โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โพลรอยเตอร์ ชี้ “เฟด” จ่อหั่นดอกเบี้ยอีก 0.25% เดือน ธ.ค. พยุงตลาดแรงงานอ่อนแอ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 03.58 น.

โพลรอยเตอร์ ชี้ "เฟด" จ่อหั่นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุม 10 ธ.ค. ท่ามกลางตลาดแรงงานที่เริ่มแผ่ว และเงินเฟ้อ PCE ที่สูงกว่าเป้าหมายเกิน 4 ปีต่อเนื่อง

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 01.57 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในเดือนหน้า เพื่อพยุงตลาดแรงงานที่กำลังอ่อนแอลง โดย 80% ของนักเศรษฐศาสตร์ในแบบสำรวจกว่า 105 คนเชื่อว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกรอบ เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อนเล็กน้อย

ความเห็นเป็นเอกฉันท์ที่เพิ่มขึ้นนี้ สวนทางกับความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในหมู่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ต่อความจำเป็นในการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐอยู่ในภาวะชัตดาวน์ยาวนานที่สุด และไม่สามารถเผยแพร่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญได้

หลังการลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีเสียงคัดค้านจากทั้งสองฝ่ายอย่างไม่ปกติ ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ เตือนว่าการลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคมยังไม่ใช่เรื่องที่การันตี

จากนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหมด 105 คน มี 84 คน หรือ 80% คาดว่า FOMC จะลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วง 3.50%–3.75% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ส่วนอีก 21 คนคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้

แอบิเกล วัตต์ นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ จาก UBS ระบุว่า “โดยภาพรวม ตลาดแรงงานยังค่อนข้างอ่อนแอ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราคิดว่า FOMC จะยังเดินหน้าลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม แต่ความเสี่ยงคือข้อมูลใหม่ที่อาจหักล้างมุมมองความอ่อนแอนี้ได้”

การสิ้นสุดภาวะชัตดาวน์หลังวุฒิสภาผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวในวันจันทร์ อาจทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจกลับมาเผยแพร่ได้ก่อนถึงการประชุม FOMC

วัตต์กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้เริ่มมีความเห็นต่างเกี่ยวกับว่าแรงกดดันจากตลาดแรงงานควรมีน้ำหนักมากเพียงใด เทียบกับแรงกดดันเงินเฟ้อ… ความตึงตัวของเป้าหมายคู่ของเฟดอาจรุนแรงขึ้นในปีหน้า หากเศรษฐกิจฟื้นตัวแต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงสูง”

ทั้งนี้ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ยังคงอยู่เหนือระดับเป้าหมาย 2% มากว่า 4 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1995 และผลสำรวจชี้ว่าอาจอยู่เหนือ 2% ต่อไปถึงปี 2570

จอช เฮิร์ต นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสที่ Vanguard ระบุว่า “อาจกระทบความน่าเชื่อถือของเฟด เพราะเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายมานาน… ผู้คนอาจไม่สนใจในช่วงแรก แต่ต่อไปอาจกลายเป็นประเด็นใหญ่ในทันที คงต้องระวังมากขึ้นในการมองว่าเงินเฟ้อจากภาษีศุลกากรเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว”

นอกจากนี้เกือบครึ่งหนึ่งของนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจยังคาดว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ช่วง 3.25%–3.50% ในไตรมาสหน้า ซึ่งเป็นระดับคาดการณ์กึ่งกลาง อย่างไรก็ตามยังไม่มีความเห็นที่ชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับใดภายในสิ้นปี 2569

ในคำถามพิเศษเกือบ 70% ของนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าการจ้างงานยังคงทรงตัวตั้งแต่ชัตดาวน์เริ่มต้น แม้ว่าข้อมูลภาคเอกชนจะชี้ว่าบริษัทสหรัฐกำลังลดพนักงานก็ตาม ขณะที่ 16 คนมองว่าการจ้างงานแย่ลง และไม่มีใครมองว่าดีขึ้น ขณะที่อัตราการว่างงาน ซึ่งรายงานล่าสุดอยู่ที่ 4.3% ในเดือนสิงหาคม คาดว่าจะทรงตัวในไตรมาสนี้ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นเฉลี่ย 4.5% ในปีหน้า

สตีเฟน จูโน นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ จาก Bank of America Securities ระบุว่า“ตลาดแรงงานกำลังเย็นลงจริง แต่ไม่ได้พังพินาศ เรายังเห็นการจ้างงานต่ำ แต่ไม่ได้เห็นการปลดคนจำนวนมากเช่นกัน” พร้อมเสริมว่า “การลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคมยังไม่แน่นอน เว้นแต่พาวเวลล์จะเห็นสัญญาณชัดเจนว่าความเสี่ยงด้านตลาดแรงงานกำลังรุนแรงขึ้นจริง”

เศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเติบโต 3.8% ในไตรมาส 2 และคาดว่าจะโต 2.9% ในไตรมาส 3 ถูกคาดการณ์ว่าจะชะลอลงเหลือเพียง 1.0% ในไตรมาสนี้ และจะเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.8% ต่อปีไปจนถึงปี 2570 ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่เฟดมองว่าไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...