โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 15.20 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 04.35 น. • Kawebook
“ดวงตา” ของเขาคือผู้ชี้ชะตาทุกสรรพสิ่ง! เขาไม่ได้เพียงแสวงหาอสูรที่แข็งแกร่งที่สุด… แต่เป็นผู้มองเห็น “สายเลือด” ที่จะกลายเป็นตำนาน!

ข้อมูลเบื้องต้น

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ: Zhiyuan Yuedu (Guangzhou)Literature lnformation TechnologY Co., Ltd
ประพันธ์โดย:桂花本尊(guì huāběn zūn)
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย:Glory Forever Public Co.,Ltd
บรรณาธิการ: ไพสิฐ ต่วนขำ
แปลไทยโดย: อภิชญา ธรรมนำเปี่ยมสุข

เซี่ยวซิงอวี่ เริ่มต้นเส้นทางสายผู้ควบคุมอสูรด้วยการเป็น

'เป้าสังหาร' จากแผนการอันชั่วร้ายในการทดสอบล่าอสูร

แต่แทนที่จะพบความตายเขากลับค้นพบ 'โชคชะตา' ในถ้ำลึกลับ!
เขาได้เจอกับไต้ลู่—จักรพรรดิอสูรจิ้งจอกเก้าหางในสภาพบาดเจ็บปางตาย!

ในสถานการณ์ที่ต้องแลกเปลี่ยนเพื่อเอาชีวิตรอด

เขาใช้ 'เนตรปีศาจ' และความรู้ทางการแพทย์ต่อรองข้อเสนอที่ไต้ลู่ไม่อาจปฏิเสธได้

"ชีวิต" แลกกับ "พันธสัญญาโลหิต!"

เขาไม่เพียงรอดกลับมาแต่ยังกลับมาพร้อมกับอสูรรับใช้ระดับตำนาน!

จากผู้ถูกล่า…สู่จอมอสูรผู้ครอบครองขุมกำลังระดับตำนาน

นี่คือเรื่องราวการแก้แค้นและสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาจากศูนย์!

หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^

.

ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรมาเพื่อคุณนักอ่านโดยเฉพาะ

“เมื่อเขาได้เห็นโลกอันล่มสลายในอีก 10000 ปีข้างหน้า “ลู่เซิ่ง” จึงเป็นหนทางรอดเดียวของมวลมนุษยชาติ!”
อยากอ่านเรื่องนี้ จิ้มได้เลย >> Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี

บทที่ 1 ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับเทพถือกำเนิดขึ้น!

“เมื่อคืนนี้ เมืองชิงเฟิงเผชิญหน้ากับคลื่นยักษ์สึนามิ คาดการณ์ว่าอาจมีสัตว์อสูรระดับราชันอสูรแห่งน้ำปรากฏตัว ประชาชนโปรดระวังด้วย”

“สะเทือนวงการ! เย่ซวงหนิง สาวน้อยอัจฉริยะแห่งสถาบันชิงหลง ทะยานข้ามระดับถึงสองขั้น กลายเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับห้าดาวที่อายุน้อยที่สุด!”

“ล่าสุด คณะสำรวจจากราชสำนักค้นพบมูลของมังกรเงาทมิฬในหุบผามังกรเพลิง ยืนยันเบื้องต้นว่าเป็นสัตว์อสูรสายมังกรที่ยังไม่สูญพันธุ์!”

“อีกสามวันนับจากนี้ การสอบระดับประเทศประจำปีจะเริ่มต้นขึ้น โปรดติดตามรายละเอียดจากรายงานข่าว”

หอพักนักเรียนชาย โรงเรียนมัธยมปลายเซียงหนาน

เซี่ยวซิงอวี่กวาดสายตาอ่านข่าวสารประเด็นร้อนเหล่านั้นจนหมด ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงพร้อมกับถอนหายใจยาว ดวงตาที่อ่อนล้าของเขาปรากฏเส้นเลือดสีแดงจางๆ

วันที่ปรากฏบนหน้าจอล็อกโทรศัพท์ 29 สิงหาคม ปี ค.ศ. 2323

“ดูเหมือนว่าฉันจะข้ามมิติมาแล้วจริงๆ”

จากความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามา เซี่ยวซิงอวี่มั่นใจได้ว่าตนเองได้เดินทางมายังโลกใบใหม่ที่แตกต่าง

เมื่อสามร้อยปีก่อน มหันตภัยร้ายได้เกิดขึ้น โลกใบนี้ต้องเผชิญหน้ากับหายนะที่เลวร้ายยิ่งกว่าฝันร้าย

โลกถูกรุกรานโดยฝูงสัตว์อสูร ประชากรเจ็ดพันล้านคนลดลงเหลือเพียงหนึ่งพันล้านคนในชั่วข้ามคืน!

ในเวลาต่อมา กองทัพสัตว์อสูรได้บุกยึดครองทุกพื้นที่ เหยียบย่ำทำลายและไล่สังหารผู้รอดชีวิตอย่างบ้าคลั่ง

แต่โชคยังดีที่ในยามที่อารยธรรมมนุษย์กำลังจะล่มสลาย เหล่าอัจฉริยะได้ถือกำเนิดขึ้น พวกเขากลายเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูร จุดประกายความหวังในการต่อต้านที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของมนุษยชาติ

การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลานานถึงสามร้อยปีเต็ม

ด้วยการต่อสู้อย่างสุดกำลังของเหล่าผู้ควบคุมสัตว์อสูร ในที่สุดฝ่ายมนุษย์ก็สามารถกอบกู้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ไว้ได้ และรักษาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ สร้างระบบอารยธรรมผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา

เซี่ยวซิงอวี่รับรู้ถึงสถานการณ์ของตนเองจากความทรงจำใหม่ที่ได้รับมา

หลงกั๋ว

เมืองชิงเฟิง

ที่นี่คือบ้านเกิดของเซี่ยวซิงอวี่ เมืองชายฝั่งทะเลที่ไม่โดดเด่นนัก มักถูกรุกรานโดยสัตว์อสูรธาตุน้ำ ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงในทุกๆ วัน

ปีนี้เซี่ยวซิงอวี่อายุ 18 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายเซียงหนาน และใกล้จะจบชั้นปีที่ 3 แล้ว

“อีกสามวันก็จะถึงวันสอบระดับประเทศแล้วสินะ”

การสอบระดับประเทศคือประตูบานแรกที่เปิดให้นักเรียนทุกคนได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งผู้ควบคุมสัตว์อสูร

คุณสมบัติในการสอบนั้นง่ายมาก เพียงแค่ทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวใดก็ได้ ก็มีสิทธิ์สมัครสอบเข้าสถาบันฝึกสัตว์อสูรแห่งใดก็ได้แล้ว

ส่วนใครจะสอบได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของแต่ละคน

“ฉันเพิ่งข้ามมิติมา ถึงแม้จะได้รับความทรงจำใหม่มาทั้งหมด แต่ก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง…”

วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของเซี่ยวซิงอวี่

“ติ๊ง~”

“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! ที่ได้ปลุกพลัง [ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับเทพ]”

“กำลังเชื่อมต่อกับระบบ…”

“เชื่อมต่อสำเร็จ!”

เซี่ยวซิงอวี่มองใบหน้าที่หล่อเหลาของตนเองในกระจก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย

“เป็นอย่างที่คิด พลังพิเศษคือของขวัญสำหรับผู้ข้ามมิติ อาจจะมาช้าหน่อย แต่ยังไงก็ต้องมีมันแน่ๆ อยู่แล้ว”

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง

“ติ๊ง~”

“ระบบมอบ [ชุดของขวัญสำหรับมือใหม่]”

“โปรดตรวจสอบ”

เซี่ยวซิงอวี่รับรู้ถึงกระแสความคิดที่ถาโถมเข้ามา พร้อมกับแผ่นภาพโฮโลแกรมที่มองเห็นได้เฉพาะตนเองปรากฏขึ้นตรงหน้า

นี่คือหน้าจอหลักของระบบ

เซี่ยวซิงอวี่เพียงแค่คิด เขาก็สามารถไปยังหน้าจอคลังส่วนตัวของตัวเองได้แล้ว

ในคลังส่วนตัว มีกล่องของขวัญที่มีเครื่องหมาย “?” กำกับอยู่

“เปิดกล่องสุ่มสินะ น่าสนใจดี”

เซี่ยวซิงอวี่เปิดชุดของขวัญสำหรับมือใหม่ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น

“แกะกล่องของขวัญเรียบร้อยแล้ว”

“ได้รับ [เนตรปีศาจ] +1 ชิ้น และ [ผลึกปลุกสายเลือด]!”

“[เนตรปีศาจ] กำลังหลอมรวมอัตโนมัติ ความคืบหน้าในการหลอมรวม 10% 20% 50%…”

“ความคืบหน้าในการหลอมรวม 100%!”

เซี่ยวซิงอวี่ขยี้ตาที่เมื่อยล้า แล้วมองไปยังตัวเองในกระจก

ในกระจก ดวงตาทั้งสองข้างของเซี่ยวซิงอวี่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม รอบๆ รูม่านตาปรากฏสัญลักษณ์ต้องห้ามที่ดูแปลกประหลาด และหมุนทวนเข็มนาฬิกา

เซี่ยวซิงอวี่เปิดหน้าจอระบบ ตรวจสอบรายละเอียดของ [เนตรปีศาจ]

ชื่อ : [เนตรปีศาจ]

ข้อมูล: ตามตำนาน เมื่อเทพมารที่ปกครองสรรพสิ่งในจักรวาลล่มสลาย โลหิตบริสุทธิ์สองหยดในร่างกายของเขาก็ได้กลายเป็นดวงตาศักดิ์สิทธิ์คู่หนึ่ง

คุณสมบัติพิเศษ : สามารถมองทะลุค่าสถานะ เส้นทางการวิวัฒนาการ สายเลือดที่ซ่อนอยู่ นิสัย ความชอบ จุดแข็ง และจุดอ่อนของผู้ควบคุมสัตว์อสูรและสัตว์อสูร…

คุณสมบัติพิเศษ : สามารถเพิ่มความเข้มข้นของพลังวิญญาณได้โดยการดูดซับอารมณ์ด้านลบ (เช่น โกรธ เกลียด เศร้า)

เซี่ยวซิงอวี่สูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเขาก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ

“ดูเหมือนว่าดวงตาคู่นี้ จะเทียบเท่ากับคลังข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถมองทะลุข้อมูลทั้งหมดและข้อมูลที่ซ่อนอยู่ของผู้ควบคุมสัตว์อสูรและสัตว์อสูรได้งั้นสินะ”

ในโลกใดๆ ก็ตาม การครอบครอง “ความได้เปรียบทางข้อมูล” คือองค์ประกอบสำคัญในการก้าวไปสู่เส้นทางของผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง

นอกจากเนตรปีศาจแล้ว เซี่ยวซิงอวี่ยังได้รับผลึกปลุกสายเลือดอีกหนึ่งอย่าง

ผลึกนี้ก็มีคุณสมบัติตามชื่อของมัน สามารถกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของสัตว์อสูร

“การสอบระดับประเทศใกล้เข้ามาแล้ว ฉันต้องทำสัญญากับสัตว์อสูรให้เร็วที่สุดถึงจะสามารถเข้าร่วมการสอบได้…”

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขัดจังหวะความคิดของเซี่ยวซิงอวี่

“ฮัลโหล พี่สาว~”

ในโลกใหม่ของเขาแห่งนี้ เซี่ยวซิงอวี่ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ มีเพียงพี่สาวคนหนึ่งที่ชื่อว่า เซี่ยวรั่วเสวี่ย

“เสี่ยวอวี่ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่าเอาแต่หมกตัวอยู่ในหอพักเล่นเกม กลับมาบ้าน พี่จะทำอะไรอร่อยๆ ให้กิน”

“พี่ ผมต้องเตรียมตัวสำหรับการสอบระดับประเทศในอีกสามวันข้างหน้า สุดสัปดาห์นี้ผมคงจะไม่ได้กลับ”

“หา? อะไรนะ? นายจะเข้าร่วมการสอบระดับประเทศ? นายอยากเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรเหรอ?”

ปกติเซี่ยวรั่วเสวี่ยจะพูดเบามาก และเป็นพี่สาวที่แสนอ่อนโยน แต่เสียงของเธอในตอนนี้นั้นกลับดังขึ้นมากกว่าปกติ แถมน้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“พี่ รอผมสอบผ่านแล้วผมจะกลับบ้านไปฉลองกับพี่ แค่นี้นะ!”

“เสี่ยวอวี่ อาชีพผู้ควบคุมสัตว์อสูรมันอันตรายเกินไป… ไอ้เด็กบ้า กล้าดียังไงมาวางสายฉัน”

เซี่ยวรั่วเสวี่ยวางโทรศัพท์ลง แววตาของเธอฉายแววประหลาด จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“เฮ้อ เด็กโง่ ด้วยตรวนผนึกของจิตวิญญาณราชันมังกร นายจะเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้ยังไงกัน…”

ช่วงพักเที่ยง

เซี่ยวซิงอวี่เดินออกจากโรงเรียน

นอกจากชาวเมืองธรรมดาแล้ว ยังมีผู้ควบคุมสัตว์อสูรอีกมากมายปะปนอยู่

ข้างกายผู้ควบคุมสัตว์อสูรเหล่านั้น มีสัตว์อสูรที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันติดตามอยู่

ตัวอย่างเช่น วานรโลหิตสามตาที่มีความสูงเกินเสาไฟจราจร

หรือกิ้งก่าเหมันต์ที่สามารถทำให้ทุกที่ที่มันถ่มน้ำลายกลายเป็นน้ำแข็งได้

หรือเม่นเข็มเงินที่มีหนามแหลมคมทั่วร่าง

เซี่ยวซิงอวี่มองไปรอบๆ อย่างกระตือรือร้น อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา

“เห็นแล้วมันคันไม้คันมือ อยากทำสัญญากับสัตว์อสูรที่เป็นของตัวเองจริงๆ เลย~”

มีอยู่สามวิธีที่จะได้รับสัตว์อสูรมา

วิธีแรก ไปซื้อที่ร้านขายสัตว์อสูรโดยการใช้เงิน

วิธีที่สอง จับสัตว์อสูรในป่า แล้วทำให้มันเชื่อง จากนั้นก็ทำสัญญาเลือดกับมัน

วิธีที่สาม สร้างคุณงามความดีในการรบ จนได้รับสัตว์อสูรหายากเป็นของรางวัลตอบแทน

แต่สำหรับมือใหม่แล้ว การได้สัตว์อสูรมาคงมีแต่วิธีแรกเท่านั้น

ตอนนี้เซี่ยวซิงอวี่บังเอิญเดินผ่านร้านขายสัตว์อสูรแห่งหนึ่ง

หน้าร้านขายสัตว์อสูร มีป้ายราคาที่สะดุดตาแขวนอยู่

ราคาของสัตว์อสูรนั้นขึ้นอยู่กับระดับ คุณสมบัติ และคุณภาพสายเลือดของสัตว์อสูร

เซี่ยวซิงอวี่เหลือบมองป้ายราคา แทบจะกระอักเลือดออกมา

“สัตว์อสูรที่ถูกที่สุดก็ต้องใช้เงินถึง 12,000 หยวนเลยเหรอเนี่ย?”

เซี่ยวซิงอวี่รีบถอยหนีอย่างรวดเร็ว

จะว่าไปแล้ว เซี่ยวรั่วเสวี่ย พี่สาวของเขาทำงานหนักทุกวัน เงินเดือนหนึ่งเดือนเพิ่งจะได้แค่ 3,000 หยวนเอง พอแค่จ่ายค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพวกเขาสองคนก็หมดแล้ว ไม่มีเงินให้เหลือเก็บเลยด้วยซ้ำ

“เฮ้อ ดูเหมือนว่าโลกนี้ก็ยังเป็นโลกที่ต้องพึ่งพาพ่อแม่อยู่ดีสินะ~”

“โอ้ นี่ไม่ใช่หนุ่มฮอตแห่งเซียงหนาน เซี่ยวซิงอวี่หรอกเหรอ!”

เซี่ยวซิงอวี่หันไปมอง ชายหน้าลิงที่สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมเดินเข้ามา พร้อมกับโอบสาวงามสองคนไว้ในอ้อมแขน

เขาคือเพื่อนร่วมชั้นของเซี่ยวซิงอวี่ ซูเจ๋อ ซึ่งเป็นลูกชายคนรวยที่โด่งดังของเมืองชิงเฟิง

“เซี่ยวซิงอวี่ นายมาที่ร้านขายสัตว์อสูรทำไม?”

“คงไม่ได้ตั้งใจจะซื้อสัตว์อสูรเพื่อเข้าร่วมการสอบระดับประเทศในอีกสามวันข้างหน้าหรอกนะ?”

“จริงสิ… พี่สาวของนายแค่จ่ายค่าเทอมให้นายก็แทบจะจ่ายไม่ไหวอยู่แล้ว จะมีปัญญาซื้อสัตว์อสูรได้ยังไง?”

ซูเจ๋อแกล้งทำเป็นพูดจาประชดประชัน เพื่อทำให้เซี่ยวซิงอวี่อับอาย จากนั้นก็หยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋า

“นี่คือเงินที่พ่อของฉันให้มา ในนี้มีเงินอยู่ 3 ล้าน”

“เงินจำนวนนี้ ซื้อสัตว์อสูร [ระดับเริ่มต้น สายเลือดระดับสูงส่ง] ได้สบายๆ!”

ซูเจ๋ออวดร่ำอวดรวยต่อหน้าเซี่ยวซิงอวี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง

ระดับของระบบสัตว์อสูร แบ่งออกเป็นสิบระดับ จากต่ำไปสูง:

ระดับเริ่มต้น ระดับเติบโต ระดับสมบูรณ์ ระดับเหนือธรรมชาติ ระดับราชันอสูร ระดับจักรพรรดิอสูร ระดับเทพอสูร ระดับสังหารเทพ ระดับพิฆาตดารา ระดับปฐมกาล

ผู้เข้าสอบระดับประเทศล้วนเป็นมือใหม่ พลังวิญญาณเบาบาง สามารถทำสัญญาได้เฉพาะสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นเท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เข้าสอบแตกต่างกัน คือคุณภาพสายเลือดของสัตว์อสูร

คุณภาพสายเลือดแบ่งออกเป็นเก้าชนิด:

ต่ำต้อย ธรรมดา สูงส่ง ชั้นยอด มหากาพย์ ตำนาน เทพเจ้า มายาเทพ สร้างโลก

ครอบครัวของซูเจ๋อนั้นร่ำรวยมาก และเงินจำนวน 3 ล้านหยวนก็สามารถซื้อสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นสายเลือดคุณภาพระดับสูงส่งได้อย่างสบายๆ

แต่เซี่ยวซิงอวี่ไม่มีเงินติดตัวเลย แม้แต่สัตว์อสูรสายเลือดต่ำต้อยก็ยังซื้อไม่ได้ด้วยซ้ำ

ซูเจ๋อเดินผ่านเซี่ยวซิงอวี่ไป แล้วพูดอย่างเหยียดหยัน “อาชีพผู้ควบคุมสัตว์อสูรเป็นอาชีพของคนรวย คนจนอย่างนายได้แต่ฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้นแหละ”

หลังจากพูดจบ ซูเจ๋อก็โอบสาวงามสองคนเดินเข้าไปในร้านขายสัตว์อสูร

“ดูเหมือนว่าต้องหาวิธีอื่นแล้วสิ ไม่รู้ว่าโลกนี้ใช้ระบบผ่อนจ่ายได้หรือเปล่านะ…”

ในขณะที่เซี่ยวซิงอวี่กำลังจะเดินจากไป เจ้าของร้านขายสัตว์อสูรก็เดินออกมาด้วยท่าทีไม่พอใจ

เจ้าของร้านแสดงสีหน้าขยะแขยง ถือสัตว์อสูรประเภทสุนัขที่คล้ายกับไซบีเรียนฮัสกี้ไว้ในมือ

“แกมันสัตว์อสูรไร้ประโยชน์ที่มีคุณภาพสายเลือดต่ำต้อย”

“กินก็เยอะกว่าฉัน แถมยังขี้เหม็นกว่าฉันอีกต่างหาก!”

“ไม่มีลูกค้าคนไหนอยากซื้อแกหรอก!”

“ไปตามทางของแกซะเถอะ!”

เซี่ยวซิงอวี่เหลือบมอง ดวงตาเปล่งประกายสีแดงเย้ายวน สายตาของเขาสบเข้ากับสัตว์อสูรตัวนั้นพอดี

เนตรปีศาจเปิดใช้งาน

“เจ้าหมาตัวนี้…มีสายเลือดพิเศษซ่อนอยู่!”

“แถมยังเป็นสายเลือดนรก คุณภาพระดับมหากาพย์อีกต่างหาก!”

หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.
เมื่อยอดเก็บเข้าชั้นถึง 1,000 คน
จะแจกตอนฟรีเพิ่มเป็น วันละ 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน เต็มๆค่ะ ^^

บทที่ 2 พลิกโชคชะตา ทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวแรก!

“เถ้าแก่ครับ สัตว์อสูรตัวนี้ คุณจะทิ้งมันจริงๆ เหรอ?”

“ใช่ จะมีลูกค้าใจบุญคนไหนยอมเสียเงินซื้อหมาป่าสายลมกัน ไม่มีใครซื้อมันหรอก!”

สัตว์อสูรประเภทสุนัขที่เจ้าของร้านถืออยู่ในมือ ก็คือหมาป่าสายลม สัตว์อสูรที่ไม่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก

หมาป่าสายลมมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับไซบีเรียนฮัสกี้ เพียงแค่สบตากับมัน ความไร้เดียงสาในแววตาก็สามารถทำให้ลูกค้าเกินครึ่งเบือนหน้าหนีได้แล้ว

และสายเลือดอันต่ำต้อยของมัน ก็สามารถทำให้ลูกค้าที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งหนีไปอีก

สายเลือดต่ำต้อย คือสายเลือดที่มีคุณภาพต่ำที่สุด ไร้ซึ่งอนาคตในการวิวัฒนาการใดๆ

ไม่เพียงเท่านั้น ถึงแม้ว่าชื่อของมันจะคือหมาป่าสายลม แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สัตว์อสูรธาตุลม แต่มันเป็นสัตว์อสูรไร้ธาตุ

เหตุผลที่มันถูกเรียกว่าหมาป่าสายลม ก็เพราะว่าเมื่อเจอกับอันตราย มันจะวิ่งหนีเร็วกว่าเจ้านายเสียอีก…

สรุปแล้ว สัตว์อสูรสุดห่วยที่วิ่งหนีเร็วกว่าเจ้านาย กินมากกว่าเจ้านาย แถมอึเหม็นกว่าเจ้านายแบบนี้ ไม่มีใครอยากจะเสียเงินซื้อมัน

เจ้าของร้านเองก็จนปัญญา ถ้าไม่ทิ้งมันไป ในแต่ละเดือนเขายังต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าอาหารและค่ากำจัดมูลของมันอีก

“อาวู้~”

หมาป่าสายลมถูกเจ้าของร้านโยนลงบนถนน ส่งเสียงร้องโหยหวนคล้ายกับหมาป่าที่อยู่ในป่า

“ตัวซวย ไปตามทางของแกเถอะ!”

เจ้าของร้านตะโกนเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในร้านขายสัตว์อสูร

เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มพลางลูบจมูก

โอกาสพลิกโชคชะตามาถึงแล้ว

หมาป่าสายลมรู้ว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ไร้บ้านให้กลับ ก็รู้สึกหดหู่ หูลู่ลงและนั่งหมอบอยู่ตรงมุมถนนที่เต็มไปด้วยรถราวิ่งไปมา

ทันใดนั้น หมาป่าสายลมก็ได้กลิ่นหอม น้ำลายเริ่มเอ่อล้นออกมาจากมุมปาก

เซี่ยวซิงอวี่นั่งยองๆ ลงตรงหน้ามัน ในมือถือไส้กรอกอันหนึ่ง

“เฮ้ เพื่อน ยินดีที่จะเป็นสัตว์อสูรของฉันไหม?”

หมาป่าสายลมจ้องมองไส้กรอกในมือของเซี่ยวซิงอวี่ มันไม่ลังเลแม้แต่น้อย พยักหน้าอย่างรุนแรง

สำหรับมันแล้ว การมีข้าวกินก็เพียงพอแล้ว

อีกทั้งมันยังรู้จักตัวเองดี หากพลาดเซี่ยวซิงอวี่ เจ้านายผู้ใจดีคนนี้ไป คงไม่มีใครอยากให้บ้านแก่มันอีกแล้ว

เซี่ยวซิงอวี่ไม่เสียเวลา เขากัดนิ้วมือของตนเอง แล้วป้ายหยดเลือดลงบนหน้าผากของหมาป่าสายลม

จากนั้นก็กระตุ้นพลังวิญญาณอันน้อยนิดในร่างกาย

เหนือศีรษะของหมาป่าสายลม ปรากฏวงเวทพันธะโลหิตจางๆ

“ทำพันธสัญญาโลหิตสำเร็จ หลังจากนี้ไป แกก็คือสัตว์อสูรของนายท่านเซี่ยวซิงอวี่คนนี้แล้ว”

หมาป่าสายลมส่งเสียงร้องอย่างดีใจ วิ่งวนรอบตัวๆ ตัวเซี่ยวซิงอวี่ พร้อมกับส่ายหางที่ชี้โด่ชี้เด่อย่างบ้าคลั่ง

คนเดินถนน 1: “ยุคสมัยนี้ ยังมีคนยอมทำสัญญากับหมาป่าสายลมสายเลือดต่ำต้อยอยู่อีกเหรอเนี่ย?”

คนเดินถนน 2: “ดูเหมือนว่าสติปัญญาของเด็กหนุ่มคนนี้จะพอๆ กับหมาป่าสายลมเลยนะเนี่ย เป็นคนที่โง่เขลาจริงๆ~”

ในยุคนี้ ใครที่ทำสัญญากับหมาป่าสายลมก็จะต้องถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะและมองด้วยสายตาดูถูกเป็นธรรมดา

เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร เขาเปิดใช้งานเนตรปีศาจ ค่าคุณสมบัติของหมาป่าสายลมก็ปรากฏขึ้น

[ชื่อ] : หมาป่าสายลม

[ระดับ] :เริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง)

[สายเลือด] : ต่ำต้อย

[พรสวรรค์] : ไม่มี

[คุณสมบัติ] : ไม่มี

[ความภักดี] : 59

[จุดอ่อน] : ขี้ขลาดตาขาว วิ่งหนีเร็วกว่าเจ้านาย

[ทักษะ] : ขย้ำ เห่า ถ่มน้ำลาย

[เส้นทางการวิวัฒนาการ] : ไม่มี

[นิสัยและความชอบ] : กินแล้วอึ อึกองใหญ่ๆ อึเสร็จก็กินต่อ

นี่คือค่าคุณสมบัติพื้นฐานของหมาป่าสายลม ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชน

จากข้อมูลเหล่านี้ ไม่สามารถใช้คำว่าธรรมดามาอธิบายได้เลย ทำได้เพียงแค่ใช้คำว่า “ไร้ค่า” ได้คำเดียวเท่านั้น

แต่เมื่อเซี่ยวซิงอวี่เปิดใช้งานเนตรปีศาจ เขาก็สามารถเห็นข้อมูลที่ซ่อนอยู่อีกชุดหนึ่ง

[สายเลือดที่ซ่อนอยู่] : สายเลือดเพลิงนรก (คุณภาพระดับมหากาพย์)

[พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่] : เพลิงนรก

[เส้นทางการวิวัฒนาการที่ซ่อนอยู่] : …

ข้อมูลที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ มีเพียงเซี่ยวซิงอวี่เท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้

เซี่ยวซิงอวี่ใช้ความคิดเพื่อเปิดหน้าจอระบบ

ในคลังของระบบ มี [ผลึกปลุกสายเลือด] อยู่

เพียงแค่ป้อนผลึกนี้ให้กับหมาป่าสายลม ก็จะสามารถกระตุ้นสายเลือดเพลิงนรกที่ซ่อนอยู่ในตัวมันได้

“เซี่ยวซิงอวี่ นี่นายยังไม่ไปอีกเหรอ~”

ซูเจ๋อเดินออกมาจากร้านขายสัตว์อสูร ข้างกายมีเสือดำที่แผ่ไอหมอกสีดำออกมา

“เปิดหูเปิดตาซะบ้าง นี่คือสัตว์อสูรที่ฉันซื้อมา เสือดำนัยน์ตาโลหิต”

นี่คือเสือดำยักษ์ที่มีขนาดตัวพอๆ กับช้างโตเต็มวัย มีนัยน์ตาสีแดงก่ำ ดุร้าย

เสือดำนัยน์ตาโลหิต เป็นสัตว์อสูรสายหมอก ระดับเริ่มต้น สายเลือดสูงส่ง มีพลังการต่อสู้สูง รวดเร็ว และมีแนวโน้มในการวิวัฒนาการที่ดี

“เซี่ยวซิงอวี่ เห็นไหม? สัตว์อสูรที่เจ้านายอย่างฉันทำสัญญาด้วยก็คือเสือดำนัยน์ตาโลหิต!”

“อีกสามวันข้างหน้าในการสอบการสอบระดับประเทศ ต่อให้ฉันหลับตา ฉันก็สอบเข้าสถาบันไป๋หลิงได้สบายๆ!”

สถาบันไป๋หลิง คือสถาบันฝึกสัตว์อสูรที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้

บนใบหน้าของซูเจ๋อเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและโอ้อวด ในขณะที่แสดงออกก็ไม่ลืมที่จะเยาะเย้ยเซี่ยวซิงอวี่

“โอ้โห นายทำสัญญากับหมาป่าสายลมเหรอ? ฮ่าๆๆ~”

“เซี่ยวซิงอวี่เอ๊ยเซี่ยวซิงอวี่ ที่แท้ของที่เจ้าของร้านขายสัตว์อสูรทิ้งขยะ นายก็เอามาบูชาเป็นอย่างดีเลยนี่นะ!”

เมื่อเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยอย่างไร้ความปรานีของซูเจ๋อ เซี่ยวซิงอวี่กลับมีสีหน้านิ่งสงบ

“นายว่าหมาป่าสายลมเป็นขยะเหรอ? ฉันรับประกันได้เลยว่า อีกสามวันข้างหน้าในการสอบการสอบระดับประเทศ นายจะได้รู้ว่าตัวเองโง่แค่ไหน”

รอยยิ้มของเซี่ยวซิงอวี่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “งั้นลองบอกมาสิ ว่านายจะพาหมาป่าสายลมของนายไปสมัครสอบสถาบันฝึกสัตว์อสูรที่ไหน?”

ในขณะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของเซี่ยวซิงอวี่อีกครั้ง

“ติ๊ง~”

“ประกาศภารกิจของระบบ”

“ภารกิจของระบบ : สอบเข้าสำนักชิงหลงให้ได้”

“รางวัลภารกิจ : [ผลึกแห่งรัตติกาล] + 300 แต้ม”

เซี่ยวซิงอวี่ก้มหน้าลง ผมหน้าม้าที่ปรกหน้าผากปกปิดรอยยิ้ม

“ฉันจะสมัครสอบสถาบันชิงหลง”

ซูเจ๋อเซถลา เกือบจะล้มลงด้วยความตกตะลึง

“น~ นายว่าไงนะ? นายจะสมัครสอบสถาบันชิงหลง? นายพูดจริงดิ?”

เซี่ยวซิงอวี่ยังคงเงียบ

“บ้าไปแล้ว นายพูดจริงดิ สมองนายคงจะโดนน้ำซัดไปแล้วมั้ง!”

นับตั้งแต่การล่มสลายของโลก การรุกรานของสัตว์อสูร อารยธรรมผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้ดำเนินมาเป็นเวลานาน 300 ปี

ในช่วง 300 ปีนี้ ทั่วหลงกั๋วได้ก่อตั้งสถาบันฝึกสัตว์อสูรขึ้นหลายร้อยแห่ง

แต่มีเพียงสี่สถาบันฝึกสัตว์อสูรเท่านั้นที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แหล่งรวมสัตว์ประหลาดอัจฉริยะ”

สถาบันชิงหลง สถาบันไป๋หู่ สถาบันจูเชวี่ย สถาบันเสวียนอู่

สี่สถาบันฝึกสัตว์อสูรนี้เรียกรวมกันว่า “สี่สถาบันฝึกสัตว์อสูรชั้นนำ” นักเรียนที่สอบเข้าได้ล้วนเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ หรืออาจจะเรียกว่าสัตว์ประหลาดอัจฉริยะเลยก็ได้

บ่ายสามโมง

เซี่ยวซิงอวี่กลับมาที่โรงเรียนมัธยมปลายเซียงหนาน ทำให้เกิดความฮือฮาไปทั่วโรงเรียน

ไม่ว่าเซี่ยวซิงอวี่จะเดินไปที่ไหน ทุกคนก็พูดถึงเขา ชี้หน้าเขา

“พวกนายรู้ยัง? เซี่ยวซิงอวี่สมัครสอบสถาบันชิงหลงด้วยนะ”

“ไอ้บ้านั่นมันบ้าไปแล้วแน่ๆ ต่อให้ไปล้างส้วมที่สถาบันชิงหลง มันก็ยังไม่มีคุณสมบัติเลย!”

“ฉันยังได้ยินมาว่ามันทำสัญญากับหมาป่าสายลมด้วยนะ”

“พาหมาป่าสายลมไปสอบสถาบันชิงหลงเนี่ยนะ? ฉันกลั้นขำไม่ไหวแล้ว โธ่~ ฮ่าๆๆ…”

ชายวัยกลางคนสวมแว่นเดินเข้ามาหาเซี่ยวซิงอวี่ เขาคือหลิวข่าย อาจารย์ประจำชั้นของเซี่ยวซิงอวี่

“เซี่ยวซิงอวี่ นายกำลังทำอะไรอยู่ คิดจะก่อเรื่องอะไร สมัครสอบสถาบันชิงหลงโดยไม่รู้จักประมาณตน หากถึงตอนนั้นเรื่องนี้แพร่ออกไป มันจะทำให้โรงเรียนขายหน้า!”

“อาจารย์หลิว ผมกรอกใบสมัครไปแล้ว”

หลิวข่ายมองไปที่ใบสมัคร สีหน้าโกรธจัด

“นาย..นาย…นายนี่มันไม่เพียงแต่สมัครสอบสถาบันชิงหลงแล้วยังเลือก [ไม่ขอรับการพิจารณาในกรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์] อีกด้วย!”

เมื่อได้ยินข่าวนี้ ผู้ที่มามุงดูอยู่ต่างก็หัวเราะเยาะอย่างเสียดสี

“ไม่ขอรับการพิจารณาในกรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์เนี่ยนะ? เซี่ยวซิงอวี่มันเป็นตัวของตัวเองจริงๆ!”

“ไอ้หมอนี่จบเห่แล้ว หลังจากพลาดเข้าสถาบันชิงหลง ก็ไม่สามารถไปสถาบันฝึกสัตว์อสูรแห่งอื่นได้อีกแล้ว”

“บางทีไอ้หมอนี่อาจจะเป็นตัวตลกที่สุดในการสอบการสอบระดับประเทศปีนี้เลยก็ได้!”

ในขณะนั้นเอง เด็กสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยวซิงอวี่

เจียงลี่น่า ดาวเด่นของโรงเรียนมัธยมปลายเซียงหนาน และยังเป็นแฟนสาวที่เซี่ยวซิงอวี่คบหามาสองปีครึ่ง

แต่ในขณะนี้ บนใบหน้าของเจียงลี่น่าไม่มีความเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย ในดวงตาของเธอมีแต่ความเย็นชาและความรังเกียจ

“เซี่ยวซิงอวี่ เราเลิกกันเถอะ”

เซี่ยวซิงอวี่ไม่มีความรู้สึกใดๆ ตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล “ตกลง”

เจียงลี่น่าค่อนข้างประหลาดใจ ไม่คิดว่าเซี่ยวซิงอวี่จะใจเย็นขนาดนี้

“เซี่ยวซิงอวี่ นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลิกกับนาย?”

“รังเกียจที่ฉันทำให้เธออับอาย คิดว่าฉันจะเป็นตัวตลกที่สุดในการสอบการสอบระดับประเทศปีนี้”

เซี่ยวซิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ใช่แล้ว บ้านนายไม่มีเงินไม่มีอำนาจ ทำสัญญากับหมาป่าสายลมสายเลือดต่ำต้อย แถมยังสมัครสอบสถาบันชิงหลงอีก!”

“ฉันจะบอกอะไรให้นะ นกกระจอกไม่มีวันกลายเป็นหงส์ งูน้ำก็ไม่มีทางกลายเป็นมังกรได้!”

“คนอย่างนาย ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นแฟนของฉัน!”

เจียงลี่น่าไม่สนใจความสัมพันธ์สองปีครึ่ง พูดคำดูถูกต่อหน้าฝูงชน แล้วหันหลังเดินจากไป

เพื่อนนักเรียนที่อยู่รอบข้างต่างก็ส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน มองว่าเซี่ยวซิงอวี่เป็นตัวตลก

ถูกอาจารย์ประจำชั้นด้อยค่า ถูกเพื่อนร่วมชั้นเยาะเย้ย ถูกแฟนสาวทิ้ง…

“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าอีกสามวันต่อจากนี้ พวกหนูขี้ขลาดตาขาวอย่างพวกแกทั้งหมด จะมีสีหน้าเป็นแบบไหนกัน”

เซี่ยวซิงอวี่ก้มหน้าลงและหัวเราะเบาๆ พึมพำกับตัวเอง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามวันต่อมา

“การสอบระดับประเทศกำลังจะเริ่มขึ้น”

“ผู้เข้าสอบในเขตเมืองชิงเฟิง โปรดเข้ารายงานตัว”

เมื่อมองไปทั่วทั้งหลงกั๋ว เมืองชิงเฟิงเป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่โดดเด่น จำนวนผู้เข้าสอบมีเพียง 3,000 คนเท่านั้น

จากการวิเคราะห์สถานการณ์การรับสมัครในปีก่อนๆ ผู้เข้าสอบ 3,000 คนนี้ อย่างน้อย 2,000 คนถูกปฏิเสธจากสถาบันฝึกสัตว์อสูรทั้งหมด เนื่องจากคุณสมบัติต่ำต้อย กลายเป็นพลเมืองธรรมดาไป

ผู้เข้าสอบที่เหลืออีก 1,000 คน ส่วนใหญ่ถูกรับเข้าเรียนในสถาบันฝึกสัตว์อสูรระดับต่ำที่สุด

สถาบันไป๋หลิงเป็นสถาบันฝึกสัตว์อสูรที่มีมาตรฐานสูงสุดในเมืองชิงเฟิง

ในแต่ละปี มีนักเรียนไม่ถึง 100 คนเท่านั้นที่ได้รับการตอบรับเข้าเรียนในสถาบันฝึกสัตว์อสูรแห่งนี้

จัตุรัสจื่อหลิน

พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ของจัตุรัสแห่งนี้ คือสถานที่สอบของเขตเมืองชิงเฟิง

ตรงกลางจัตุรัสมีเครื่องวัดพลังวิญญาณที่มีความแม่นยำสูงตั้งตระหง่านอยู่

นี่คือเครื่องวัดพลังวิญญาณ ใช้สำหรับวัดค่าพลังวิญญาณของผู้เข้าสอบ

เซี่ยวซิงอวี่สวมเสื้อผ้าธรรมดา ปรากฏตัวท่ามกลางฝูงชน

“นั่นมันเซี่ยวซิงอวี่ไม่ใช่เหรอ!”

“ใช่แล้ว ก็เขาคนนั้นแหละ ที่ทำสัญญากับหมาป่าสายลม”

“แถมยังสมัครสอบสถาบันชิงหลง ไม่ขอรับการพิจารณาในกรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์อีกด้วย”

“เมืองชิงเฟิงของเรา ไม่เพียงแต่ไม่ได้มีอัจฉริยะมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีคนโง่แบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน ฮ่าๆๆ~”

เมื่อมองไปยังสีหน้าสะใจของผู้เข้าสอบที่อยู่รอบข้าง เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร ในใจกลับคิดว่า

“ถึงเวลาแล้วที่จะมอบความต่ำต้อยครั้งใหญ่ให้กับพวกโง่เหล่านี้”

หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.
เมื่อยอดเก็บเข้าชั้นถึง 1,000 คน
จะแจกตอนฟรีเพิ่มเป็น วันละ 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน เต็มๆค่ะ ^^

บทที่ 3 การสอบระดับประเทศ ผู้ควบคุมสัตว์อสูรอัจฉริยะปรากฏกาย!

“ใกล้สอบแล้ว ตื่นเต้นจังเลย~”

“ขออำนาจคุณปู่ คุณทวดคุ้มครอง ให้ฉันสอบเข้าสถาบันหลานเจียได้สำเร็จด้วยเถิด!”

“สัตว์อสูรของฉันไม่น่ามีปัญหา แต่ค่าพลังวิญญาณต่ำไปหน่อย อาจจะพลาด…”

ก่อนเริ่มการสอบ สีหน้าของผู้เข้าสอบทุกคนต่างแสดงออกถึงความกังวลและความกระวนกระวาย

เที่ยงตรง

เสียงประกาศดังขึ้น

“การสอบระดับประเทศ เขตสอบเมืองชิงเฟิง เริ่มทำการประเมิน!”

เมื่อการสอบเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ผู้เข้าสอบทยอยเข้าห้องสอบตามหมายเลขประจำตัว

อาจารย์ผู้คุมสอบล้วนมาจากสถาบันฝึกสัตว์อสูรต่างๆ

ตัวอย่างเช่น หากคุณสมัครเข้าเรียนสถาบันหลานเจีย อาจารย์จากสถาบันหลานเจียก็จะมาควบคุมการสอบ

เพียงแค่คุณสอบผ่าน คุณก็จะได้รับจดหมายตอบรับจากสถาบันหลานเจีย และตราผนึกอสูรระดับหนึ่งดาว

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่ลานกว้าง

เนื่องจากสถาบันฝึกสัตว์อสูรที่มีมาตรฐานต่ำกว่าอย่างสถาบันหลานเจียและสถาบันหั่วอวี่มีผู้สมัครมากที่สุด ผู้คนจึงรวมตัวกันอย่างคับคั่ง

ส่วนสถาบันที่มีมาตรฐานสูงกว่าอย่างสถาบันไป๋หลิงมีผู้สมัครน้อยกว่า ผู้คนจึงดูกระจัดกระจาย

สำหรับสถาบันชิงหลง หนึ่งในสี่สถาบันใหญ่ มีผู้สมัครเพียงคนเดียวในเมืองชิงเฟิง

ดังนั้นในขณะนี้ เซี่ยวซิงอวี่จึงยืนโดดเดี่ยวเผชิญหน้ากับอาจารย์ผู้คุมสอบจากสถาบันชิงหลง เฉินฉี่เหนียน

เฉินฉี่เหนียนดูเหมือนจะเป็นชายวัยกลางคนที่หล่อคมเข้ม หนวดเครารุงรัง ไม่พิถีพิถันเรื่องรูปลักษณ์ ภายในตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่รุนแรง

เขาเป็นอาจารย์ที่มีความสามารถโดดเด่นของสถาบันชิงหลง จากตราผนึกอสูรดาวห้าดวงที่ห้อยอยู่บนหน้าอก บ่งบอกว่าเขาคือผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับห้าดาว

เฉินฉี่เหนียนและเซี่ยวซิงอวี่เผชิญหน้ากัน ตาจ้องตา บรรยากาศค่อนข้างอึดอัด

“เซี่ยว…ซิงอวี่ใช่ไหม”

“สวัสดีครับ อาจารย์ผู้คุมสอบ~”

เฉินฉี่เหนียนส่ายหน้าพลางยิ้ม

“หนุ่มน้อย นายคือผู้เข้าสอบเพียงคนเดียวจากผู้เข้าสอบ 3,000 คนในเมืองชิงเฟิงที่สมัครสถาบันชิงหลงของเรา”

“ยิ่งไปกว่านั้น นายยังกรอกว่าไม่ขอรับการพิจารณาในกรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์อีกด้วย”

เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มแล้วถามกลับ “ผมทำแบบนี้ มันไม่ผิดกฎใช่ไหมครับ?”

“แน่นอนว่าไม่ผิดกฎ แต่…ฉันจะบอกข้อมูลคร่าวๆ ให้นายก่อน”

“ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา การสอบใหญ่ของเมืองชิงเฟิงทั้งห้ารุ่น มีผู้เข้าสอบเพียง 8 คนเท่านั้นที่กล้าสมัครสถาบันชิงหลง”

“ผลปรากฎว่าไม่มีใครได้รับการตอบรับเลยสักคน”

“ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เข้าสอบทั้ง 8 คนนี้ ต่างก็กรอกว่ายินยอมเปลี่ยนสถาบันกรณีไม่ผ่านการประเมิน เมื่อพลาดหวังจากสถาบันชิงหลงแล้ว ก็ยังสามารถเข้าเรียนในสถาบันอื่นๆ ได้”

คำพูดของเฉินฉี่เหนียนมีความตั้งใจที่ชัดเจน เขาต้องการเตือนเซี่ยวซิงอวี่ หวังว่าเซี่ยวซิงอวี่จะยอมแพ้ไปเอง

“อาจารย์ผู้คุมสอบ ผมจะเป็นผู้เข้าสอบคนแรกของเมืองชิงเฟิงที่ได้รับการตอบรับจากสถาบันชิงหลง”

เฉินฉี่เหนียนถอนหายใจ “เฮ้อ สถาบันชิงหลงของเรา บ่มเพาะแต่อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะเท่านั้น”

“แล้วอาจารย์รู้ได้ยังไงว่าผมไม่ใช่อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ?”

เฉินฉี่เหนียนเม้มริมฝีปาก จู่ๆ ก็รู้สึกว่าหนุ่มน้อยหน้าตาหมดจดตรงหน้าคนนี้ต้องมีอะไรบางอย่าง

ในขณะนั้น อาจารย์ผู้คุมสอบจากสถาบันฝึกสัตว์อสูรอื่นๆ ทยอยประกาศผลสอบของผู้เข้าสอบ

“หวังเยี่ยนหง พลังวิญญาณ 352 ทำสัญญาสัตว์อสูร กิ้งก่าเหมันต์ (ระดับเริ่มต้น สายเลือดธรรมดา)”

“สอบผ่าน ได้รับจดหมายตอบรับจากสถาบันปิงเยวี่ย!”

“หลิวเสี่ยวเป้ย พลังวิญญาณ 250 ทำสัญญาสัตว์อสูร นกฟลามิงโก้เพลิง (ระดับเริ่มต้น สายเลือดธรรมดา)”

“พลังวิญญาณไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ผ่านการประเมิน”

“หลิงเทียนโย่ว่ พลังวิญญาณ 474 ทำสัญญาสัตว์อสูร เต่าอัลลิเกเตอร์เกราะพิษ (ระดับเริ่มต้น สายเลือดสูงส่ง)”

“สอบผ่าน ได้รับจดหมายตอบรับจากสถาบันไป๋หลิง!”

การประเมินแบ่งออกเป็นสองส่วน คือการทดสอบพลังวิญญาณ และการทดสอบคุณภาพสายเลือดของสัตว์อสูร

พลังวิญญาณถึง 300 ถือว่าผ่านเกณฑ์

สายเลือดของสัตว์อสูรมีคุณภาพถึงระดับธรรมดา ถือว่าผ่านเกณฑ์

หากไม่สามารถผ่านเกณฑ์ได้ แม้จะสมัครสถาบันฝึกสัตว์อสูรที่ต่ำต้อยที่สุดในประเทศ ก็จะไม่ได้รับจดหมายตอบรับ

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่สอบเสร็จแล้ว

ผู้เข้าสอบที่สอบเสร็จ ไม่ว่าสอบผ่านหรือสอบไม่ผ่าน ก็ไม่ได้จากไปไหน แต่มารวมตัวกันและเฝ้าดูเซี่ยวซิงอวี่

เมื่อเห็นดังนั้น เฉินฉี่เหนียนจึงยิ้มแล้วถามว่า “นักเรียนเซี่ยว ทำไมคนพวกนี้ถึงมาเฝ้าดูนาย นายน่าจะรู้ใช่ไหม?”

“พวกเขาอยากเห็นผมขายหน้า”

เฉินฉี่เหนียนขมวดคิ้ว แล้วพิจารณาหนุ่มน้อยตรงหน้าอีกครั้ง

เผชิญหน้ากับเสียงหัวเราะเยาะและเสียงโห่ร้องจากฝูงชน เซี่ยวซิงอวี่กลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ

“เด็กคนนี้อายุแค่ 18 แต่กลับสุขุมนิ่งสงบขนาดนี้ หรือว่าจะเป็นเพชรที่ยังไม่เจียระไนจริงๆ?”

ในขณะเดียวกัน เสียงประกาศก็ดังมาว่าซูเจ๋อและเจียงลี่น่าสอบผ่าน

เซี่ยวซิงอวี่สอบเข้าสถาบันไป๋หลิง ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของเมืองชิงเฟิงได้สำเร็จ

เจียงลี่น่ามีพรสวรรค์ต่ำกว่า แต่ก็ได้รับการตอบรับจากสถาบันหลานเจียเช่นกัน

คนหนึ่งคือศัตรูคู่อาฆาตที่มักจะรังแกเซี่ยวซิงอวี่ อีกคนคือแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกับเซี่ยวซิงอวี่ไป

และทั้งสองก็ยืนอยู่ในฝูงชน โดยต้องการเห็นเซี่ยวซิงอวี่ขายหน้าเช่นกัน

ซูเจ๋อนำจดหมายตอบรับของสถาบันไป๋หลิงออกมา โบกไปมาเพื่อโอ้อวดเซี่ยวซิงอวี่

“เซี่ยวซิงอวี่ ฉันสอบเข้าสถาบันไป๋หลิงได้แล้ว ต่อไปคนต่ำต้อยอย่างแก เวลาเจอฉันก็ต้องโค้งคำนับ รู้ไหม?”

“ใครเป็นคนต่ำต้อย? ถ้าฉันสอบผ่าน ก็จะเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรคนหนึ่งเหมือนกัน”

เมื่อเซี่ยวซิงอวี่พูดเช่นนี้ ก็ถูกเยาะเย้ยเสียงดังยิ่งกว่าเดิม

ซูเจ๋อหัวเราะจนท้องแข็ง

“แกนี่มันพวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ!”

“ด้วยไอ้หมาสายลมของแก ยังคิดจะสอบผ่านการประเมินของสถาบันชิงหลงอีกเหรอ?”

“ช่างเพ้อฝันจริงๆ!”

เซี่ยวซิงอวี่ยักคิ้วแล้วยิ้ม “ซูเจ๋อ กล้าพนันกันไหม ถ้าฉันสอบเข้าสถาบันชิงหลงได้ แกต้องคุกเข่าเรียกฉันว่าพ่อ”

ซูเจ๋อพูดอย่างดุดัน “ได้สิ พนันก็พนัน ถ้าแกสอบเข้าสถาบันชิงหลงไม่ได้ แกก็ต้องคุกเข่าขัดรองเท้าให้ฉัน!”

ต่อหน้าสาธารณชน ข้อตกลงการพนันเป็นอันเกิดขึ้น ไม่มีใครสามารถยกเลิกมันได้

เซี่ยวซิงอวี่หันหลังกลับไปหาเฉินฉี่เหนียน

“อาจารย์ผู้คุมสอบ ผมพร้อมแล้ว”

เฉินฉี่เหนียนเตือนว่า “นักเรียนเซี่ยว ฉันขอประกาศก่อนนะ”

“เงื่อนไขการรับเข้าเรียนของสถาบันชิงหลงของเราค่อนข้างเข้มงวด”

“พลังวิญญาณต้องถึง 800”

“คุณภาพสายเลือดของสัตว์อสูรต้องไม่ต่ำกว่าคุณภาพระดับชั้นยอด”

โดยทั่วไปแล้ว ผู้เข้าสอบที่มีคุณสมบัติธรรมดาจะมีพลังวิญญาณ 300-500

หากเกิน 500 จะถือว่าเป็นผู้มีความสามารถที่มีพรสวรรค์ที่ดี

แต่เกณฑ์พลังวิญญาณของสถาบันชิงหลงสูงถึง 800!

เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของเมืองชิงเฟิง ยังไม่เคยปรากฏผู้เข้าสอบที่มีพลังวิญญาณเกิน 800 เลย

ต่ำต้อย ธรรมดา สูงส่ง ชั้นยอด มหากาพย์ ตำนาน เทพเจ้า มายาเทพ สร้างโลก

นี่คือเก้าระดับชั้นคุณภาพสายเลือดของสัตว์อสูร

ข้อกำหนดของสถาบันชิงหลงสำหรับสายเลือดของสัตว์อสูร คือคุณภาพระดับชั้นยอดเป็นอย่างต่ำ

ด้วยเงื่อนไขการรับเข้าเรียนที่เข้มงวดทั้งสองข้อนี้ สถาบันชิงหลงจึงปฏิเสธผู้เข้าสอบกว่า 99% ทั่วประเทศ

“อาจารย์ผู้คุมสอบ ถึงอาจารย์จะพูดแบบนั้น ผมก็จะไม่ยอมแพ้ เริ่มได้เลยครับ”

เฉินฉี่เหนียนพยักหน้า

“เอาละ เริ่มการประเมินได้!”

“ผู้เข้าสอบเซี่ยวซิงอวี่ จากโรงเรียนมัธยมปลายเซียงหนาน”

“การทดสอบครั้งแรก การทดสอบพลังวิญญาณ!”

เซี่ยวซิงอวี่มาที่หน้าเครื่องวัดพลังวิญญาณ

“นักเรียนเซียว วางมือขวาของนายบนบริเวณตรวจจับของเครื่องวัดพลังวิญญาณ แล้วกระตุ้นพลังวิญญาณในร่างกาย”

เซี่ยวซิงอวี่ทำตามที่บอก

ผู้คนที่เฝ้าดูต่างส่งเสียงเยาะเย้ยไม่หยุดหย่อน

เซี่ยวซิงอวี่สูดหายใจเข้าลึกๆ กระตุ้นพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างกาย

บนหน้าจอ ตัวเลขเริ่มกระโดดถี่ๆ

“ทะลุ 300 แล้ว”

“ไม่คิดเลยว่าพลังวิญญาณของเด็กคนนี้จะถึงเกณฑ์”

“ไม่ต้องห่วง เขาไม่สามารถทะลุ 400 ได้หรอก”

“เวรแล้วไง จู่ๆ ก็กระโดดไป 500 แล้ว!”

“ฮ่าๆ ถ้าทะลุ 600 ฉันจะถ่ายทอดสดกินอึเลย”

“อะไรเนี่ย 600!”

“แม่เจ้า พลังวิญญาณยังเพิ่มขึ้นอีก!”

ภายใต้สายตาของทุกคน ตัวเลขบนหน้าจอเครื่องวัดพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

ในเวลาเพียงสิบวินาที พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่ก็ทะลุ 700 ไปแล้ว!

โดยทั่วไปพลังวิญญาณ 700 ก็คือมาตรฐานการรับเข้าเรียนของสถาบันฝึกสัตว์อสูรชั้นนำของประเทศแล้ว

“800 แล้ว!”

“ทะลุ 800 จริงๆ เด็กคนนี้จะเกินไปแล้ว!”

“ที่น่ากลัวคือพลังวิญญาณยังเพิ่มขึ้นอีก!”

“เหลือเชื่อ เครื่องวัดพลังวิญญาณนี่เสียหรือเปล่าเนี่ย!”

เฉินฉี่เหนียนจ้องมองที่หน้าจอเครื่องวัดพลังวิญญาณตลอดเวลา สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“OMG ทะลุ 900!”

“1000!”

“1100!”

“1200!”

ในที่สุด พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่ก็หยุดอยู่ที่ 1208

“ผู้เข้าสอบเซี่ยวซิงอวี่ พลังวิญญาณ 1208”

เฉินฉี่เหนียนดวงตาเป็นประกาย ประกาศว่า “การทดสอบครั้งแรกผ่าน!”

นี่เป็นตัวเลขที่น่าสะพรึงกลัวเกินไป ทุกคนเงียบกริบ

คนที่เคยเยาะเย้ยเซี่ยวซิงอวี่ต่างก็อ้าปากค้าง

โดยเฉพาะซูเจ๋อ อ้าปากกว้างราวกับกลืนหลอดไฟได้ทั้งดวง

หลังจากความเงียบงัน ฝูงชนก็ต่างตกอยู่ในความวุ่นวาย

“พลังวิญญาณทะลุพัน?”

“หมอนี่มันปีศาจชัดๆ!”

“ฉันจำได้ว่า ตอนนั้นเย่ซวงหนิงเข้าร่วมการสอบระดับประเทศ พลังวิญญาณคือ 1210”

“เซี่ยวซิงอวี่มีพลังวิญญาณ 1208 ต่ำกว่าเย่ซวงหนิงแค่ 2 แต้ม!”

ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ เซี่ยวซิงอวี่มีสีหน้าเป็นปกติ บนใบหน้าของเขายังคงไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เพราะทุกอย่างอยู่ในความคาดหมายของเขาแล้ว

ดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่คือเนตรปีศาจ มีพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ และยังสามารถเพิ่มพลังวิญญาณได้โดยการดูดซับอารมณ์ด้านลบในโลกอีกต่างหาก

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินมาหาเฉินฉี่เหนียน

“อาจารย์เฉิน มีสถานการณ์หนึ่งที่ต้องการแจ้งให้ทราบครับ”

“เมื่อสักครู่ การทดสอบพลังวิญญาณของนักเรียนเซี่ยวซิงอวี่ เนื่องจากเครื่องจักรมีปัญหาเล็กน้อย ดังนั้น…”

เฉินฉี่เหนียนหรี่ตา “ดังนั้นอะไร?”

“พลังวิญญาณที่แท้จริงของนักเรียนเซี่ยวซิงอวี่คือ 1212 ครับ”

รูม่านตาของเฉินฉี่เหนียนหดเล็กลง แล้วมองไปยังเซี่ยวซิงอวี่ที่ไม่ไกลออกไปอีกครั้ง

“1212?”

“พลังวิญญาณของเด็กคนนี้ สูงกว่าอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะจากตระกูลเย่ถึง 2 แต้ม!”

หลังจากตกตะลึง เฉินฉี่เหนียนสั่งว่า “เรื่องเครื่องจักรมีปัญหา ห้ามเปิดเผยต่อสาธารณชน”

“อาจารย์เฉิน มันไม่ดีมั้งครับ…”

“สถาบันชิงหลงของเราพูดจาไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วเหรอ?”

เจ้าหน้าที่เป็นเพียงลูกจ้าง ไม่กล้าขัดใจสถาบันชิงหลง จึงทำได้เพียงตอบรับด้วยเสียงแผ่วเบา

เฉินฉี่เหนียนปรับอารมณ์ แล้วประกาศว่า “การทดสอบครั้งที่สอง การทดสอบคุณภาพสายเลือดของสัตว์อสูร!”

สายตาของทุกคนจดจ่ออยู่ที่เซี่ยวซิงอวี่อีกครั้ง

“ผู้เข้าสอบเซี่ยวซิงอวี่ โปรดอัญเชิญสัตว์อสูร”

หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^
.
เมื่อยอดเก็บเข้าชั้นถึง 1,000 คน
จะแจกตอนฟรีเพิ่มเป็น วันละ 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน เต็มๆค่ะ ^^

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...