โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึก “ไทย-กัมพูชา” รอบใหม่ กองทัพปกป้องอธิปไตยเต็มกำลัง

INN News

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • INN News

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังเกิดการยิงปะทะบริเวณ "ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน" จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนจะหยุดยิง และมีประกาศอพยพประชาชนชายแดน 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา

กระทั่งความขัดแย้งขยายวงตลอดคืน สู่พื้นที่ช่องอานม้า–ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี และมีการปะทะระลอกใหม่ ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 8 ธ.ค. กัมพูชายิง BM21 ลงพื้นที่บ้านเรือนประชาชน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และลามไปจนถึง กองทัพภาค 1 สั่งอพยพประชาชนชายแดนจังหวัดสระแก้ว จนนายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล ยกเลิกภาระกิจเดินทางลงพื้นที่ชายแดน ให้กำลังใจประชาชน เปลี่ยนเป็นเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับมือสถานการณ์

ลำดับเหตุการณ์ปะทะระลอกใหม่ มีดังนี้ เริ่มปะทะในวันที่ 7 ธ.ค. เวลา 14.15 น. หน่วย พัน.ร.13 เผชิญการยิงจากฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน ทหารไทยตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง มีทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย ก่อนที่เสียงปืนจะเบาลง ในช่วง 15.45 น. แต่แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งยกระดับความพร้อมเต็มกำลัง

ต่อมา เวลา 17.00 น. ประกาศอพยพชาวบ้านใน 4 จังหวัดชายแดน ประกอบด้วย ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี เข้าศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมเตือนหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เขตแดน หลังมีรายงานพบการขนย้ายจรวดหลายลำกล้อง RM-70 ใกล้แนวชายแดน

เวลา 17.15 น. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ไฟเขียวตอบโต้ได้ทันที ตามกฎการใช้กำลัง จากนั้นโฆษกของ 2 ฝ่าย ตอบโต้กันด้วยข้อมูลข่าวสารกล่าวหาอีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มยิงก่อน เหตุการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งคืน

เข้าสู่ วันที่ 8 ธ.ค.ความขัดแย้งขยายวงกว้างจากจุดเดิมในศรีสะเกษ ไปยังช่องอานม้า–ช่องบก จ.อุบลราชธานี เวลา 03.00 น. กองทัพภาค 2 พบฝ่ายกัมพูชากำหนดเป้าหมายอาวุธยิงสนับสนุนไปยังสนามบินบุรีรัมย์ และโรงพยาบาลปราสาท

ต่อมา 05.00 น. ช่องอานม้า เกิดปะทะระลอกแรก กัมพูชาใช้ปืนเล็ก และอาวุธวิถีโค้งยิงใส่ ทหารไทยยิงป้องกันตัวตามกฎการปะทะ เป็นเวลานาน ต่อมาช่วง 06.00 น. พบกองกำลังกัมพูชาประมาณ 50 นาย เคลื่อนขึ้นเนิน 677 ใกล้พรมแดน ยิงปืนครกใส่ฐานไทยหลายแห่ง ทหารไทยตอบโต้ตามสถานการณ์

เวลา 07.00 น. ที่ช่องบกทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย กองทัพบกยืนยันใช้ F-16 ตอบโต้เป้าหมายทางทหารของกัมพูชา อย่างน้อย 3 จุด บริเวณ ช่องอานม้า ปราสาทคนา และ เสาวิทยุ พื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหาร กองทัพอากาศ ยืนยันปฏิบัติการยึดหลักสากลล็อคเป้าพื้นที่ทางการทหารเท่านั้น

กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดสถานศึกษา 641 แห่ง เพื่อความปลอดภัย กระทั่งเวลา เวลา 08.30น. มีการยืนยัน ทหารกัมพูชา ยิงระเบิด BM21 ลงพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านสายโท 10 อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

เวลา 09.20 น. กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เป้าหมายกระเช้าเนิน 350 ทางด้านทิศตะวันตก ปราสาทตาควาย ระยะ 300 เมตร ถูกทำลายเรียบร้อย กองทัพจะปกป้องประชาชนและอธิปไตยเต็มกำลัง ต่อมา 09.28 น. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากแนวชายแดน ทหารไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย รวมเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 8 นาย

เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ ถือว่ามีความรุนแรง และตึงเครียดที่สุด นับจากเหตุการณ์ สู้รบ 5 วัน เมื่อวันที่ 24-28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้ทั้งอาวุธหนัก รถถัง และจรวดหลายลำกล้อง จนนำไปสู่ความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย และมีการเจรจาหยุดยิง มีการลงนามข้อลงสันติภาพ แต่สัญญาถูกระงับ และยกเลิกไปหลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดอีกครั้ง และเกิดการปะทะรอบใหม่

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือประชาชน งดถ่ายภาพ และงดเผยแพร่ข้อมูลยุทธการ พิกัด GPS แผนการปฏิบัติ หรือภาพการเคลื่อนย้ายกำลังพล ลงในสื่อโซเชียลมีเดียเด็ดขาด แม้ข้อมูลบางอย่างอาจดูไม่สำคัญ แต่เมื่อนำมารวมกันอาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามวิเคราะห์เป้าหมายได้

ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ กองทัพยืนยันพร้อมปกป้องอธิปไตยเต็มกำลัง โดยย้ำว่า ใช้อาวุธตอบโต้เป็นไปตามแผนเผชิญเหตุเฉพาะพื้นที่ตามกฎการใช้กำลัง และมุ่งโจมตีพื้นที่เป้าหมาย ที่มีเจตนาคุกคาม หรือกระทำต่อฝ่ายไทย …

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...