โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

’อนุรักษ์นิยม‘ ดิ้นสู้เลือกตั้ง

เดลินิวส์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ก่อนถึงวันหย่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้หลายพรรคเร่งสปีดหาเสียงโหมหนักเช้ายันค่ำ เวลาเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีบรรดาสำนักโพลต่างๆออกมาเสนอผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน

อย่าง”นิด้าโพล“ เปิดเผยผลสำรวจหาเสียงยกแรก “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ“ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ขณะที่ “นายกฯหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) คะแนนเบียดตามมาติดๆอยู่ลำดับที่ 2 ส่วน “เดอะมาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ตามมาติดๆอยู่ลำดับที่ 4 ขณะที่“อ.เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์“ จากพรรคเพื่อไทย(พท.)ร่วงอยู่ลำดับที่ 5

ขณะที่พรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มเลือกอันดับ 1 คือ พรรคประชาชน อันดับ 2 พรรคภูมิใจไทย และอันดับ 3 พรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับผลสำรวจ“ดุสิตโพล” สำรวจความเห็นประชาชน 2,682 คนพบว่า ประชาชนอยากให้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นนายกฯมากที่สุด ตามมาด้วย “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์“ และ “อนุทิน ชาญวีรกูล“ ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกในการเลือกตั้ง ยังคงเป็นพรรคประชาชน-พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ตามลำดับ

กระแสแต่ละพรรคยังทรงๆไม่เปรี้ยง หากเป็นแบบนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง มีโอกาสสูงที่จะไม่มีพรรคไหนชนะขาด การจัดตั้งรัฐบาลจะยังคงเป็นรัฐบาลผสม แต่ที่แน่ๆพรรคที่เริ่มยิ้มได้ตอนนี้ไม่ใช่พรรคประชาชน แต่เป็นค่ายเซาะกราว คะแนนตีคู่ขึ้นมาเป็นที่ 2 ทั้งตัวบุคคล “อนุทิน ชาญวีรกูล” และพรรคภูมิใจไทย เมื่อเทียบกับผลสำรวจก่อนหน้านี้จุดอ่อน คือคะแนนป็อปปูลาร์โหวต ส่งผลไปถึงการคำนวณที่นั่งสส.ปาร์ตี้ลิสต์ จับสัญญาเวลานี้ ว่ากันว่า มีคำสั่งไปถึงผู้สมัครสส.ระบบเขต หากใครสามารถดึงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์มาให้พรรคได้ จะมี “ท็อปอัป” เพิ่มเติมให้ในพื้นที่นั้นอีกด้วย

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความน่าสนใจของผลสำรวจ ทั้งในส่วนของคะแนนนิยม “ตัวบุคคล” และ“พรรคการเมือง” อยู่ที่“กลุ่มพลังเงียบ”ซึ่งยังไม่ตัดตัดสินใจ ว่าจะเลือกบุคคล หรือพรรคการเมืองใด ที่จะมีส่วนสำคัญชี้ขาดสมการการเมืองรอบนี้ ท่ามกลางกระแสและกระสุน ในเวลานี้ ที่แม้จะดูเหมือนจะถูกเซ็ตไว้ล่วงหน้า ก่อนวันรู้ผลแพ้ชนะ ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในเกมการเมืองรอบนี้ คือ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่อาจทำให้สูตรการเมืองมีโอกาสผันแปรได้ตลอดเวลา

ฉะนั้นการที่พรรคภูมิใจไทยตามมาอยู่ระดับยี่สิบต้นๆสะท้อนชัดว่าพรรคส้มเริ่มแผ่วลงเมื่อเทียบกับจังหวะเดียวกันในปี 2566 ฐานเดิมยังอยู่ แต่แรงส่งใหม่ยังไม่ปรากฏ ขณะที่คะแนนของภูมิใจไทยกลับเดินขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ระยะห่างที่แคบลงแบบนี้ทำให้พรรคไม่สามารถใช้หลักประกันเดิมได้ และพรรคที่อยู่ในตำแหน่งกดดันนั้นคือพรรคภูมิใจไทย

เวลายังเหลือก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 และกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจยังมีอยู่ เกมยังเปิด และยังไม่มีใครปิดประตูใส่ใครได้ หากช่วงโค้งสุดท้ายพรรคนำเดินพลาด การไล่ทันไม่ใช่เรื่องไกลตัว เข้าจังหวะพรรคอันดับรองอาจแซงขึ้นมาได้ คงต้องจับตาการเลือกตั้งปี 69 เป็นการปะทะเชิงอุดมการณ์ระหว่าง “เสรีนิยมใหม่” กับ “อนุรักษนิยม” นับถอยหลัง 1 เดือน ถึงเวลานั้นจะได้รู้กันว่า ฝ่ายไหนจะชิงปิดเกมบน “กระดานอำนาจ”ได้ก่อนกัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...