ไม่ละเว้น! ทบ.สั่ง ปลด-ถอดยศ ‘พ.ท.หญิง’ ทุจริต ‘เงินบำนาญทหาร’
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 13.32 น. • The Bangkok Insightไม่ละเว้น! ทบ.สรุปผลหลัง ป.ป.ช. ชี้มูลคดี e-pension สั่งปลด-ถอดยศ "พ.ท.หญิง" ดำเนินคดีอาญาฐานทุจริตต่อหน้าที่
วันนี้ (21 พ.ย.) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงผลการดำเนินการกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการทุจริตเงินบำนาญในระบบ e-pension ของกรมการเงินทหารบก ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 2555 - 2563 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากองทัพบกได้ดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.อย่างเต็มที่ จนนำไปสู่การลงมติชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.ดังกล่าว
โดยกรณีของ พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ แร่ทองขาว กองทัพบก และกระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุดแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2564 คือ การปลดออกจากราชการ โดยไม่มีสิทธิรับเบี้ยหวัด บำเหน็จ หรือบำนาญ พร้อมทั้งถอดยศทหาร และได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ต่อมาเมื่อ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยร้ายแรงและอาญาฐานทุจริตต่อหน้าที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
สำหรับ พ.ท.หญิง วิมลฉวี ม้าถาวร กองทัพบก ได้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยตั้งแต่ปี 2563 และลงโทษตามความผิดที่ปรากฏในขณะนั้น ได้แก่ การลงทัณฑ์กัก 7 วัน การปรับย้ายออกจากตำแหน่ง และงดบำเหน็จประจำปีเนื่องจากละเลยและเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ ต่อมาเมื่อ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลว่าการกระทำเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงเพิ่มเติม แม้ไม่พบมูลความผิดทางอาญา กองทัพบกจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเพิ่มเติมตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูล เพื่อพิจารณาบทลงโทษตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ในส่วนของ พ.อ.อนุสรณ์ คุ้มอักษร กองทัพบก ได้ดำเนินการสอบสวนและลงโทษไปตั้งแต่ปี 2563 เช่นเดียวกัน โดยลงทัณฑ์กัก 3 วัน ปรับย้ายออกจากตำแหน่ง และงดบำเหน็จประจำปี ต่อมา ป.ป.ช.มีมติชี้มูลผิดวินัยไม่ร้ายแรงตามมาตรา 64 โดยไม่มีมูลความผิดอาญา อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก พ.อ.อนุสรณ์ ได้เกษียณอายุราชการแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยเพิ่มเติมได้โดยสภาพ
ส่วนการเยียวยาผู้เสียสิทธิ์ กองทัพบกได้ดำเนินการรองจ่ายเงินชดเชยให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิ์ครบทั้ง 11 ราย รวมเป็นจำนวน 5,220,699 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น และได้เริ่มกระบวนการเรียกคืนเงินจากผู้กระทำผิด ซึ่งมีการชำระคืนบางส่วนแล้ว ทั้งนี้ กองทัพบกจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ความเสียหายในส่วนที่คงเหลือต่อไป
กองทัพบกได้ให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.อย่างใกล้ชิด โดยได้ส่งผลการสอบสวนทางวินัยให้ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 และให้ข้อมูลสนับสนุนในทุกขั้นตอน จนกระทั่ง ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ ภายหลังคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ได้มีการส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา และแจ้งให้กองทัพบกดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกองทัพบกอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยเคร่งครัด
กองทัพบกขอยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปด้วยความโปร่งใสและยึดหลักธรรมาภิบาล โดยไม่ละเว้นผู้กระทำผิด พร้อมทั้งได้ปรับปรุงและพัฒนามาตรการป้องกันการทุจริตในระบบ e-pension ให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น อาทิ การเพิ่มชั้นการอนุมัติ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด และการตรวจสอบระบบเป็นระยะเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชฯ 'พ.ต.หญิงสุปรียา-พ.อ.ยุทธ์ศาสตร์'
- ราชกิจจาฯ ประกาศ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ ถอดยศทหาร จำนวน 1 ราย
- โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 4 ราย ไม่สมควรมีบรรดาศักดิ์
ติดตามเราได้ที่