โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลไม่ให้ประกันตัว 3 จำเลยตระกูลพรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ เหตุไม่ไปพบอัยการตามนัดมีพฤติการณ์หลบหนี

เดลินิวส์

อัพเดต 14 มกราคม 2569 เวลา 1.19 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศาลไม่ให้ประกันตัว 3 จำเลยตระกูลพรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ เหตุไม่ไปพบอัยการตามนัดมีพฤติการณ์หลบหนี หลังเจ้าตัวยื่นศาลคนละ 5 ล้าน ขอประกันตัว นัดตรวจพยานหลักฐาน 16 มี.ค.นี้ ให้การปฏิเสธสู้คดี

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. สืบเนื่องจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกองคดีการเงิน ธนาคาร และการฟอกเงิน ได้ทำการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2566 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ในความผิดฐานฉ้อโกง

โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มาร่วมสอบสวนตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 42 ราย เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ และส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะที่ทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ MORE ซึ่งเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และมาตรา 244/6 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800 ล้านบาท และยังพบว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 209 และ 210 ประกอบมาตรา 83 ของประมวลกฎหมายอาญา

พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีความเห็นทางคดีว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 67 คณะพนักงานสอบสวนได้นำสำนวนการสอบสวนเอกสารทั้งสิ้น จำนวน 75 แฟ้ม พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 42 ราย ตามพฤติการณ์ความผิดที่แต่ละคนเกี่ยวข้อง และได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมา พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาคดีหุ้น MORE จำนวน 28 ราย ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 244/3 และ 244/5 ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 28 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่บางรายได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68

สำหรับผู้ต้องหาที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ขณะที่บางรายยังไม่ได้ถูกจับกุม และยังเหลืออีก 7 ราย ที่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดยมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค. 69 และ 16 ก.พ. 69

สำหรับชุดแรกที่นัดฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 69 ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่เข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป

นอกจากนี้ ในส่วนผู้ต้องหา 4 รายที่เหลือ ได้แก่ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ ก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง ทางผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาเหตุผลแล้วอนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ. 69

ด่วน! อัยการคดีพิเศษ ฟ้องแล้ว 3 ผู้ต้องหา ‘พรประภา’ คดีปั่นหุ้นมอร์ ลุ้นประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดศาลไม่ให้ประกันตัว 3 จำเลยตระกูลพรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ เหตุไม่ไปพบอัยการตามนัดมีพฤติการณ์หลบหนี หลังเจ้าตัวยื่นศาลคนละ 5 ล้าน ขอประกันตัว นัดตรวจพยานหลักฐาน 16 มี.ค.นี้ ให้การปฏิเสธสู้คดี

ทั้งนี้ศาลอาญาประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา หมายเลขดำอ.67/2569 พร้อมทั้งสอบคำให้การจำเลยทั้งสามโดยอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟังจนเข้าใจแล้วสอบถามปรากฏว่า จำเลยทั้งสามแถลงให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายวันที่16 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาทขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสาม ระหว่างการพิจารณา

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วของจำเลยทั้ง 3 ขอให้ไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่จำต้องไต่สวน ส่วนที่จำเลยทั้ง 3 ขอให้ปล่อยชั่วคราว เห็นว่า การกระทำความผิดตามฟ้องส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และคดีมีมูลค่าความเสียหายสูง กรณีเป็นเรื่องร้ายแรงประกอบกับจำเลยทั้ง 3 ไม่ไปพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดฟ้องคดี จนเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนมาขอหมายจับและศาลออกหมายจับจำเลยไว้แล้ว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...