง 5-6 เท่า คนชั้นแรงงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายแต่แรกของอันโดะจึงไม่นิยม แต่เวลาเพียงไม่ถึงปี ก็เข้าร้านขายของชำได้มากขึ้น และค่อย ๆ แจ้งเกิดสำเร็จ ก่อนจะมีผู้ผลิตหน้าใหม่อื่น ๆ ตามมา

ปี 2513 อันโดะส่งผลลงานของเขาไปสู่ต่างประเทศ ไปจำหน่ายที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตามด้วยการตั้งโรงงานผลิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีการตั้งโรงงานในฮ่องกง, จีน, เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี

ในช่วงเวลาประมาณ 20 ปี บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็สร้างกระแสโลกานุวัตร จากสินค้าของญี่ปุ่นก็กลายเป็นสินค้าของโลก ที่ไม่ได้เพียงสร้างรายได้แก่ผู้ผลิต หากยังช่วยแผ่ขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกด้วย ชาวญี่ปุ่นจึงยกย่องมันเป็นประดิษฐกรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 อันดับที่ 1 (จากการสำรวจของ Fuji Research Institute, ธันวาคม 2543)

สำหรับประเทศไทย บะหมี่ดังกล่าวเริ่มเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกประมาณปี 2515 แต่ก็เจอปัญหาเดียวกับการวางตลาดครั้งแรกในญี่ปุ่น คือ มันมีราคาแพงกว่าบะหมี่ในร้านบะหมี่ทั่วไป หรือบะหมี่รถเข็น และผู้บริโภคเองก็ไม่คุ้นเคยกับการ “ชง” บะหมี่ด้วยน้ำร้อน

แต่ปี 2516 ประเทศไทยมีภาวะเหตุการณ์ทางการเมืองไม่สงบ ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจ น้ำมันแพง ฯลฯ ทำให้อาหารมีราคาแพง และบางอย่างมีการขาดแคลน จึงกลายเป็นโอกาสของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ได้แจ้งเกิด เพราะได้ปรุงง่ายและเร็ว ราคาถูก (เพราะสินค้าอื่น ๆ ปรับราคาขึ้น)

วันนี้ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” เป็นสินค้ามวลชน สำหรับคนส่วนใหญ่อย่างที่อันโดะตั้งใจแต่แรก ทุกครั้งที่มีประชาชนสำรองสินค้าและอาหาร เพื่อรับมือสถานการณ์การเมือง, ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด มันจะเป็นสินค้ากลุ่มแรก ๆ ที่หายไปจากชั้นวางสินค้าเสมอ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์. “นิชชินบะหมี่สำเร็จรูป” ใน, ผู้จัดการรายเดือน ฉบับเดือนกรกฎาคม 2544

หทัยรัตน์ ไชยพุทธา. “ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคบะหมี่กึ่งสาเร็จรูปยี่ห้อมาม่า ในจังหวัดสมุทรปราการ” สารนิพนธ์ ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มิถุนายน 2553

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 พฤษภาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สินค้าที่เกิดขึ้นเพราะขาดแคลนอาหารหลังสงคราม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...