โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำท่วมสงขลา–หาดใหญ่ 'โลจิสติกส์ใต้ อัมพาต’ ภาคธุรกิจสะดุดหนัก ขอรัฐยกระดับระบบเตือนภัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 03.30 น.
ภาพจาก Pr.Songkhla

คอลัมน์: สัมภาษณ์ ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด

อุทกภัยครั้งใหญ่ในสงขลา–หาดใหญ่ ฉีกระบบขนส่งภาคใต้ตอนล่าง “ขาด–ชะงัก–เสี่ยง” แทบทุกเส้นทาง ทำส่งออกชายแดนมาเลเซียล่าช้า ผู้ประกอบการของสด อุตสาหกรรม ค้าปลีกได้รับผลกระทบถ้วนหน้า “ภาณุ เค้าเปี่ยมจิต” อุปนายกสมาคมโลจิสติกส์ฯ เปิดภาพรวมความเสียหายโลจิสติกส์ประเมินเบื้องต้นหลายร้อยล้าน พร้อมฝากข้อเสนอรัฐยกระดับระบบประเมินน้ำ เตือนภัย ประสานงานกู้ภัย เพื่อป้องกันวิกฤตซ้ำรอยในอนาคต

นายภาณุ เค้าเปี่ยมจิต อุปนายกสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ ให้สัมภาษณ์กับ ประชาชาติธุรกิจ ถึงภาพรวมผลกระทบ เส้นทางที่หยุดชะงัก มูลค่าความเสียหายที่ประเมินเบื้องต้น รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายที่อยากฝากถึงภาครัฐหลังเผชิญเหตุการณ์ครั้งนี้

น้ำท่วมครั้งนี้กระทบหนัก “ขาด–ชะงัก–เสี่ยง” เกือบทุกเส้นทาง

ภาณุอธิบายว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในรอบนี้กินวงกว้างตั้งแต่จังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช ลงมาถึงสงขลา และต่อเนื่องเข้าไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะ “หาดใหญ่” ซึ่งเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญของภูมิภาค

“หลายเส้นทางขาด เดินรถไม่ได้ บางเส้นทางแม้ยังพอผ่านได้ แต่ก็เสี่ยงทั้งตัวรถและสินค้า ซึ่งในธุรกิจขนส่งถือว่าเป็นความเสี่ยงสูงมาก”

ภาคใต้ตอนล่างเป็นพื้นที่ที่พึ่งพาการขนส่งทางถนนแทบทั้งหมด การที่ถนนสายหลักและสายรองจำนวนมากไม่สามารถใช้งานได้ จึงส่งผลกระทบตั้งแต่งานส่งออกไปยังชายแดนมาเลเซีย ไปจนถึงระบบส่งสินค้าจากภาคใต้ขึ้นสู่กรุงเทพฯ

ผู้ประกอบการ “พยายามส่งของให้ได้” แต่บางจุดไปต่อไม่ได้จริง ๆ

เมื่อถามถึงวิธีการแก้ไขเฉพาะหน้าในช่วงที่น้ำยังไม่ลด ภาณุสะท้อนว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่พยายามรักษาความต่อเนื่องในการขนส่งเต็มที่

“ด้วยความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของคนทำโลจิสติกส์คือถ้าไปได้ เราพยายามไปให้ถึง เราฝ่าระดับน้ำที่ยังปลอดภัยได้ เราทำ” อุปนายกสมาคมฯ กล่าว

แต่ก็ยอมรับว่า มีบางพื้นที่ที่ไม่สามารถผ่านได้จริง ๆ แม้ใช้รถขนาดใหญ่

กรณีเช่นนี้ ผู้ประกอบการต้องสื่อสารกับลูกค้าทั้งต้นทางและปลายทางให้เข้าใจว่าเป็น “สถานการณ์สุดวิสัย” ไม่ใช่เพราะบริษัทขนส่งทำงานล่าช้าหรือไม่รับผิดชอบ

เส้นทางหลักที่ “อัมพาต” การขนส่ง

ภาณุไล่ลำดับเส้นทางที่ได้รับผลกระทบสูงสุดในรอบนี้ ตั้งแต่ชายแดนสะเดาจนถึงหาดใหญ่

  • ตัวอำเภอสะเดา – น้ำขึ้นสูงในบางช่วง ส่งผลต่อรถบรรทุกจากด่านพรมแดน
  • แยกไฟแดงตลาดทุ่งลุง – จุดเสี่ยงสูงที่เกิดน้ำท่วมซ้ำ
  • แยกคลองหวะ – เส้นทางหลักเชื่อมตัวเมืองหาดใหญ่
  • หน้า ม.หาดใหญ่ – เส้นทางไปสนามบิน – น้ำขึ้นสูงต่อเนื่อง
  • อำเภอบางกล่ำถนนขาด ถือว่ากระทบหนักที่สุด เพราะเป็นเส้นทางหลักเชื่อมสงขลากับนครศรีธรรมราชและตรัง

เส้นทางเหล่านี้คือ “คอขวด” ของการขนส่งภาคใต้ เมื่ออุดตันเพียงเส้นเดียว ภาพรวมทั้งระบบย่อมชะงักทันที

สินค้าทุกประเภทได้รับผลกระทบ/ของสดกระทบหนักสุด

เมื่อถามว่าสินค้าประเภทใดได้รับผลกระทบมากที่สุด ภาณุตอบชัดเจนว่า “เกือบทุกประเภท”

  • ของสด / อาหารสด – ได้รับผลกระทบหนักสุด เพราะต้องอาศัยความรวดเร็ว
  • สินค้าอุตสาหกรรมส่งออกไปปีนัง – หลายรายต้อง เลื่อนเรือ หรือเลื่อนกำหนดส่งออก
  • สินค้าอุปโภคในประเทศ – ล่าช้ากันทั้งห่วงโซ่

แม้ยังไม่มีการประเมินตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ “ความเสียหายเกิดขึ้นหมดทุกกลุ่มสินค้า”

คาดยอดความเสียหาย “หลายร้อยล้านบาท” จากการส่งออกสะดุด

เมื่อถามถึงมูลค่าความเสียหายที่ประเมินได้ ณ ตอนนี้ ภาณุระบุว่า แม้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้อย่างชัดเจน แต่ประเมินจากการหยุดชะงักของเส้นทางและปริมาณสินค้าที่ต้องชะลอออกจากระบบ

“ภาคโลจิสติกส์ผมคิดว่าน่าจะหลักร้อยล้านแน่นอน เพราะเราชะลอการขนส่งไปหลายวัน หลายเส้นทางขาด รถวิ่งไม่ได้ การส่งออกไปมาเลเซียต้องเลื่อนเป็นจำนวนมาก” ภาณุกล่าว

โดยตัวเลขนี้ยังไม่รวมความเสียหายทางอ้อม เช่น ธุรกิจที่พลาดโอกาส สินค้าบางส่วนที่เสียหายจากการล่าช้า หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของผู้ประกอบการ

ระบบโลจิสติกส์จะกลับมาปกติเมื่อไหร่?

นายภาณุประเมินว่า การฟื้นฟูระบบโลจิสติกส์จะเริ่มเดินหน้าได้เมื่อเส้นทางทั้งหมดสามารถผ่านได้ เพราะเมื่อถนนเริ่มเปิด โลจิสติกส์จะทยอยกลับมา 20–30% แล้วค่อยเพิ่มขึ้นตามความพร้อมของผู้ประกอบการแต่ละราย แต่กระบวนการฟื้นตัว ไม่ได้ขึ้นกับรถและคลังสินค้าเท่านั้น เพราะพนักงานขับรถจำนวนมากก็ได้รับผลกระทบในฐานะผู้ประสบภัยเช่นกัน ต้องดูแลครอบครัวหรือซ่อมแซมบ้านเรือน

“บางครอบครัวพร้อมทำงานได้เร็ว บางครอบครัวยังไม่พร้อม ต้องใช้เวลา แต่ถ้าน้ำลดหมดแล้วประมาณ 1สัปดาห์ ผมเชื่อว่าระบบโลจิสติกส์จะกลับมาเดินหน้าได้” นายภาณุกล่าว

ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งหมด

เมื่อถามว่ามีธุรกิจประเภทใดได้รับผลกระทบมากที่สุด ภาณุตอบอย่างตรงไปตรงมา

“โดนกันทุกภาคธุรกิจจริง ๆ ทั้งท่องเที่ยว ภัตตาคาร ร้านอาหาร และภาคขนส่ง ไม่มีใครรอด เหตุการณ์นี้กระทบเป็นวงกว้างมาก”

ภาพรวมจึงไม่ได้กระทบเฉพาะ “ผู้ส่งออก” หรือ “เจ้าของรถบรรทุก” แต่กระทบต่อประชาชนทั่วไป และธุรกิจบริการในพื้นที่ทั้งหมด

บทเรียนใหญ่: การประเมินช้า ข่าวสารไม่เร็วพอ

เมื่อถามถึงข้อบกพร่องของระบบโลจิสติกส์และการจัดการในภาพใหญ่ของภาคใต้ ภาณุชี้ว่า ปัญหาใหญ่รอบนี้คือ “ความล่าช้าในการประเมินสถานการณ์จริง”

“ถ้ามีการประเมินน้ำและการเตือนภัยที่เร็วและแม่นขึ้น ความเสียหายน่าจะน้อยกว่านี้ ไม่ใช่ไม่เสียหาย แต่เตรียมตัวได้ดีกว่านี้”

ความล่าช้าในการส่งข้อมูล ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน “ตั้งรับไม่ทัน” ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่สามารถลดทอนได้

ปัญหาใหญ่ด้านการช่วยเหลือ: “ระบบประสานงานยังไม่ดีพอ”

ภาณุเล่าว่า แม้จะมีทีมกู้ภัยจำนวนมากเดินทางมาจากนอกพื้นที่ แต่กลับพบปัญหาอย่างหนักคือ

  • ไม่รู้ตำแหน่งจุดที่ต้องการความช่วยเหลือจริง
  • ไม่มีศูนย์รวมข้อมูลกลาง
  • การจัดทีมและแบ่งเขตรับผิดชอบไม่ชัดเจน

“ทีมกู้ภัยจากต่างจังหวัดมีใจจะช่วยมาก แต่ไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้จุดที่ต้องไป การประสานงานยังไม่ดีพอ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผม”

ภาณุชี้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็น “จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง” ที่ควรแก้ไขก่อนเกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง

ข้อเสนอถึงรัฐบาล: “วางแผน–เตรียมการ–รับมือให้เป็นระบบ”

ในฐานะผู้แทนของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ภาคใต้ ภาณุฝากข้อเสนอสำคัญไปยังภาครัฐและท้องถิ่นว่า

  • ต้องมีการวิเคราะห์บทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างจริงจัง
  • พัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงและเตือนภัยให้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น
  • จัดทำศูนย์ประสานงานกลางเวลาวิกฤต ให้หน่วยงานกู้ภัย–เอกชน–ประชาชนเชื่อมต่อกันได้
  • วางแผนเส้นทางสำรอง สำหรับรถขนส่งในช่วงน้ำท่วม
  • เตรียมกำลังคนและทรัพยากรที่รองรับการปิดเส้นทางหลายวัน

“เราสู้กับภัยธรรมชาติไม่ได้ แต่เราวางแผนรับมือได้ ถ้ารัฐวางระบบดี ความเสียหายจะลดลงมาก”

เขาย้ำว่า ผู้ประกอบการโลจิสติกส์พร้อมทำงานเต็มที่เสมอ หากภาครัฐสนับสนุนด้านข้อมูลและระบบจัดการที่ดีขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำท่วมสงขลา–หาดใหญ่ ‘โลจิสติกส์ใต้ อัมพาต’ ภาคธุรกิจสะดุดหนัก ขอรัฐยกระดับระบบเตือนภัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...