โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นักเศรษฐศาสตร์เตือนไทยจ่ายราคาแพง เสพติด 'นโยบายระยะสั้น'

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ส่องวิกฤตคลังไทยจากจุดแข็งสู่จุดอ่อน หลังนักการเมืองเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจฉาบฉวย "แจกเงิน-รถคันแรก-คนละครึ่ง" แต่ไร้แผนดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบ ยันเครดิตเรตติ้งโลกจับตาภาระงบประมาณพุ่ง ขณะที่รายได้ภาษีโตไม่ทันรายจ่าย ท่ามกลางโอกาสการเลื่อนชั้นทางสังคมของคนไทยที่ต่ำเกือบที่สุดในโลก

ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวในเวทีเสวนา "เวทีเสวนา “เขาแจก แต่เราจ่าย คิดใหม่เรื่องนโยบายพรรคการเมือง” จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)ว่า นักการเมืองไทยมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ นโยบายรถคันแรก ซึ่งสามารถกระตุ้นยอดขายรถและสินเชื่อธนาคารให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลานั้น หรือ โครงการคนละครึ่ง ในหลายเฟสที่ผ่านมา ซึ่งทำให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในร้านค้ากลับมาคึกคัก

ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้กลับ ไม่มีผลลัพธ์ต่อเนื่องในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในระยะยาว และแทบไม่มีการพูดถึงการนำร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเหล่านี้เข้าสู่ระบบอย่างยั่งยืน การละเลยผลกระทบระยะยาวเพื่อเน้นผลสัมฤทธิ์ฉาบฉวยทำให้สังคมไทยกำลังต้องเผชิญกับ "ราคาที่ต้องจ่าย" ทั้งในมิติทางการคลังและความเหลื่อมล้ำ

ดังนั้นเสถียรภาพทางการคลังที่เคยเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในอดีต ปัจจุบันได้กลายเป็น จุดอ่อน สำคัญที่ปรากฏในรายงานอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating) ของทุกสถาบัน, สภาวะการขาดดุล 4-5% ต่อ GDP ได้กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (New Normal) ของรัฐบาลทุกพรรค ซึ่งส่งผลให้การบริหารเศรษฐกิจในอนาคตเป็นไปได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายได้จากภาษีไม่มีทางไล่ตามการใช้จ่ายได้ทัน

ขณะที่ หากดูดอกเบี้ยจ่ายต่อรายได้สุทธิ จะเห็นว่าปัจจุบันไทยมีรายจ่ายดอกเบี้ย 11% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวล เพราะสถานการณ์การลงทุน Investment Grade รายจ่ายดอกเบี้ยจะต้องไม่เกิน 12% หากดูไทยคาดว่าปี 2570 รายจ่ายดอกเบี้ยก็ 12% แล้ว ดังนั้น ในปี 2570 รัฐบาลจะต้องมีการเคลียร์กับผู้จัดอันดับเครดิต (Rating Agency) หลังจากที่ไทยถูกปรับลดมุมมอง (Outlook) ก่อนจะถูกปรับลดเครดิต (Credit Rating)

นับจากนี้ไปอีก 4 ปี ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศ งานไม่ง่าย เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะเงื่อนไขทางการคลังยากขึ้นกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา เพราะคลังจะต้องคุยทั้งกับ Rating Agency และคนเสียภาษี เพราะไม่มีคนอยากจ่ายภาษีให้รัฐไปใช้ในโครงการที่ไม่มีประโยชน์ และจะคุยกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ยาก จึงมองว่าเป็นงานยากกว่าเมื่อก่อน

นอกจากภาระทางการคลังแล้ว นโยบายที่มุ่งเน้นแต่การแจกเงินหรือการล้างหนี้ยังส่งผลเสียต่อความเหลื่อมล้ำเชิงโอกาส โดยงานวิจัยระบุว่าความสามารถในการเลื่อนชั้นทางรายได้ (Upward Mobility) ของคนไทยอยู่ในระดับต่ำเกือบที่สุดในโลก

เนื่องจากนโยบายเหล่านี้ไม่ได้ช่วยสร้างทักษะระยะยาวหรือสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตหากยังไม่เกิดการปฏิรูปนโยบายที่ยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...