โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท.เปิดแผน 3 ปี เร่งฟื้นตลาดทุนไทย ดันสภาพคล่อง–ผนึกพันธมิตร–เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 06.02 น.

ตลท. ประกาศแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (69–71) ชู 3 กลยุทธ์หลัก เพิ่มความน่าดึงดูดและสภาพคล่องตลาดทุน ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขยายการเติบโต พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาคน มุ่งฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนไทย–ต่างชาติ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและความผันผวนรอบด้าน

13 มกราคม 2569ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (ปี 2569-2571) ภายใต้แนวคิด "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" ประตูสู่โอกาสลงทุนที่กว้างขึ้น รุกเพิ่มประสิทธิภาพตลาดทุนไทย ชู 3 กลยุทธ์หลัก จับมือทุกภาคส่วนขับเคลื่อนตลาดทุนไทย ปลดล็อกอุปสรรค ผลักดันให้เกิดการเติบโตภายใต้ภาวะตลาดชะลอตัวและปัจจัยความผันผวนรอบด้าน 1.Exciting Markets with Confidence - รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น 2.Grow Business with Stakeholders - ผนึกกำลังขยายการเติบโต 3.Great Process and People - เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท.ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายหดตัว การขาดอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น

จากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แผน 3 ปีนี้จะดำ ดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ทุกภาคส่วน

สำหรับแผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี ได้แก่

1. รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)

  • ดึงดูด Fund Flow: ผนึกกำลังกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ หลังสภาพคล่องลดลงจากหลายปัจจัยกดดัน โดยจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ Bond Connect Platform, Crypto ETF พร้อมขยาย DR และ L&I ETF เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภทเพิ่มความสะดวกผู้ลงทุน นอกจากนี้ เตรียมจัดโรดโชว์ inbound และ outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ
  • ยกระดับบริษัทจดทะเบียนด้วยคุณภาพ: ผนึกหน่วยงานกำกับฯ ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียน และผลักดันให้สามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้ พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย ขณะเดียวกัน มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม บจ.ปัจจุบัน เดินหน้าสร้าง visibility แผนงานของ บจ.ในโครงการ JUMP+ ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทภิบาล
  • รุก TFEX เสริมกลยุทธ์ลงทุน: ส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง สร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ ขยายโอกาสการลงทุน เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) Crypto-based product เป็นต้น ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของ Market Maker และ Professional Trader พร้อมร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง

2. ผนึกกำกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)

  • สร้าง SET Climate Ecosystem: ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท พร้อมมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access: นำ นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล

3. เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)

  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ: พัฒนาระบบ Clearing ใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี 70 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document, Investor Portal
  • วางรากฐานพัฒนาคน: ขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน

สำหรับการดำเนินงานที่สำคัญของ ตลท.ในปี 2568 ได้มีการเพิ่มความน่าสนใจให้ตลาด โดยเฉพาะโครงการ JUMP+ เสริมศักยภาพสร้างมูลค่าเพิ่มให้ บจ. อย่างยั่งยืน โดยมี บจ. 110 บริษัทเข้าร่วม (ณ 30 ธ.ค. 2568) พร้อมขยายเวลาสมัครร่วมโครงการถึง 31 มี.ค. 2569

อีกทั้ง Bond Connect Platform เพื่อให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายขึ้น โดยมี 15 บล.เข้าร่วม คาดเริ่มเปิดซื้อขายไตรมาส 1/2569 พร้อมพัฒนาระบบรองรับ G-Token, สินค้าใหม่ Leveraged และ Inverse ETF สร้างทางเลือกการลงทุนรูปแบบใหม่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนแบบทวีคูณ

ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) เติบโตต่อเนื่อง โดยมี DR เข้าใหม่ 168 หลักทรัพย์ ณ สิ้นปี มีจำนวนรวม 233 หลักทรัพย์ จากปี 2567 ที่มี 65 หลักทรัพย์

ส่วนการฟื้นความเชื่อมั่นสร้างเสถียรภาพ ได้มีการปรับปรุงมาตรการเพื่อเสถียรภาพของตลาด เช่น การกำกับดูแลการขายชอร์ต การกำกับดูแล HFT รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการที่ได้ประกาศใช้เมื่อปี 2567 จำกัดน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัว (Constituent Stock Weight Capping) ของหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50, SET100, SET50FF และ SET100FF ไม่เกินหลักทรัพย์ละ 10% , ดำเนินมาตรการชั่วคราวเพื่อรับมือความผันผวนใน SET, mai และ TFEX โดยปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor และ Dynamic Price Band (8-11 เม.ย. และ 23-24 มิ.ย. 2568)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...