โผล่อีก! "แก๊งสแกมเมอร์" ใช้จิตวิทยา หลอกเหยื่อ "ขังตัวเอง-รีดค่าไถ่"
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ประสานกำลังตำรวจพื้นที่ บุกช่วยเหลืออาญัติตัวนักศึกษาชาย หลังถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นตำรวจขู่เอี่ยวคดีฟอกเงิน บังคับขังตัวในห้องพัก-สั่งซื้อเชือกและสีผสมอาหารจัดฉากถูกทำร้ายเพื่อรีดเงินจากผู้ปกครอง:
เปิดพฤติการณ์คนร้าย จาก "ฟอกเงิน" สู่ "เรียกค่าไถ่ทิพย์"
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยได้รับแจ้งเหตุจากผู้ปกครองใน จ.บุรีรัมย์ ว่าบุตรชายที่มาเรียนต่อใน จ.ปทุมธานี ถูกลักพาตัวและมีการเรียกค่าไถ่:
ลำดับเหตุการณ์สุดระทึก
1.ข่มขู่ให้กลัว : มิจฉาชีพอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองเลย และเจ้าหน้าที่ ปปง. วิดีโอคอลหลอกเหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน บังคับให้โอนเงินตรวจสอบก้อนแรก 490,000 บาท
2. สั่งกักตัวเปลี่ยนที่พัก: คนร้ายอ้างว่าเหยื่อไม่ปลอดภัย สั่งให้ย้ายไปพักที่อพาร์ทเมนท์รายวันเพื่อแยกตัวจากผู้คน
3. บังคับจัดฉากทรมาน: มิจฉาชีพสั่งให้เหยื่อซื้อเชือกและสีผสมอาหารสีแดง (ทำเลือดปลอม) มามัดตัวเองและทำร่องรอยบาดแผล เพื่อวิดีโอคอลไปหลอกพ่อแม่ว่าถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ ทำให้ครอบครัวโอนเงินเพิ่มอีก 500,000 บาท รวมความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
นาทีบุกช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่ Warroom ศูนย์ ACSC ร่วมกับตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต, สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และสืบสวนภาค 1 แกะรอยจนพบพิกัดอพาร์ทเมนท์ใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ก่อนเข้าตรวจสอบพบเหยื่ออยู่ในอาการตื่นตระหนกสุดขีด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปลอบขวัญและยืนยันตัวตน ก่อนพาเหยื่อส่งคืนอ้อมกอดครอบครัวอย่างปลอดภัย
ACSCย้ำเตือน "ตำรวจจริงไม่โทรหา ไม่ขอโอนเงิน"
ทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ให้คำแนะนำเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชน ดังนี้:
- ตำรวจจริง: จะไม่แจ้งข้อหาหรือส่งหมายจับผ่านช่องทางออนไลน์/วิดีโอคอล
- ไม่มีการโอนเงิน: เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินมาเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์
- ตั้งสติ: หากพบพฤติกรรมข่มขู่หรือเรียกค่าไถ่ในลักษณะนี้ ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ และรีบติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1441 ทันที