ศาลไม่ให้ประกันตัว 3 จำเลยตระกูลพรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ เหตุไม่ไปพบอัยการตามนัดมีพฤติการณ์หลบหนี
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. สืบเนื่องจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกองคดีการเงิน ธนาคาร และการฟอกเงิน ได้ทำการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2566 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ในความผิดฐานฉ้อโกง
โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มาร่วมสอบสวนตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 42 ราย เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ และส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะที่ทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ MORE ซึ่งเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และมาตรา 244/6 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800 ล้านบาท และยังพบว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 209 และ 210 ประกอบมาตรา 83 ของประมวลกฎหมายอาญา
พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีความเห็นทางคดีว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 67 คณะพนักงานสอบสวนได้นำสำนวนการสอบสวนเอกสารทั้งสิ้น จำนวน 75 แฟ้ม พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 42 ราย ตามพฤติการณ์ความผิดที่แต่ละคนเกี่ยวข้อง และได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมา พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาคดีหุ้น MORE จำนวน 28 ราย ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 244/3 และ 244/5 ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 28 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่บางรายได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68
สำหรับผู้ต้องหาที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ขณะที่บางรายยังไม่ได้ถูกจับกุม และยังเหลืออีก 7 ราย ที่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดยมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค. 69 และ 16 ก.พ. 69
สำหรับชุดแรกที่นัดฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 69 ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่เข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป
นอกจากนี้ ในส่วนผู้ต้องหา 4 รายที่เหลือ ได้แก่ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ ก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง ทางผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาเหตุผลแล้วอนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ. 69
ด่วน! อัยการคดีพิเศษ ฟ้องแล้ว 3 ผู้ต้องหา ‘พรประภา’ คดีปั่นหุ้นมอร์ ลุ้นประกันตัว…
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดศาลไม่ให้ประกันตัว 3 จำเลยตระกูลพรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ เหตุไม่ไปพบอัยการตามนัดมีพฤติการณ์หลบหนี หลังเจ้าตัวยื่นศาลคนละ 5 ล้าน ขอประกันตัว นัดตรวจพยานหลักฐาน 16 มี.ค.นี้ ให้การปฏิเสธสู้คดี
ทั้งนี้ศาลอาญาประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา หมายเลขดำอ.67/2569 พร้อมทั้งสอบคำให้การจำเลยทั้งสามโดยอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟังจนเข้าใจแล้วสอบถามปรากฏว่า จำเลยทั้งสามแถลงให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายวันที่16 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาทขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสาม ระหว่างการพิจารณา
ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วของจำเลยทั้ง 3 ขอให้ไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่จำต้องไต่สวน ส่วนที่จำเลยทั้ง 3 ขอให้ปล่อยชั่วคราว เห็นว่า การกระทำความผิดตามฟ้องส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และคดีมีมูลค่าความเสียหายสูง กรณีเป็นเรื่องร้ายแรงประกอบกับจำเลยทั้ง 3 ไม่ไปพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดฟ้องคดี จนเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนมาขอหมายจับและศาลออกหมายจับจำเลยไว้แล้ว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง