โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แกร็บเผย “คนละครึ่งพลัส” คึกคัก ยอดสั่งอาหารทะลุ 1 ล้านออเดอร์ในไม่กี่วัน ร้านเล็กโต 3 เท่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 08.21 น.

แกร็บเผย “คนละครึ่งพลัส” คึกคัก ยอดสั่งอาหารทะลุ 1 ล้านออเดอร์ในไม่กี่วัน ร้านเล็กและสตรีตฟู้ดที่มียอดขายโตเฉลี่ย 3 เท่า พร้อมเปิดอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคสุดฮอต ส้มตำครองแชมป์เมนูยอดนิยม

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 - นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีตฟู้ด ที่เข้าร่วมกับแกร็บเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในเฟสนี้

“เราเห็นความคึกคักตั้งแต่วันแรกของโครงการ ยอดการสั่งอาหารผ่าน Grab เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จนมียอดสั่งรวมกว่า 1 ล้านออเดอร์ภายในไม่กี่วัน และช่วยให้ยอดขายร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนพลังของนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลได้อย่างชัดเจน”

แกร็บ ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ แกร็บร่วมส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่โดยให้การสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการคิด GP ในอัตราพิเศษเพียง 7% จัดส่งฟรี 5 กิโลเมตร รวมถึงการให้ส่วนลดสูงสุดถึง 3,000 บาทสำหรับผู้บริโภคที่สั่งอาหารผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นต้น

ขณะเดียวกันแกร็บเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากพฤติกรรมผู้ใช้ในช่วง 5 วันแรกของโครงการ พบแนวโน้มที่น่าสนใจดังนี้

  • มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์อยู่ที่ 80–120 บาท รองลงมาคือช่วง 120–150 บาท
  • ออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงสุด คือ สเต็กเนื้อ จากร้าน เฮงเจริญ บุชเชอรี่ ย่านลาดพร้าว มูลค่า 2,935 บาท
  • มื้อกลางวัน โดยเฉพาะช่วง 11.00–12.00 น. เป็นช่วงที่มีการสั่งอาหารมากที่สุด
  • ผู้ใช้มีความถี่ในการสั่งอาหารเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยจำนวนผู้ที่สั่ง ตั้งแต่ 2 ออเดอร์ต่อวันขึ้นไปเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า
  • เมนูยอดนิยม ได้แก่ ส้มตำ ตามด้วย ก๋วยเตี๋ยว และไก่ทอด ส่วนเครื่องดื่มยอดฮิตคือ ชาไทย, ชาเขียว/มัทฉะ และโกโก้เย็น

โดยโครงการคนละครึ่งพลัสช่วยให้ร้านอาหารท้องถิ่นหลายแห่งมียอดขายพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เช่น “ร้านอยู่นี่ ตามสั่ง ข้าวผัด สเต็ก” ในกรุงเทพฯ มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่า จากหลักร้อยเป็นหลักหมื่นต่อวัน, “ร้านพาสต้า บ่?” ย่านจรัญฯ 35 ทำยอดขายเฉลี่ยสูงสุดกว่า 50,000 บาทต่อวัน

ขณะที่ 5 พื้นที่ยอดนิยมที่มียอดสั่งอาหารผ่านโครงการมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, ขอนแก่น, โคราช และเชียงใหม่

นอกจากผู้บริโภคและร้านค้าแล้ว โครงการนี้ยังส่งผลบวกถึงคนในอีโคซิสเต็มของแกร็บ โดยเฉพาะไรเดอร์ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 13% หลังเริ่มโครงการ รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหาร–เครื่องดื่ม ที่ได้รับอานิสงส์จากการบริโภคที่ขยายตัว

นางสาวจันต์สุดา กล่าวทิ้งท้ายว่า“แกร็บจะยังคงสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสต่อๆ ไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหภาค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อเนื่อง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...