โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Teen Coach EP.133 : ไม่มีความสุข เพราะเสพติดความสุข Dopamine Addiction

Dek-D.com

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 04.21 น. • DEK-D.com
เคยมั้ย รู้สึกว่าตัวเองห่างจากโทรศัพท์ได้ไม่นาน พักแปปเดียวก็ต้องหยิบขึ้นมาเล่นอีกครั้ง

เคยมั้ย..รู้สึกว่าตัวเองห่างจากโทรศัพท์ได้ไม่ พักแป๊ป ๆ ก็ต้องหยิบขึ้นมาเล่นอีกครั้ง

เคยมั้ย..เวลาเราว่าง ๆ เบื่อ ๆ ไม่รู้จะทำอะไร เราก็หยิบมือถือมาไถโซเชียล

เคยมั้ย..ติดอยู่กับอะไรนาน ๆ แต่ในวันนึงเรากลับเบื่อสิ่งนั้น

เวลาที่เรามีความสุข เรามักจะอยู่กับมันโดยไม่ได้นึกถึงอย่างอื่น พอเวลาผ่านไป เริ่มเป็นความเคยชิน เราจึงต้องหาความสุขมากขึ้น ที่มีอยู่เท่าเดิมมันไม่เพียงพอ สิ่งนี้เรียกว่า “การเสพติดความสุข หรือ ความพึงพอใจ”

อาจจะฟังดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วการเสพติดเป็นการทำงานของสมอง ที่เหมือนจะมาเกินไป ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนกันกับการติดเกมหรือติดยานั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม การติดเกมและติดยาจะส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตมากกว่า

ในเชิงประสาทวิทยา การเสพติดเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า โดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท ที่บทบาทสำคัญกับความสุข ความพึงพอใจหรือแม้แต่ตอนเราออกกำลังกายเมื่อเรารู้สนุก มีความสุข สมองจะหลั่งโดพามีนออกมา และเราจะทำสิ่งนั้นต่อไปเรื่อย ๆ

โดพามีนเป็นสารสื่อประสาทที่หลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อความรู้สึกของเรา เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เมื่อเราทานขนมหวานอร่อย ๆ ฟังเพลงโปรด หรือทำอะไรสำเร็จ สมองจะให้รางวัลด้วยการหลั่งโดพามีน ทำให้เรารู้สึกสุขใจและจดจำว่าการกระทำนั้นคุ้มค่าที่จะทำอีกครั้ง เราเรียกสิ่งนี้ว่า การให้รางวัลของสมอง (Reward System)ซึ่งเป็นกลไกทางชีววิทยาที่ช่วยให้มนุษย์และสัตว์มีแรงจูงใจในการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการอยู่รอด เช่น การกิน การสืบพันธุ์ และการเข้าสังคม แต่เมื่อระบบนี้ถูกกระตุ้นมากเกินไปหรือผิดปกติ มันสามารถนำไปสู่พฤติกรรมเสพติดได้

ในชีวิตประจำวัน เราต่างก็เคยมีการเสพติดกันโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการกินของหวานบ่อย ๆ เพื่อให้เรารู้สึกดี การเล่นโซเชียล ดูคลิปฮีลใจ ทุกครั้งที่เราทำ สมองจะหลั่งโดพามีน แต่เมื่อทำบ่อย ๆ ปริมาณโดพามีนที่หลั่งออกมาจะลดลง ทำให้เราต้องทำกิจกรรมนั้นมากขึ้นหรือหาสิ่งที่เร้าใจกว่าเดิมเพื่อให้ได้ความรู้สึกเท่าเดิม

เหมือนกับการติดยา ติดบุหรี่ หรือแอลกอฮอล์ แต่ของจำพวกนี้จะสามารถกระตุ้นการหลั่งโดพามีนได้มากกว่าปกติ สมองจึงเชื่อมโยงสารเสพติดกับความสุขอย่างรุนแรง เมื่อมีการใช้ซ้ำบ่อยครั้ง สมองจะปรับตัวให้หลั่งโดพามีนน้อยลงในสภาวะปกติ ส่งผลให้ผู้ใช้รู้สึกไม่พึงพอใจหรือหดหู่เมื่อไม่ได้ใช้สาร และจำเป็นต้องใช้สารเสพติดเพื่อให้รู้สึกปกติอีกครั้ง

การที่ระบบถูกกระตุ้นบ่อยเกินไป สมองจะเกิดความเคยชิน และเริ่มหลั่งโดพามีนน้อยลง ทำให้เราไม่รู้สึกพอใจกับสิ่งเดิมอีกต่อไป จึงต้องหาสิ่งใหม่ที่แรงกว่าเดิมนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงติดเกม ติดมือถือ หรือต้องหาความบันเทิงใหม่ ๆ ตลอดเวลา

ตัวอย่างพฤติกรรมการเสพติดที่เราพบในชีวิตประจำวัน

  • มือถือ โซเชียลมีเดีย หรือ การเลื่อนหน้าฟีดหรือดูคลิปสั้น ๆ แต่ละครั้งทำให้สมองได้โดพามีนเล็ก ๆ เป็นช่วงสั้น ๆ
  • ขนมหวาน โดยน้ำตาลทำให้สมองหลั่งโดพามีนทันที ทำให้เรากินซ้ำแม้ไม่ได้หิวจริง ๆ
  • เกม ซีรีส์ เป็นความสำเร็จเล็ก ๆ หรือการจบตอนที่ค้างคา ทำให้เรากลับไปเล่น หรือ ดูต่อ

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าเราใช้มันบ่อยเกินไป ความสุขที่ได้ก็จะน้อยลง และอาจนำไปสู่ความรู้สึกเบื่อโลก หรือไม่พอใจกับอะไรเลยได้

รับมือกับการเสพติดความสุขด้วย Dopamine Fasting

หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมช่วงไม่กี่ปีมานี้คือ Dopamine Fasting หรือ การงดสิ่งกระตุ้นที่ให้ความสุขในระยะสั้น เพื่อรีเซ็ตสมอง

อาจจะฟังดูน่าสับสน เหมือนอดอาหารหรือเปล่า จริง ๆ แล้ว Dopamine fasting คือการลดการกระตุ้นการหลั่งของโดพามีนเช่นเล่นมือถือ ดูซีรีส์ กินของหวาน หรือเกมออนไลน์ เพื่อทำให้สมองกลับมารับรู้ ความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ ได้อีกครั้งเช่น การอ่านหนังสือ เดินเล่น พูดคุยกับเพื่อน

จริง ๆ แล้วแนวคิด Dopamine Fasting ถูกเผยแพร่โดย ดร. คาเมรอน เซปา จาก UCSF ซึ่งตั้งใจให้เป็นการพัก จากสิ่งกระตุ้นที่มากเกินไป เช่น โซเชียล เกม อาหาร หรือการสังสรรค์ เพื่อให้เราได้กลับมารู้สึกพอใจกับสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตอีกครั้ง แต่แม้ชื่อจะชวนให้เข้าใจว่าเป็นการหยุดการหลั่งโดพามีน แต่จริง ๆ แล้วเราไม่สามารถควบคุมสารเคมีนี้ได้ด้วยตัวเอง

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงโต้แย้งว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่วิธีทางวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง และอาจเกินจริงไปบ้าง ไม่มีหลักฐานมาสนับสนุนแน่ชัดว่าช่วยได้จริงหรอไม่ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติในลักษณะนี้ก็ยังเป็นประโยชน์ในแง่ของการ พักสมอง พักใจ ลดการเสพสิ่งกระตุ้นเกินไป และช่วยให้ชีวิตกลับมามีสมดุลได้มากขึ้น

วิธีทำ Dopamine fasting

  • เลือกสิ่งที่จะงดเว้น เช่น งดโซเชียล 1 วัน หรืออย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรืองดขนมหวานสักสัปดาห์ เป็นต้น
  • หากิจกรรมทดแทนเช่น อ่านหนังสือ เขียนไดอารี ออกกำลังกาย เดินเล่น หรืออยู่กับธรรมชาติ
  • ลองตั้ง Cheat time เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ในแต่ละวันเพื่อที่จะลดการเล่นโซเชียลของเรา เช่น เราจะไม่เข้าโซเชียลหลังห้าทุ่มของทุกวัน หรือ 18.00-20.00 เราจะไม่เล่นโซเชียล เป็นต้น
  • ฝึกสติ หรือ สมาธิ (Mindfulness) อยู่กับปัจจุบัน สังเกตว่าเราโหยหาสิ่งกระตุ้นมากแค่ไหน แล้วเรียนรู้ที่จะอยู่กับความรู้สึกนั้น

ข้อดีของการทำ Dopamine Fasting

  • ลดความรู้สึกต้องการตลอดเวลา
  • ทำให้โฟกัสกับงานและสิ่งสำคัญได้ดีขึ้น
  • เพิ่มความพึงพอใจจากกิจกรรมธรรมดา ๆ
  • ช่วยให้สุขภาพจิตสงบขึ้น ไม่รู้สึกฟุ้งซ่านตลอดเวลา

การมีความสุขไม่ใช่สิ่งผิด แต่เมื่อเราชินกับมันมากเกินไป ความสุขนั้นจะลดค่าลงโดยไม่รู้ตัว การทำความเข้าใจ โดพามีน และการลอง Dopamine Fasting จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เราช้าลง และกลับมาสนุกกับชีวิตในแบบเรียบง่ายอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...