“รถมือสองระยะศูนย์กิโลเมตร” ช่องโหว่ใหม่อุตฯรถยนต์จีน กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนตลาดโลก
ผู้ผลิตรถยนต์จีนเร่งหาทางรอดท่ามกลางสงครามราคาภายในประเทศ ด้วยการใช้ช่องโหว่ "รถมือสองระยะศูนย์กิโลเมตร" ลดต้นทุน-ขยายตลาดต่างประเทศ แนวโน้มนี้กำลังบิดเบือนข้อมูลตลาด
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.02 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า การขายรถยนต์ไปต่างประเทศอาจดูเหมือนเป็นทางออกที่ชัดเจนสำหรับผู้ผลิตรถยนต์จีนที่กำลังถูกบีบทั้งจากแรงจูงใจของรัฐบาลให้เพิ่มยอดขายและการผลิต และจากการแข่งขันรุนแรงภายในประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามราคา
แต่ปัญหาคือ การส่งออกรถใหม่อย่างเป็นทางการจากจีนเป็นเรื่องยุ่งยากและมีต้นทุนสูง เนื่องจากต้องเปิดโชว์รูม สร้างระบบโลจิสติก และรับประกันบริการหลังการขาย ซึ่งทั้งหมดนี้เพิ่มต้นทุนอย่างมาก นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังมีกฎเข้มงวด เฉพาะผู้ผลิตหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถขอใบอนุญาตส่งออกรถยนต์ใหม่ได้
อย่างไรก็ตามในปี 2564 บริษัทจีนบางแห่งพบช่องโหว่ในกฎระเบียบ โดยคิดว่า “ถ้าขายรถใหม่ในฐานะรถมือสองล่ะ?” การส่งออกรถมือสองไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากเท่ารถใหม่ ทำให้ลดต้นทุนลงได้มาก และสามารถขายรถที่ใหม่เกือบ 100% ในราคาที่ถูกกว่าพอจะดึงดูดลูกค้าแต่ยังมีกำไรอยู่ได้
ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า“รถมือสองระยะศูนย์กิโลเมตร” (Zero-Mileage Used Cars) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นราว 80% ของการส่งออกรถมือสองทั้งหมดของจีน นักวิเคราะห์ระบุว่ารถเหล่านี้ช่วยผลักดันยอดส่งออกรถมือสองของจีนให้แตะ 440,000 คันในปี 2567 และคาดว่าจะทะลุ 500,000 คันในปี 2568 จากเดิมเพียง 15,000 คันในปี 2564
อย่างไรก็ตามความนิยมนี้ก็ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์ เพราะแม้จะช่วยเพิ่มยอดขาย แต่บิดเบือนข้อมูลตลาดรถยนต์ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์แบรนด์จีนในต่างประเทศ และแพร่สงครามราคาออกนอกประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลของจีนกำลังพิจารณาปิดช่องโหว่นี้ โดยอาจออกกฎใหม่ให้รถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ (EVs) ต้องผ่านระบบใบอนุญาตส่งออกแบบเดียวกับรถสันดาปภายใน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เพื่อจำกัดการแข่งขันที่ไม่ยั่งยืนและกระตุ้นให้ผู้ผลิตตั้งศูนย์บริการต่างประเทศ
แต่ผู้ประกอบการบางรายเตือนว่า หากกฎใหม่นี้ไม่ครอบคลุมถึงรถมือสองระยะศูนย์กิโลเมตร ปัญหาการส่งออกรถใหม่ในคราบมือสองก็ยังคงอยู่
ในอดีต รถใหม่ที่ขายเป็นรถมือสองมีอยู่แล้วในบางกรณี เช่น ตัวแทนจำหน่ายซื้อรถจากโรงงานเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตทำยอดขายตามเป้า ก่อนจะขายต่อให้ผู้ส่งออกในภายหลัง แต่ในช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครนปี 2565 ช่องว่างทางอุปทานในรัสเซียเปิดโอกาสให้จีนเร่งส่งรถเข้าไปขายผ่านเอเชียกลาง ซึ่งทำกำไรมหาศาล และต่อมาแนวโน้มนี้ได้ขยายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากจีนสามารถขายได้ในราคาสูงกว่าประเทศต้นทางถึง 2-3 เท่า
สงครามราคารถยนต์ในประเทศที่ทำให้ต้นทุนรถจีนต่ำลง และนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เช่น การยกเว้นภาษีและเงินอุดหนุนเปลี่ยนรถเก่าในปี 2567ยิ่งกระตุ้นให้การค้ารถมือสองปลอมเฟื่องฟู
ผู้บริหารในวงการ เช่น เว่ย เจี้ยนจวิน ประธาน Great Wall Motor วิจารณ์ว่าการค้ารูปแบบนี้สร้างความวุ่นวายในตลาด และผู้บริหารจาก Chery Automobile ก็เรียกร้องให้รัฐห้ามอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นอันตรายต่อทุกฝ่าย
ผู้ผลิตที่ลงทุนเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการต่างประเทศอย่างเป็นทางการ มองว่าการค้ารถมือสองปลอม ทำลายธุรกิจอย่างตรงจุด เพราะพวกเขามีต้นทุนสูงกว่า ไม่สามารถแข่งด้านราคาได้ แต่ในอีกด้าน ผู้ผลิตขนาดเล็กหรือขาดสภาพคล่องกลับมองว่านี่คือทางรอดในตลาดภายในประเทศที่โหดร้าย
รากของปัญหามาจากกำลังการผลิตเกินความต้องการ และแรงจูงใจบิดเบือนจากเงินอุดหนุนท้องถิ่น ที่ทำให้โรงงานยังคงเดินเครื่องต่อเนื่อง ผู้บริหารรายหนึ่งยอมรับว่าผู้ผลิตบางรายไม่มีทางเลือก นอกจากลดราคาแข่งขายตรง หรือขายออกในรูปแบบรถมือสองระยะศูนย์กิโลเมตร
ผลคือ การแข่งขันรุนแรงในตลาดรถยนต์จีนได้ลุกลามสู่ตลาดต่างประเทศ กำไรต่อคันหดตัวหนัก ผู้ขายหลายรายแข่งลดราคากันเพียงไม่กี่ร้อยหยวน รถที่ส่งออกเหล่านี้ไม่มีบริการหลังการขาย ทำให้ลูกค้าต่างประเทศไม่พอใจและอาจเหมารวมว่ารถจีนคุณภาพต่ำ ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของทั้งอุตสาหกรรม
ทางการจีนกำลังพิจารณามาตรการ เช่น ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 6 เดือนหลังจดทะเบียน เพื่อป้องกันการนำรถใหม่ไปขายต่อทันที หรือใช้วิธีทางปกครอง เช่น ปฏิเสธการผ่านศุลกากรสำหรับรถที่ได้รับสิทธิภาษีหรือจดทะเบียนไม่นาน
นักวิเคราะห์ชี้ว่าทางออกระยะยาวคือ แก้ปัญหากำลังการผลิตล้นและแรงจูงใจผิดเพี้ยนในประเทศ ไม่ใช่การปราบปรามอย่างเดียว รัฐควรค่อยๆ ลดการยกเว้นภาษีและเงินอุดหนุน EVs เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริง และส่งเสริมตลาดรถมือสองที่โปร่งใสแบบญี่ปุ่น ซึ่งใช้ระบบประมูลกลางและตรวจสอบคุณภาพได้
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เมื่ออุตสาหกรรมเติบโตเต็มที่ รถมือสองระยะศูนย์กิโลเมตรจะค่อยๆ หายไปเอง และจีนควรมุ่งสร้างระบบส่งออกที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อปกป้องภาพลักษณ์แบรนด์รถยนต์จีนในตลาดโลก และเปิดทางให้การแข่งขันที่ยั่งยืนและเป็นธรรมเกิดขึ้นในระยะยาว
อ้างอิง : asia.nikkei.com