โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาว เชื่อพ่อถูกฆาตกรรม เปิดผลชันสูตร ศพไม่มีหัว กลางไร่อ้อยที่นครสวรรค์

Khaosod

อัพเดต 14 ธ.ค. 2568 เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 02.52 น.
ลูกสาว เชื่อพ่อถูกฆาตกรรม เปิดผลชันสูตร ศพหัวขาด กลางไร่อ้อยที่นครสวรรค์

เปิดผลชันสูตร ศพไม่มีหัว กลางไร่อ้อยที่นครสวรรค์ เผยปมส่วนศีรษะอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ด้าน ลูกสาว เชื่อฆาตกรรม วอนตร.ตรวจสอบละเอียด ญาติ เผยเบาะแส

วันที่ 14 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพบร่างผู้เสียชีวิต สภาพศพไม่มีหัว ท่อนล่างเปลือยเปล่า สวมใส่เสื้อสีเขียวลายทางขาว ภายในไร่อ้อย อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ต่อมามีข้อมูลว่า ส่วนศีรษะของศพถูกพบคนละวัน และอยู่ห่างออกไปกว่า 1 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.ภาณุพงษ์ กะระกล ผกก.สภ.แม่เปิน กล่าวว่า เป็นเรื่องจริง โดยศพถูกพบอยู่บริเวณข้างไร่อ้อย ต.แม่เปิน สภาพไม่มีหัว แขนซ้ายขาด และห่างออกไปประมาณ 100 เมตร พบซองยาเส้น และบัตรประชาชนผู้ตายตกอยู่ ระบุชื่อ คือ นายนันทชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ซึ่งสภาพศพเสียชีวิตมาได้ประมาณ 4 วันแล้ว

เปิดผลชันสูตร ศพไม่มีหัว กลางไร่อ้อยที่นครสวรรค์ เผยปมส่วนศีรษะอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ด้าน ลูกสาว เชื่อฆาตกรรม วอนตร.ตรวจสอบละเอียด

เปิดผลชันสูตร ศพไม่มีหัว กลางไร่อ้อยที่นครสวรรค์ เผยปมส่วนศีรษะอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ด้าน ลูกสาว เชื่อฆาตกรรม วอนตร.ตรวจสอบละเอียด

พ.ต.อ.ภาณุพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ตายถูกพบเป็นศพหัวขาดหลังจากหายออกจากบ้านไปประมาณ 4-5 วัน โดยก่อนหน้านี้ มีการไปพบส่วนหัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกทิ้งไว้ที่กอไผ่ ห่างจากจุดที่พบร่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร และจากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัว แต่ก็ต้องดื่มเหล้าเป็นประจำ เพราะหากขาดจะเกิดอาการลมชัก

การตรวจสอบจากการแพทย์นิติเวช ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และรอบพื้นที่จุดพบศพ ก็ไม่มีรอยการต่อสู้แต่อย่างใด อีกทั้ง ผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวเบื้องต้น จึงชื่อว่าผู้ตายน่าจะเกิดโรคกำเริบและเสียชีวิตข้างป่าอ้อย

เหตุการณ์นี้ ชาวบ้านเป็นผู้พบศพอยู่ในสภาพที่มีฝูงสุนัขอยู่รายล้อม จึงเป็นไปได้ว่า ถูกสัตว์รุมแทะจนศีรษะหลุดก่อนที่หมาตัวหนึ่งจะคาบเอาไปทิ้งไว้ในกกไผ่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ พบจุดเกิดเหตุเป็นทางเข้าไร่ของชาวบ้าน มีการปลูกทั้งอ้อยและข้าวโพด โดยรถที่จะเข้าไปในเส้นทางนี้ได้ ต้องใช้รถโฟวิลเท่านั้น และเป็นเส้นทางเปลี่ยวแทบไร้ผู้คน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเพียงไร่ของชาวบ้าน ซึ่งแทบไม่มีถนนให้เข้าถึง

อีกทั้ง จากการสอบถามชาวบ้านหลายราย ต่างก็ระบุว่า ศพที่ถูกพบน่าจะเป็นการถูกฆาตกรรมมากกว่าป่วยตาย ส่วนจุดที่พบว่ามีการจุดธูป ซึ่งคาดว่ามีการทำพิธีเรียกดวงวิญญาณ มีกระจุกเส้นผม 3 จุด และกองเลือดติดอยู่บนดินทราย

สอบถาม นายบุญยืน ทวีลาภ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.แม่เปิด อ.แม่เปิน กล่าวว่า การตายของนายนันทชัย ตนก็ยังไม่กล้าฟันธงแน่ชัด เพราะยังมีหลายเรื่องให้สงสัย ซึ่งก็เป็นไปได้ทั้งฆาตกรรมและป่วยตาย โดยเฉพาะเรื่องป่วย ตนทราบว่าเขามีโรคลมชัก หากขาดเหล้าก็จะมีอาการ

จึงเป็นไปได้ที่ทำให้เสียชีวิตก่อนที่สัตว์มารุมแทะจนหัวหลุดแล้วคาบเอาไปไว้อีกที่หนึ่ง แต่สุดท้าย ก็ต้องรอผลการชันสูตรจากนิติเวชโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ออกมาเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามเรื่องอาชญากรรมในพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ระบุว่า ในพื้นที่นี้ หลายครั้งก็มีการตายปริศนา แต่การพบศพก็ไม่ถึงขนาดหัวขาด แขนขาด เหมือนศพของนายนันทชัย แม้ทางตำรวจจะระบุว่าไม่มีเงื่อนงำ แต่ตนก็ยังมีความสงสัยในใจ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่ง อ.แม่เปิน เป็นสถานที่จัดการศพของนายนันทชัย พบกับ ลูกสาวของผู้ตาย อายุ 25 ปี กล่าวว่า พ่อของตนน่าจะถูกฆาตกรรมมากกว่าไปเดินป่วยแล้วตายอย่างอนาถในไร่อ้อย ไม่มีชาวบ้านคนไหนเดินเข้าไปนอกจากชาวไร่ จึงวิงวอนขอให้ตำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดให้ทุกมิติและรอบด้าน ก่อนจะฟันธงว่าพ่อของตนไปป่วยตายเอง

ขณะที่ ญาติของนายนันทชัย ให้เบาะแสว่า เจ้าตัวมีรถจักรยานยนต์อยู่คันหนึ่ง แต่เมื่อประมาณครึ่งเดือนก่อน เจ้าตัวขี่รถไปเมาแล้วรถหาย จึงพยายามติดตามหารถมาตลอด โดยมีผู้ต้องสงสัยชายรายหนึ่งซึ่งผู้ตายมักจะไปดื่มเหล้าเป็นประจำ ซึ่งเรื่องนี้ตนได้แจ้งกับตำรวจไว้แล้ว คาดว่าตำรวจจะเร่งเเรียกตัวเพื่อนผู้ตายรายนี้มาสอบปากคำต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกสาว เชื่อพ่อถูกฆาตกรรม เปิดผลชันสูตร ศพไม่มีหัว กลางไร่อ้อยที่นครสวรรค์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...