SOCIETY: เหตุใดเราจึงไม่ควรเก็บ ‘นม’ และ ‘ไข่’ ไว้ที่ ‘ประตูตู้เย็น’?
การเลือกเก็บรักษาอะไรไว้ในตู้เย็นอาจเป็นเรื่องทางวัฒนธรรม หรือเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้มาจากมนุษย์คนอื่นหรือสื่อต่างๆ และโดยปกติเราก็ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรกับเรื่องนี้เท่าไรนัก นอกจากบางทีเราจะตั้งคำถามตลกๆ ว่าทำไมหลายบ้านนั้น ‘ช่องวางไข่’ ด้านบนสุดตรงประตูตู้เย็น เขาไม่ได้วางเพียงแค่ไข่ แต่ยังมีพวกซอสแถมบ้าง หนังยางบ้าง ช้อนส้อมพลาสติกบ้าง พริกบ้าง หอม กระเทียมบ้าง ส่วนช่องด้านล่าง แทนที่จะใส่ ‘นม’ แบบบ้านฝรั่ง ชาวเอเชียก็มักจะนำบรรดาซอสปรุงรสสารพัดชนิดมาใส่ไว้เต็มไปหมด
แน่นอนว่าหลายคนอาจรู้สึกตลก และรู้สึกว่านี่คือการเก็บของในตู้เย็นแบบผิดๆ แต่รู้หรือไม่ ที่จริงแล้วการจัดเก็บสิ่งของบริเวณประตูตู้เย็นแบบนี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ทั้งนี้ด้วยโครงสร้างตู้เย็นปกติ ประตูตู้เย็นไม่มีความสามารถในการทำความเย็น ดังนั้นนี่คือ ‘จุดที่ร้อนที่สุดของตู้เย็น’ และนอกจากจะเป็นจุดที่ร้อนที่สุดแล้ว มันยังเป็นจุดที่อุณหภูมิขึ้นๆ ลงๆ ทุกครั้งเวลาเปิดตู้เย็นด้วย
เรื่องนี้ไม่ต้องมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อะไรมาก ก็น่าจะรู้ว่าสภาพภูมิอากาศแบบนี้น่าจะทำให้ของที่อยู่ที่ประตูตู้เย็นนั้นเสียง่ายกว่าของที่อยู่ที่ส่วนอื่นของตู้เย็น และมันก็เป็นตามนั้น
คือตู้เย็นที่ทำงานปกติ ในช่องปกติ อุณหภูมิภายในมันควรจะประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่แบคทีเรียส่วนใหญ่โตไม่ได้ (เส้นแบ่งอุณหภูมิที่แบคทีเรียส่วนใหญ่จะไม่โตคือ 5 องศาเซลเซียส) แต่ก็ยังไม่ทำให้น้ำและของที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงจุดเยือกแข็ง นี่คือตรรกะของอุณหภูมิช่องปกติของตู้เย็น
ทีนี้ทุกครั้งที่เราเปิดตู้เย็นเอาอากาศข้างนอกเข้าไป แน่นอน ด้านในยังเย็นอยู่ แต่ด้านนอกตรงประตูอุณหภูมิจะลดลงแน่นอน และในอุณหภูมิห้องที่สูง มันมีโอกาสสูงมากที่อุณหภูมิบริเวณประตูตู้เย็นจะขึ้นสูงกว่า 5 องศาเซลเซียส และทำให้แบคทีเรียต่างๆ เติบโต ทำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษได้ ถ้าเรากินของที่วางแช่ไว้ตรงประตูตู้เย็นเป็นเวลานาน
ดังนั้นของที่ ‘เสียง่าย’ ทั้งหมด ตามหลักจึงไม่ควรเก็บไว้ที่ประตูตู้เย็น และไข่กับนมก็เช่นกัน ที่ทางของอาหารประเภทนี้จริงๆ จึงควรอยู่ที่ชั้นวางด้านในของตู้เย็นมากกว่า จะทำให้เก็บรักษาคุณภาพของอาหารได้นานที่สุด
แล้วประตูตู้เย็นควรวางอะไร?
ถ้าเป็นมาตรฐานฝรั่ง เขาแนะนำว่าให้เก็บอาหารที่อีกสักพักจะกิน เอาไว้ช่องบนสุด ด้วยเหตุผลว่ามันอยู่ด้านบน ไม่น่าจะมีสิ่งใดตกใส่และปนเปื้อนได้ง่าย แต่ประเด็นคือช่องบนสุดคือจุดที่ร้อนสุดในตู้เย็น ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะเก็บอะไรที่ ‘อยู่นอกตู้เย็นไม่ได้’ เลย เพราะการเปิดตู้เย็นทุกครั้งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเน่าเสีย ถ้าของที่อยู่ตรงนั้นไม่สามารถอยู่นอกตู้เย็นได้ ส่วนช่องข้างล่าง ถ้าว่ากันตามตรงก็สามารถใช้เก็บของที่ ‘อยู่นอกตู้เย็นได้’ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ซอสปรุงรสต่างๆ ของหมักดอง ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ
และในแง่นี้ ไปๆ มาๆ ชาวเอเชียอย่างเราที่เอาบรรดาหนังยาง ช้อนส้อม ซอสแจกฟรี ไปจนถึงของเบ็ดเตล็ดต่างๆ รวมถึงบรรดาสมุนไพรที่อยู่รอดนอกตู้เย็นได้ มาใส่ไว้ที่ช่องบนสุดของประตูตู้เย็นก็คือเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย มันถูกต้องที่สุดแล้ว และการนำเอาสารพัดซอสที่อยู่นอกตู้เย็นได้มาใส่ตรงประตูตู้เย็นจึงถูกต้องเช่นกัน
กลับกันการวางไข่และนมบริเวณประตูตู้เย็นตามสไตล์ฝรั่งนั้นผิดที่ผิดทางมาก มันอาจไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไรเพราะพวกเขาอยู่ในเมืองหนาวที่เปิดๆ ปิดๆ ตู้เย็นทั้งวันอุณหภูมิก็ไม่ได้ลดลงมากมายเท่านั้นเอง แต่ถ้าทำแบบนี้ในเมืองร้อนแบบบ้านเรา การวางของทิ้งไว้นานๆ อาจเกิดภาวะอาหารเป็นพิษเอาได้ (แน่นอนอีกว่าถ้าตู้เย็นอยู่ในห้องแอร์ที่อุณหภูมิแบบเมืองหนาว ตลอด 24 ชม. ปัญหาที่ว่าก็อาจมีน้อย)