โอเครู้เรื่อง! เจนนี่ เล่าหมดเปลือก สาเหตุเลิกจัดเทศกาล 5 ภาค
วันที่ 9 ธันวาคม 2568 เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น หรือ เจนนี่ รัชนก เปิดไลฟ์สดขายของและกล่าวถึงสาเหตุที่ยุติการจัดเทศกาลเจนนี่ 5 ภาค ซึ่งกำหนดให้แต่ละแบรนด์ต้องจ่ายค่าบูธ 1 ล้านบาท โดยเปิดเผยว่าได้แจ้งกับกว่า 50 แบรนด์ที่รอร่วมงานถึงเหตุผลที่ไม่ดำเนินการต่อ
เจนนี่ระบุว่า ตลาดเจนนี่ไม่ทำแล้ว พูดครั้งแรกเลย แต่จริงๆมีคุยหลังบ้านกับทุกแบรนด์ 50 กว่าแบรนด์ที่รอทำ ข้อที่หนึ่งที่บอกพี่ๆว่าไม่ทำแล้ว มันไม่ได้หลักแสนหลักหมื่นแล้ว ซึ่งวันที่เราขายงานคนดูเราหลัก เราไม่รู้มันจะไปได้ถึงขั้นไหน แต่วันนี้มันเหลือหลักพันหลักหมื่น
พร้อมอธิบายว่าการเรียกเก็บเงิน 1 ล้านบาทต่อบูธอาจไม่คุ้มกับผู้ประกอบการในสภาพกระแสผู้ชมที่ลดลง โดยกล่าวว่า ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการเราจ่ายเงิน 1 ล้านบาท แล้วคนดูเท่านี้เรารู้สึกเราไม่คุ้ม เราเองไม่อยากสร้างศัตรู เราอยากเป็นพันธมิตรกับทุกแบรนด์ ดังนั้นเราไม่ทำ หรือถ้าแบรนด์ไหนที่ยังอยากจะจ้าง เราก็เปลี่ยนจากงานมาเป็นเหมาไลฟ์เหมาคลิปคุ้มกว่า ทำอะไรแล้วให้แบรนด์คุ้ม
เธอยังเสริมถึงเหตุผลที่ตัดสินใจหยุดโปรเจ็กต์ว่า จัดงานบูธ คนที่คุ้มคือยิวกับเจน แต่แบรนด์ไม่คุ้ม เราเลยรู้สึกว่าถ้างั้นเราไม่เอา ถ้าคุ้มต้องคุ้มกันทุกคน บางท่านก็เปลี่ยนเหมาคลิปเหมาไลฟ์ บางท่านก็มาจ้างปักตะกร้าแทน
เจนนี่อธิบายว่ากระแสผู้ชมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ยอดไลฟ์หลักแสน-หลักล้าน ทำให้แผนงานเดือนตุลาคมที่เลื่อนมาถึงมกราคมไม่เหมาะจะจัดต่อ โดยกล่าวว่า การที่เรามีคนดูหลักแสนหลักล้าน ณ วันนั้น เราอยากทำอะไรได้หมดตอนนั้น อยู่ที่ระยะเวลาของกระแสเรามันจะไปได้นานแค่ไหน ถ้างานที่จะจัดอยู่ช่วงตุลาคมเลยยังไงก็แมสก็บูมก็คุ้ม แต่ไม่ทันเลยเลื่อนไปมกราคม แต่มกราคม ณวันนี้คนดูเราเหมือนเดิม ไม่ใช่เทศกาล เหมือนเป็นเจนนี่จริงๆ ถ้าอย่างนั้นเราไม่อยากให้ลูกค้าเสียใจที่จ้างเรา
เธอยังพูดถึงกระแสราคา 1 ล้านบาทว่า ส่วน บูธ 1 ล้าน ถ้าวันนี้คนดู 1-2 แสนอาจจะคุ้มก็ได้ต้องดูยอดคนดูเพราะเราขายโซเชียลเป็นหลัก งานบูธทั่วไปเราจัดได้อยู่แล้ว แต่มันต้องไม่ใช่หลักล้าน นี่คือความจริง บางคนก็ยังมีมุมที่อคติอยู่ดี นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น เราไม่สวนกระแส จ้างเราต้องคุ้ม วันที่กระแสแมสเรายังเต็มราคาได้ แต่วันที่กระแสไม่ได้แมส ใครมาจ้างเราต้องคุ้ม ต้องกลับมาจ้างอีก ในเรื่องเรตราคา
และเสริมว่า วันที่กระแสเปลี่ยนเราต้องเข้าใจลูกค้า เงินที่เขาจ่ายมาเราต้องไม่อยากไปได้ขนาดนั้น