โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BBC ตีข่าวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสองฝ่าย อ้างฝ่ายตรงข้ามเริ่ม

NATIONTV

อัพเดต 07 ธ.ค. 2568 เวลา 21.45 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 04.40 น.

8 ธันวาคม 2568 จากสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ตั้งแต่บ่ายวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

ล่าสุด สำนักข่าว BBC รายงานอ้างแถลงการณ์จากฝั่งกองทัพไทยว่า ได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ตามแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาทกับกัมพูชา หลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง โดย BBC ระบุด้วยว่า ฝั่งไทยมีทหารเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีก 4 นาย หลังจากถูกกองกำลังฝั่งกัมพูชา "ยิงถล่มเมื่อเช้าวันจันทร์"

กัมพูชาอ้างว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของไทย และไม่ได้ตอบโต้ ซึ่งทั้งสองประเทศได้กล่าวหาซึ่งกันและกันว่า ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เป็นประธานการเจรจาเมื่อเดือนกรกฎาคม

ข้อพิพาทชายแดนอันดุเดือดระหว่างไทยและกัมพูชา ได้ปะทุขึ้นเป็นสงครามที่ยืดเยื้อนาน 5 วัน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 ราย และมีผู้พลัดถิ่นประมาณ 300,000 คน

รายงานอ้างแถลงการณ์ของฝั่งกองทัพไทยด้วยว่า เมื่อวันอาทิตย์ (7 ธันวาคม 2568) ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงใส่ทหารไทย ที่คุ้มกันวิศวกรที่กำลังปฏิบัติงานในโครงการปรับปรุงถนนในเขตชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ และกองทัพไทยได้ยิงตอบโต้และปะทะกันเป็นเวลา 15-20 นาที

กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยระบุว่าเป็นทหารไทยที่ยิงปืนและรถถังเข้าใส่ดินแดนกัมพูชา กระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า กองทัพกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้ ขณะที่ในวันนี้กองทัพไทยระบุว่า ได้ตอบโต้การยิงของกัมพูชาในจังหวัดอุบลราชธานีของไทย แต่กระทรวงกลาโหมกัมพูชา อ้างว่า เป็นกองกำลังไทยที่โจมตีในจังหวัดพระวิหารของกัมพูชา และเสริมว่ากัมพูชาไม่ได้ตอบโต้ในการโจมตีเหล่านี้เช่นกัน หลังจากนั้นไทยได้ประกาศว่าได้โจมตีทางอากาศตามแนวชายแดน ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...