โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

5 อันตรายจากการกินยาระบายทุกวัน อยากขับถ่ายดี แค่ทำตามนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ระวัง!! 5 อันตรายจากการกินยาระบายทุกวัน อยากขับถ่ายดี ไม่ต้องพึ่งยาระบาย แค่ทำตามนี้

หลายคนคิดว่า "ยาระบาย" คือทางลัดของคนท้องผูก ลำไส้ขี้เกียจ หรืออยากถ่ายทุกวันให้โล่งสบาย แต่ความจริงคือ การกินยาระบายเป็นประจำ ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และกำลังค่อย ๆ ทำร้ายลำไส้ ไต และสมดุลร่างกายแบบเงียบ ๆ ยิ่งกินนาน ยิ่งพังลึก มาดู 5 อันตรายที่คนกินยาระบายทุกวันควรรู้ก่อนสายเกินไป

ยาระบาย

ลำไส้ขี้เกียจ ถ้าไม่กิน = ไม่ถ่าย

  • ยาระบายออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้แบบฝืนธรรมชาติ พอกินซ้ำ ๆ ลำไส้จะ “เลิกทำงานเอง” กล้ามเนื้อลำไส้อ่อนแรงลง จนเกิดภาวะพึ่งยาระบาย ถ้าไม่กินจะไม่ถ่ายเลย ทำให้ท้องผูกหนักกว่าเดิมในระยะยาว และแก้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

สูญเสียเกลือแร่ เสี่ยงอ่อนเพลีย-หัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • การถ่ายเหลวบ่อยจากยาระบาย ทำให้ร่างกายเสียโพแทสเซียม แมกนีเซียม และโซเดียม ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ ผลที่ตามมาคือ อ่อนแรง เวียนหัว เป็นตะคริว ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ยิ่งเสี่ยงอันตรายแบบไม่รู้ตัว

ทำลายสมดุลจุลินทรีย์ดีในลำไส้

  • ยาระบายไม่ได้พาออกแค่ของเสีย แต่พาจุลินทรีย์ดี (Good bacteria) ออกไปด้วย เมื่อใช้บ่อย ลำไส้จะเสียสมดุล เกิดท้องอืด ลำไส้อักเสบ ภูมิคุ้มกันตก เพราะกว่า 70% ของภูมิคุ้มกันอยู่ที่ลำไส้ ยิ่งกินนาน ระบบย่อย–ดูดซึมยิ่งพัง

ไตทำงานหนัก เสี่ยงไตเสื่อมโดยไม่รู้ตัว

  • การขาดน้ำและเสียเกลือแร่จากการถ่ายบ่อย ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับสมดุลเลือด หากกินยาระบายทุกวันเป็นเดือนหรือปี จะเพิ่มความเสี่ยงไตเสื่อม ความดันแกว่ง และภาวะขาดน้ำเรื้อรัง โดยเฉพาะคนที่ดื่มน้ำน้อยอยู่แล้ว ยิ่งอันตรายขึ้นไปอีก

กลบสาเหตุโรคร้ายที่ซ่อนอยู่

  • ท้องผูกเรื้อรังอาจไม่ได้เกิดจาก “ลำไส้ขี้เกียจ” อย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับไทรอยด์ต่ำ เบาหวาน เส้นประสาทผิดปกติ หรือแม้แต่มะเร็งลำไส้ การใช้ยาระบายแก้ปลายเหตุ จะทำให้อาการดีขึ้นชั่วคราว แต่พลาดการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง จนโรคลุกลามโดยไม่รู้ตัว
ยาระบาย

อยากขับถ่ายดี ไม่ต้องพึ่งยาระบาย แค่ทำตามนี้

  • ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะหลังตื่นนอน : ลำไส้ต้องใช้น้ำในการดันกากอาหาร ถ้าดื่มน้ำน้อย อุจจาระจะแข็งและขยับยาก เริ่มง่าย ๆ ดื่มน้ำอุ่น 1–2 แก้วทันทีหลังตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นรีเฟล็กซ์การขับถ่ายตามธรรมชาติ ระหว่างวันให้ได้อย่างน้อย 1.5–2 ลิตร
  • เพิ่มไฟเบอร์แบบค่อยเป็นค่อยไป : หลายคนพลาดตรงกินไฟเบอร์พรวดเดียว ทำให้ท้องอืด แน่น และยิ่งไม่ถ่าย ควรเริ่มจากผักสุก ผักใบเขียว หรือผลไม้ไม่หวาน วันละนิด จะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระและเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดี ทำให้ถ่ายสม่ำเสมอโดยไม่ต้องฝืนเลยครับ
  • ฝึกเวลาเข้าห้องน้ำให้ลำไส้จำ : ลำไส้ชอบความสม่ำเสมอ เลือกเวลาที่ถ่ายง่ายที่สุด (มักเป็นหลังอาหารเช้า) แล้วเข้าห้องน้ำทุกวัน แม้ยังไม่ปวดมาก อย่านั่งเล่นมือถือหรือเบ่งนานเกิน 5–10 นาที แค่ฝึกให้ร่างกาย “จำจังหวะ” ลำไส้จะเริ่มทำงานเองโดยไม่ต้องกระตุ้นด้วยยาเลยครับ
  • ขยับตัวทุกวัน ลำไส้ถึงจะขยับตาม : การนั่งนาน ๆ ทำให้การบีบตัวของลำไส้ช้าลง แค่เดินหลังอาหาร 10–15 นาที หรือยืดตัวเบา ๆ วันละ 2–3 รอบ ก็ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้ดีมากครับ
  • เติมจุลินทรีย์ดีให้ลำไส้ : โยเกิร์ตไม่หวาน กิมจิ หรือโพรไบโอติกเสริมที่ดี ช่วยฟื้นสมดุลลำไส้ เมื่อแบคทีเรียดีแข็งแรง การย่อยและการขับถ่ายจะดีขึ้นตามธรรมชาติ

ยาระบายไม่ใช่ของใช้ประจำวัน ยิ่งกินบ่อย ลำไส้ยิ่งพัง ไตยิ่งเหนื่อย และร่างกายยิ่งเสียสมดุล หากท้องผูกบ่อย ควรเริ่มจากน้ำให้พอ ไฟเบอร์เหมาะสม ขยับร่างกาย และดูแลลำไส้จากต้นเหตุ ถ้าจำเป็นต้องใช้ยา ควรใช้ชั่วคราวและปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยให้ "ถ่ายได้วันนี้" กลายเป็นปัญหาสุขภาพระยะยาว!!

ขอบคุณที่มา : เพจหมอเจด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...