โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กองทัพภาคที่ 2 สรุปภาพรวมสถานการณ์ชายแดน หลังไทย-กัมพูชาหยุดยิง

สยามนิวส์

เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 05.54 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. 68 กองทัพภาคที่ 2 สรุปภาพรวมสถานการณ์ชายแดน วันแรกหลังหยุดยิง (28 ธ.ค.)

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. 68 กองทัพภาคที่ 2 สรุปภาพรวมสถานการณ์ชายแดน วันแรกหลังหยุดยิง (28 ธ.ค.) การหยุดยิงในวันแรกบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ภาพรวมสถานการณ์ตลอดทั้งวันยังไม่พบการปะทะด้วยอาวุธหนัก หรือการยิงตอบโต้กันอย่างเปิดเผย สถานการณ์โดยรวมอยู่ในภาวะหลังหยุดยิง แม้ความตึงเครียดจะลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาลดการใช้อาวุธหนักที่มีลักษณะชัดเจน เช่น ปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) และปรับเปลี่ยนมาใช้การปฏิบัติในระดับต่ำ อาทิ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) เพื่อการตรวจการณ์ การเคลื่อนย้ายกำลังและส่งกำลังบำรุงผ่านเส้นทางในพื้นที่พลเรือน ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงตรึงกำลังในที่ตั้งเดิม ตรวจการณ์พื้นที่ และรักษาความพร้อมของกำลังพลอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการควบคุมสถานการณ์ การเคลื่อนไหวทางทหารและกิจกรรมทางอากาศของทั้งสองฝ่ายลดลงมาอยู่ในระดับการคุมเชิง โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวที่มั่นหรือการรุกคืบพื้นที่ ฝ่ายไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในภาพรวม แต่อยู่ระหว่างเพิ่มความระมัดระวังต่อภัยคุกคามแฝง เช่น การวางกับระเบิด และการสอดแนมด้วย UAV

ด้านการประเมินพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้าม พบว่าลักษณะการปฏิบัติสะท้อนการ หยุดยิงในทางการเมือง แต่ยังคงการเคลื่อนไหวทางทหารในระดับต่ำ โดยการวางกับระเบิด การใช้ UAV ตรวจการณ์ และการใช้พื้นที่พลเรือนเป็นเส้นทางหรือฐานพัก มีเป้าหมายเพื่อรักษาความได้เปรียบด้านพื้นที่และข่าวกรอง พร้อมลดความเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลสร้างความไม่ปลอดภัยให้ฝ่ายไทยในระยะยาว

ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงรักษาการควบคุมพื้นที่และการตรึงกำลังได้อย่างมีระเบียบ แต่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกับระเบิดสะท้อนว่า ภัยคุกคามในรูปแบบสงครามอสมมาตรยังคงมีอยู่ในระดับสูง จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน การตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ รวมถึงการคุ้มครองกำลังพลในช่วงหลังหยุดยิง

สำหรับแนวโน้มในระยะสั้น คาดว่าสถานการณ์จะยังอยู่ในลักษณะ สงบในเชิงยุทธการ แต่ตึงเครียดในเชิงพื้นที่ โดยฝ่ายตรงข้ามมีแนวโน้มใช้การสอดแนม การเคลื่อนกำลังแบบจำกัด และการก่อเหตุแฝง มากกว่าการเปิดการปะทะด้วยอาวุธหนัก ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจำเป็นต้องเฝ้าระวังพื้นที่เปราะบางอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการยกระดับสถานการณ์หรือการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...