3 เทพเทพเจ้า LGBT ในปรัชญา ศาสนา และเทวตำนาน
ขอต้อนรับเข้าสู่ #Pridemonth เพราะความหลากหลายทางเพศคือความก้าวหน้าของอารยธรรม วันนี้ #TheShout จะพาทุกคนย้อนเข้าไปสู่หน้าประวัติศาสตร์โลกโบราณ ที่มีการต่อสู้เรื่องเพศอย่างเข้มข้นด้วยการพูดผ่านเทวตำนาน ศาสนา และสัญลักษณ์
.
เริ่มกันที่เทพเจ้า #Hermaphroditus เด็กชายที่ถือกำเนิดจาก เทพ Hermes เทพแห่งการส่งสาร และ Aphrodite เทพีแห่งความงาม เมื่อกำเนิดมาก็ถูกมอบให้นางไม้ดูแล จนเติบใหญ่ขึ้นมา ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลาจึงไปสะดุดตานางไม้ที่ชื่อว่า Salmacis
.
นาง Salmacis พยายามแสดงออกว่าชอบ จนในที่สุดจึงร้องอ้อนวอนเทพยดาให้นางและ Hermaphroditus ไม่มีวันแยกจากกันได้อีก และอยู่ด้วยกันตลอดไป เทพเบื้องบนได้ยินคำอ้อนวอนก็ไม่รอช้า บันดาลให้ร่างของ Salmacis และ Hermaphroditus หลอมรวมกันทีละน้อยจนทั้งสองกลายเป็นร่างเดียวกัน
.
แต่ร่างนั้นมีลักษณะแสดงออกทั้งเพศชายและหญิง คือมีร่างกายที่มีกล้ามเนื้อ แต่มีหน้าอกอย่างสตรีเพศ อีกทั้งมีอวัยวะเพศของทั้งเพศชายและหญิงให้เห็นอย่างชัดเจน และนั่นถือเป็นการกำเนิดเทพเจ้าที่เป็น LGBT ในเทพปกรณัมของกรีกนั่นเอง
.
กาลเวลาผ่านไปกระทั่งในทศวรรษ 1900 เป็นต้นมา เกิดกระแสการต่อสู้ทางเพศรุนแรงขึ้นในสังคมพหุเทวนิยมอย่างวัฒนธรรมฮินดู เพราะกลุ่มพราหมณ์ยินดีทำพิธีแต่งงานให้กับทุกเพศ หนึ่งในสัญญะของวัฒนธรรมความหลากหลายทางเพศ นั่นก็คือ…
.
#พระแม่พหุชรา (Bahuchara Mata) เป็นเทวีท้องถิ่นที่ถูกนำมารวมกับนิกายศักติ ถือว่าเป็นภาคหนึ่งของพระแม่แห่งจักรวาลที่ได้รับการกราบไหว้บูชาทั่วอินเดีย เธอถือกำเนิดใน #วรรณจรัญ กล่าวกันว่า ครั้งหนึ่งโจรร้ายพยายามข่มขืนเธอ เพื่อไม่ให้ความเป็นหญิงของเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ เธอจึงคว้าดาบมาเฉือนเต้านมตัวเอง
.และได้รับการยอมรับว่าเป็นเทวีประจำ #ฮิจรา (hijra) ผู้ซึ่งไม่ใช่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พวกเธอได้ผ่านพิธีกรรมทางศาสนาและกระบวนการตัดอวัยวะเพศชายออกตามคติความเชื่อดั้งเดิม เชื่อกันว่ามีพลังเชื่อมต่อกับพระผู้เป็นเจ้า สามารถประทานพรและสาปส่งใครก็ได้ เรื่องราวความรุนแรงเหล่านั้นเริ่มจะผ่อนปรนมากขึ้นเมื่อรัฐบาลได้กำหนดให้พวกเขาเหล่านั้นมีสิทธิ์เทียบเท่าประชาชนทั่วไป
.
เรื่องของรักร่วมเพศมีปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์หลายยุคหลายสมัย แม้แต่ในเทพปกรณัมจีน เรื่องของ #ทู่เอ๋อเสิน (兔兒神) เทพเจ้าของชาวเกย์ เป็นนิทานพื้นบ้านของจีนในช่วงศตวรรษที่ 17 สมัยราชวงศ์ชิง สาเหตุมาจากทหารหนุ่มนามว่า "หูเทียนเป่า" เกิดไปตกหลุมรักขุนนางหนุ่มรูปงามที่มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ตรวจการมณฑลฝูเจี้ยน
.
จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาไร้ลมหายใจ ด้วยการที่ชายหนุ่มได้แอบมองผู้ตรวจการเปลือยกายอาบน้ำ เมื่อกลายเป็นวิญาณก็ได้บอกว่าเขาตายเพราะความรัก หาได้ทำความชั่วช้าอย่างใดไม่ ยมโลกจึงเมตตาให้เขาเป็นเทพ มีหน้าที่ดูแลปกป้องความรักของชายรักชาย
.
โดยคำว่า "กระต่ายทู่จื่อ" เป็นคำสแลงที่หมายถึง ชายรักชาย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้หูเทียนเป่าถูกเรียกว่าเทพเจ้ากระต่ายทู่เอ๋อเสินก็เป็นได้ ต่อมาศาลหูเทียนเป่าถูกสร้างขึ้น และกลายเป็นที่นับถือบูชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายรักชายที่อยากสมหวังในความรัก
.
เช่นเดียวกับ LGBT ไทยที่หันมาบูชาศาสนาที่มีความยืดหยุ่นลื่นไหลได้ ก็เป็นภาพสะท้อนถึงการแสวงหาพื้นที่ทางสังคมในมิติทางศาสนาความเชื่อ ที่แสดงความเชื่อความศรัทธาไปพร้อมกับอัตลักษณ์ทางเพศได้ เพราะเทวตำนานมีอิทธิพลต่อสังคมอย่างมากและยังเปิดพื้นที่กิจกรรมให้กับกลุ่มคนเหล่านั้น
.
ความลื่นไหลทางเพศชวนให้นึกถึงหลายเรื่องในสังคมบ้านเราที่มีการสวมบทบาทสลับกับความเป็นเพศที่แท้จริง เหมือนเทวตำนานของการที่เพศเปลี่ยนไปมาอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าเพศไม่ใช่สิ่งที่นิ่งและคงที่
.
แต่ไม่ว่าเทวตำนานจะสื่อถึงสิ่งใด แต่ที่แน่ ๆ สะท้อนเรื่องราวที่มากกว่าชายหรือหญิง เพราะสภาวะเนื้อแท้ของมนุษย์นั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “เพศ” เพศจึงเป็นสิ่งที่สมมุติขึ้น อาจจะเป็นอีกมุมที่สะท้อนภาวะความบริสุทธิ์ของมนุษย์ ใช่ว่าอยู่ในร่างกายแบบนี้แล้วต้องจะเป็นแบบนี้ แต่ศาสนากำลังบอกว่าเราว่ามันลื่นไหลได้นั่นเอง
.ข้อมูลอ้างอิง แหล่งข้อมูลที่ 1 : https://www.matichon.co.th/prachachuen/prachachuen-scoop/news_1897917แหล่งข้อมูลที่ 2 : https://thematter.co/thinkers/sex-ray/bahuchara-mata/36220
แหล่งข้อมูลที่ 3 : https://the-singapore-lgbt-encyclopaedia.fandom.com/wiki/Rabbit_God
แหล่งข้อมูลที่ 4 : https://www.gotoknow.org/posts/85192
แหล่งข้อมูลที่ 5 : https://themomentum.co/lgbtqi-vocabulary/
.Read Me - We Shout l The Shout
Living Online Magazine
[Life, Culture, Creative, Spirit]