สรุปผลการจัดอันดับ 'QS Asia 2026' มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในทวีปเอเชีย (มีไทยติดมั้ย มาดูกัน!)
สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราได้อัปเดตผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดจาก QS World University Rankings 2026กันไปแล้ว ซึ่งอันดับ 1 ของโลกคือ Massachusetts Institute of Technology (MIT)จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ครองหัวตารางมาหลายปีติดต่อกัน
แต่ว่าล่าสุดทาง QS Quacquarelli Symonds (QS) องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นนำระดับโลก ได้มีรายงานผล “QS World University Rankings: Asia 2026”ซึ่งเป็นสรุปการจัดอันดับที่เจาะลึกเฉพาะทวีปเอเชียมากขึ้น โดยมีการเพิ่มตัวชี้วัดใหม่ๆ ที่แตกต่างจากตัวชี้วัดในการจัดอันดับระดับโลก เช่น บุคลการที่มีวุฒิปริญญาเอก (Staff with a PhD)และ นักศึกษาแลกเปลี่ยน (Exchange Students)นอกจากนี้ บางตัวชี้วัดมีน้ำหนักคะแนนที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่บางตัวมีน้ำหนักน้อยลง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เห็นภาพรวมของมหาวิทยาลัยในทวีปเอเชียได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองครับ
ในการจัดอันดับนี้ มีมหาวิทยาลัยในเอเชียรวม 1,526 แห่งและขอบอกเลยว่าเมื่อดูจาก Rankings มหาวิทยาลัยที่ได้อันดับ 1 ของเอเชียก็ต่างจากโพลของระดับโลกด้วย แต่ก่อนที่จะไปดูว่ายูไหนติดโผบ้าง เราตามมาดูเกณฑ์ในการให้คะแนนกันก่อนดีกว่าครับ
1. งานวิจัยและการศึกษาค้นคว้า Research and Discovery (45%)
- ชื่อเสียงด้านวิชาการ (Academic Reputation): 30%
- การอ้างอิงผลงานทางวิชาการ (Citations per Paper): 10%
- ผลงานตีพิมพ์ต่อคณาจารย์ (Papers per Faculty): 5%
2. การจ้างงานและผลลัพธ์ Employability and Outcomes (20%)
3. ศักยภาพในการทำงานและผลลัพธ์หลังเรียนจบ Global Engagement (20%)
- สัดส่วนคณาจารย์ชาวต่างชาติ (International Faculty Ratio): 2.5%
- เครือข่ายวิจัยนานาชาติ (International Research Network): 10%
- สัดส่วนนักศึกษาต่างชาติ (International Student Ratio): 2.5%
- จำนวนนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ (Inbound Exchange Students): 2.5%
- จำนวนนักศึกษาที่ไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ (Outbound Exchange Students): 2.5%
4. ประสบการณ์การเรียนรู้ Learning Experience (15%)
- สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา (Faculty Staff Ratio): 10%
- บุคลากรที่มีวุฒิ ป.เอก (Staff with PhD): 5%
Top 20 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย 2026
อันดับ
มหาวิทยาลัย
ประเทศ
คะแนน
1 University of Hong Kong ฮ่องกง 100 2 Peking University จีน 99.9 = 3 NTU Singapore สิงคโปร์ 99 = 3 National University of Singapore สิงคโปร์ 99 5 Fudan University จีน 98.7 6 The Hong Kong University of Science and Technology ฮ่องกง 98.5 = 7 City University of Hong Kong ฮ่องกง 98.4 = 7 Chinese University of Hong Kong ฮ่องกง 98.4 9 Tsinghua University จีน 98.3 10 The Hong Kong Polytechnic University ฮ่องกง 97.1 11 Yonsei University เกาหลีใต้ 96.9 12 Korea University เกาหลีใต้ 96.2 13 Shanghai Jiao Tong University จีน 95.9 14 Zhejiang University จีน 94.9 15 Universiti Malaya มาเลเซีย 94.7 16 Sungkyunkwan University เกาหลีใต้ 94.2 17 Seoul National University เกาหลีใต้ 94 18 Pohang University of Science And Technology เกาหลีใต้ 93.6 19 Nanjing University จีน 93.3 20 Hanyang University เกาหลีใต้ 93.2
สรุปภาพรวมมหาวิทยาลัยประเทศต่างๆ ในเอเชีย
แม้ว่าประเทศยอดนิยมอย่าง สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแคนาดาจะครองตลาดการศึกษาต่างประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่จากนโยบายจำกัดจำนวนนักศึกษาในหลายประเทศ ส่งผลให้จุดหมายปลายทางในเอเชียได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสิงคโปร์รวมถึงในเอเชียใต้อย่าง อินเดียก็ยังคงเป็นอีกจุดหมายสำคัญสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
ประเทศจีน
มีสถาบันการศึกษาติดอันดับมากที่สุด รวมทั้งหมด 394 แห่ง โดย 3 แห่งติด 10 อันดับแรก 13 แห่งติด 50 อันดับแรก และ 25 แห่งติด 100 อันดับแรกของภูมิภาค และเพื่อยกระดับการรับนักศึกษาต่างชาติ ประเทศจีนกำลังเปิดตัววีซ่า STEM ใหม่เพื่อให้นักศึกษาที่ต้องการเรียนต่อในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือแพทยศาสตร์ สามารถเข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำของจีนได้ง่ายขึ้น และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ครับ จีนยังเตรียมมอบวีซ่าทำงานหลังเรียนจบให้กับผู้ที่จบระดับบัณฑิตศึกษา (Postgraduate work visas) ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อรักษานักศึกษาที่มีความสามารถสูงสุดไว้
เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
The University of Hong Kongคว้าอันดับ 1 ของเอเชีย ได้ 100 คะแนนเต็ม โดยใน Top 10 ของเอเชียมีมหาวิทยาลัยจากฮ่องกงถึง 5 แห่ง และยังมีอีก 6 แห่งติดใน 100 อันดับแรก นอกจากนี้ ‘City University of Hong Kong’ได้คะแนนอันดับ 1 ของเอเชียใน 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ International Research Network, Inbound Exchange Student และ Outbound Exchange Indicator
ประเทศญี่ปุ่น
มหาวิทยาลัยกว่า 147 แห่งติดอันดับในปีนี้ โดยมี 8 แห่งติด 50 อันดับแรกของภูมิภาค และอีก 12 แห่งติด 100 อันดับแรก โดยThe University of Tokyo ติดอันดับที่ 26 ของเอเชีย เป็นมหาวิทยาลัยที่ทำคะแนนรวมสูงสุดของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมีโครงการส่งเสริมการเคลื่อนย้ายนักศึกษาแบบคู่ขนาน (Dual Mobility)ซึ่งมีเป้าหมายที่จะส่งนักศึกษา 500,000 คนไปศึกษาต่อต่างประเทศ และรับนักศึกษาต่างชาติกว่า 400,000 คนมาศึกษาในประเทศ โดยทางรัฐบาลฯ กำลังวางแผนพัฒนาหลักสูตรที่สอนด้วยภาษาอังกฤษและหลักสูตรปริญญาร่วม เพื่อทำให้การเรียนต่อญี่ปุ่นเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นสำหรับนักศึกษาที่ไม่ไม่พื้นฐานภาษาญี่ปุ่น
ประเทศเกาหลีใต้
มีมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 103 แห่ง โดยมี 6 แห่งติด 20 อันดับแรก และอีก 15 แห่งติดอยู่ใน Top 100 โดยมหาวิทยาลัยที่ครองคะแนนสูงสุดของประเทศคือYonsei Universityซึ่งอยู่ในอันดับที่ 11 ของเอเชีย
เช่นเดียวกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออก เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับปัญหาประชากรสูงอายุ โดยหลายสถาบันในเกาหลีใต้ได้ร่วมกันริเริ่มโครงการเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น วีซ่านักเรียนสาขา STEMที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และยังเปิดเส้นทางสู่การเป็นพลเมืองที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยและทำงานในเกาหลีต่อไปหลังจากสำเร็จการศึกษาอีกด้วย
Top 20 มหาวิทยาลัยไทยในการจัดอันดับระดับเอเชีย
อันดับ
มหาวิทยาลัย
คะแนน
52 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 80.8 = 55 มหาวิทยาลัยมหิดล 79.4 105 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 67 126 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 64.5 137 มหาวิทยาลัยเกริก 62.8 146 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 60.6 171 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 55.6 =178 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 54.5 =192 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) 52.9 250 มหาวิทยาลัยชินวัตร 44.5 292 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 41.6 = 347 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 37.5 381 มหาวิทยาลัยศิลปากร 35.4 = 396 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 34.7 469 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 30.8 = 509 มหาวิทยาลัยนเรศวร 29.3 = 518 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 29 = 548 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 27.9 = 620 มหาวิทยาลัยพะเยา 25.2 = 638 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 24.7
สำหรับน้องๆ ที่อยากอ่านรายละเอียดการจัดอันดับครั้งนี้เพิ่มเติม สามารถศึกษาได้ที่เว็บไซต์ https://www.qs.com/insights/qs-world-university-rankings-asiaได้เลยนะครับ