โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ความลับของกษัตริย์กับเผด็จการ บันทึกความทรงจำที่ทำให้คนสเปนโต้เถียงกัน

The Better

อัพเดต 09 พ.ย. 2568 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2568 เวลา 05.46 น. • THE BETTER

การเผยแพร่บันทึกความทรงจำของอดีตกษัตริย์สเปน ฮวน คาร์ลอส ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงกันอีกครั้งในสเปนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพระองค์กับนายพลฟรานซิสโก ฟรังโก อดีตผู้นำเผด็จการผู้เคยปกครองสเปนในยุคที่ปราศจากกษัตริย์อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง

การตีพิมพ์นี้ตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีการเสียชีวิตของฟรังโก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1975 และการเฉลิมฉลองการประกาศขึ้นครองราชย์ของฮวน คาร์ลอสในอีกสองวันต่อมา

ในหนังสือเล่มนี้ อดีตกษัตริย์พระชนมายุ 87 พรรษา ได้สะท้อนถึงบทบาทของพระองค์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของสเปน ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดในครอบครัว และ "ความผิดพลาด" ในการรับเงินหลายล้านยูโรจากซาอุดีอาระเบีย

ชีวประวัติความยาว 500 หน้าเรื่อง "Reconciliation" ซึ่งเขียนร่วมกับลอเรนซ์ เดอเบรย์ นักเขียนชาวฝรั่งเศส ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และมีกำหนดวางจำหน่ายในภาษาสเปนในวันที่ 3 ธันวาคม

หนึ่งในข้อความที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากที่สุดของหนังสือเล่มนี้ คือถ้อยคำอันอบอุ่นของอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ที่มีต่อจอมเผด็จการฟรังโก ผู้ปกครองสเปนหลังจากที่กองทัพของเขาชนะสงครามกลางเมืองอันเลวร้ายในช่วงปี 1936-1939

อดีตกษัตริย์ทรงเขียนว่า พระองค์ทรงมีความ "เคารพอย่างยิ่ง" ต่อฟรังโก ผู้ซึ่งนำพระองค์จากลี้ภัยในต่างแดนมายังประเทศสเปนเมื่อพระองค์มีพระชนมายุเพียง 10 พรรษา เพื่อให้พระองค์ทรงเติบโตแบ้วเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขของประเทศต่อจากเขา พระองค์ตรัสว่านายพลผู้นี้ "อาจจะอ่อนโยนและมีเมตตากรุณาบ้าง"

"ข้าพเจ้าซาบซึ้งในสติปัญญาและความเฉียบแหลมทางการเมืองของเขา ข้าพเจ้าไม่เคยยอมให้ใครวิพากษ์วิจารณ์เขาต่อหน้าข้าพเจ้า" อดีตกษัตริย์ทรงตรัสไว้ในหนังสือ

อย่างไรก็ตาม เออร์เนสต์ อูร์ตาซุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ประณามคำพูดดังกล่าวของอดีตกษัตริย์เมื่อวันพฤหัสบดี โดยกล่าวว่า "น่าสะอิดสะเอียนที่ทุกวันนี้ยังมีคนกล้าปกป้องหรือหาเหตุผลมาสนับสนุนจอมเผด็จการ"

'การตีความของตนเอง'
ก่อนหน้านี้ อดีตกษัตริย์ ฮวน คาร์ลอส ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำทางให้สเปนก้าวสู่ประชาธิปไตยหลังจากการเสียชีวิตของผู้นำเผด็จการในปี พ.ศ. 2518

แม้จะได้รับการสนับสนุนจากฟรังโกให้เป็นผู้นำประเทศต่อจากเขา แต่อดีตกษัตริย์ทำให้กลุ่มฟรังโกผิดหวังด้วยการที่พระองค์สนับสนุนระบบรัฐสภาภายใต้ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

กระนั้นก็ตาม อูร์ตาซุน จากพรรคซูมาร์ พรรคฝ่ายซ้ายจัด ซึ่งต่อต้านสถาบันกษัตริย์ โต้แย้งว่าประชาธิปไตยเกิดขึ้นได้จาก "นักรบต่อต้านฟรังโกหลายพันคนที่เสี่ยงทุกอย่าง ทนทุกข์ทรมาน และต้องทนกับความยากลำบากจากการถูกจำคุก"

อดีตนายกรัฐมนตรีสังคมนิยม โฆเซ่ หลุยส์ โรดริเกซ ซาปาเตโร ก็แสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยกล่าวว่าอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ควร "ลดทอนคำพูด" เกี่ยวกับฟรังโก ซึ่งภายใต้การปกครองของฟัรงโกนั้นเป็นเผด็จการที่ใช้วิธีการรุนแรงอย่างการประหารชีวิต การจำคุกฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และการเซ็นเซอร์ของรัฐอย่างเข้มงวด

ในเวลานี้ อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส ทรงพำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตั้งแต่ปี 2020 และไม่มีกำหนดเข้าร่วมงานราชการในวันที่ 21 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการประกาศสถาปนาพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ในวันรุ่งขึ้น

สำนักพระราชวังระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับการตัดสินใจของพระองค์ที่จะถอยห่างจากหน้าที่ราชการ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีหลังจากที่พระองค์สละราชสมบัติในปี 2014 เพื่อถวายราชสมบัติแด่พระโอรส สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 สำนักพระราชวังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบันทึกความทรงจำเหล่านี้

'ชีวประวัติเคลือบน้ำตาล'
ดาวิด ซาน นาร์ซิโซ มาร์ติน ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจากมหาวิทยาลัยกอมพลูเตนเซ กรุงมาดริด กล่าวว่า การเผยแพร่บันทึกความทรงจำเหล่านี้ดูเหมือนจะจัดขึ้นเพื่อให้อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส "มีเสียง" ในการรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ และเปิดโอกาสให้พระองค์ "ตีความรัชสมัยของพระองค์เอง"

มาร์ตินกล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า "ภาพลักษณ์ที่พระองค์ทรงนำเสนอต่อฟรังโกนั้นค่อนข้างพิเศษ"

มาร์ตินเชื่อว่าอดีตกษัตริย์ทรงเข้าใจผิดที่ทรงกล่าวในบันทึกความทรงจำว่าฟรังโกทรงคาดการณ์ไว้ว่าพระองค์จะนำประชาธิปไตยมาสู่สเปน

นักประวัติศาสตร์กล่าวว่า "ความทรงจำมักแตกเป็นเสี่ยงๆ และการพยายามจดจำอาจมีความเสี่ยง เพราะการจดจำทุกครั้งล้วนเป็นการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาใหม่"

ในปี 2012 ความคิดเห็นของสาธารณชนเปลี่ยนไปต่อต้านฮวน คาร์ลอสอย่างรุนแรง หลังจากที่มีการเปิดเผยว่าพระองค์มีพฤติกรรมที่ฟุ่มเฟือยโดยได้เสด็จไปล่าช้างป่าในบอตสวานา ขณะที่ชาวสเปนกำลังประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจอย่างหนัก

แม้ว่าฮวน คาร์ลอสจะยอมรับความผิดพลาดส่วนตัว รวมถึงเรื่องอื้อฉาวทางการเงินและความสัมพันธ์นอกสมรส แต่นักวิจารณ์กล่าวว่าบันทึกความทรงจำนี้ส่วนใหญ่เป็นความพยายามในการฟื้นฟูภาพลักษณ์

ลูอีซ ซานเชซ-เมลลาโด นักเขียนที่เผยแพร่ผลงานในหนังสือพิมพ์รายวัน El Pais เรียกหนังสือเล่มนี้ว่า "ชีวประวัติเคลือบน้ำตาล" โดยระบุว่าหนังสือเล่มนี้บรรยายถึงกษัตริย์ "ผู้เคยชินกับกฎเกณฑ์ทุกประการ… พระองค์ไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าไม่มีใครเชื่อฟังพระองค์อีกต่อไป"

แม้จะวางจำหน่ายเฉพาะภาษาสเปนล่วงหน้า แต่บันทึกความทรงจำเล่มนี้กลับกลายเป็นหนังสือสารคดีขายดีอันดับหนึ่งของเครือร้านหนังสือสเปน Casa del Libro

ฮวน คาร์ลอส เขียนไว้ในหนังสือว่าในที่สุดพระองค์ก็ตกลงที่จะตีพิมพ์บันทึกความทรงจำของพระองค์ แม้ว่าพระราชบิดาของพระองค์ (อินฟานเต ฮวน เคานต์แห่งบาร์เซโลนา) จะเคยเตือนเขาไว้แล้วว่าอย่าทำเช่นนั้น เพราะเรื่องราวของพระองค์นั้น "ถูกขโมยไปจากพ่อ" (ทั้งนี้ อินฟานเต ฮวน เคานต์แห่งบาร์เซโลนา ทรงอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สเปนในฐานะฮวนที่ 3 พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่สามและทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทในพระเจ้าอัลฟองโซที่ 13 แต่พระราชบิดาทรงเสียราชบัลลังก์เพราะการสถาปนาสาธารณรัฐสเปนที่สองในปี 1931 ลูกชายของฮวน คือ ฮวน คาร์ลอสที่ 1 ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งสเปนเมื่อมีการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของสเปนในปี 1975)

Agence France-Presse

Photo *- ภาพโดย JAVIER LIZON / POOL / AFP สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน (กลาง) ทรงโอบกอดอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ขณะที่เจ้าหญิงโซเฟียแห่งสเปนทรงโบกพระหัตถ์บนระเบียงพระราชวังหลวงในกรุงมาดริด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2557 หลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งสเปน ณ รัฐสภาทั้งสองสภา*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...