ศาลสูงสหรัฐนัดพิจารณาคดี “ทรัมป์” พยายามปลด “ลิซา คุก” ผู้ว่าการเฟด 21 ม.ค.69
ศาลสูงสหรัฐกำหนดไต่สวนวันที่ 21 ม.ค.69 ในคดีที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ พยายามถอดลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางข้อกังวลว่าการปลดเจ้าหน้าที่เฟดจะกระทบความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 02.41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลสูงสหรัฐประกาศเมื่อวันพุธว่าจะรับฟังการโต้แย้งคดีในวันที่ 21 มกราคม เกี่ยวกับความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะปลดลิซา คุก (Lisa Cook) ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และถือเป็นการท้าทายต่อหลักความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
ศาลสูงเคยระบุไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้วว่าจะรับฟังการพิจารณาคดีนี้ ก่อนตัดสินว่าจะยกเลิกคำสั่งของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ชะลอไม่ให้ทรัมป์ปลดคุกออกจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้คุกยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน
เมื่อสภาคองเกรสจัดตั้งธนาคารกลางสหรัฐในปี 1913 ได้ออกกฎหมาย Federal Reserve Act ซึ่งกำหนดให้ประธานาธิบดีสามารถปลดผู้ว่าการเฟดได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุอันสมควร (for cause) เท่านั้น แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าคำว่า “เหตุอันสมควร” หมายถึงอะไร และไม่มีการระบุขั้นตอนการปลดออกอย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการท้าทายกฎหมายนี้ในศาล
คดีนี้เริ่มต้นเมื่อผู้พิพากษาเจีย คอบบ์ แห่งศาลแขวงกรุงวอชิงตัน ตัดสินเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า ข้อกล่าวหาของทรัมป์ที่อ้างว่าคุกเคยกระทำการฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัยก่อนเข้ารับตำแหน่ง ไม่น่าจะเพียงพอที่จะเป็นเหตุสำหรับการปลดออกจากตำแหน่งตามกฎหมาย Federal Reserve Act
ลิซา คุก ซึ่งเป็นสตรีผิวสีคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการเฟด ได้ยื่นฟ้องทรัมป์ในเดือนสิงหาคม หลังจากประธานาธิบดีประกาศว่าจะปลดเธอออกจากตำแหน่ง นับเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีพยายามถอดผู้ว่าการเฟดออกจากตำแหน่ง คุกระบุว่าข้อกล่าวหาของทรัมป์ไม่ใช่เหตุผลตามกฎหมาย และเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปลดเธอเนื่องจากจุดยืนด้านนโยบายการเงินของเธอ
ในการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกหลังทรัมป์พยายามปลดเธอ คุกกล่าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนว่า การทำงานรับใช้ประชาชนต้องมีความอดทนและจิตใจที่แข็งแกร่ง เธอย้ำว่า “ความเป็นอิสระของเฟดเป็นสิ่งที่ควรปกป้อง” พร้อมกล่าวว่า“เดี๋ยวเรื่องนี้ก็ผ่านไป ฉันจะทำงานนี้ต่อไปเพื่อประชาชนชาวอเมริกัน”
ศาลอุทธรณ์เขตโคลัมเบียมีมติต่อเนื่อง 2 ต่อ 1 เมื่อวันที่ 15 กันยายน ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลที่ต้องการให้ศาลระงับคำสั่งของผู้พิพากษาคอบบ์
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาศาลสูงสหรัฐได้มีคำตัดสินหลายคดีที่อนุญาตให้ทรัมป์สามารถปลดสมาชิกของหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ ที่สภาคองเกรสกำหนดให้เป็นองค์กรอิสระ แม้สมาชิกเหล่านั้นจะได้รับการคุ้มครองตำแหน่งตามกฎหมายก็ตาม คำตัดสินเหล่านี้ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าศาลสูง ซึ่งมีเสียงข้างมากฝั่งอนุรักษนิยม 6 ต่อ 3 อาจเตรียมล้มล้างบรรทัดฐานสำคัญในปี 1935 ที่เคยปกป้องตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอิสระ เช่น คณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC)
อย่างไรก็ตามในกรณีของลิซา คุก ศาลสูงเลือกที่จะรับฟังการโต้แย้งก่อนจะตัดสินว่าควรอนุญาตให้รัฐบาลปลดเธอออกชั่วคราวหรือไม่
ศาลยังส่งสัญญาณในคดีอื่นเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากหน่วยงานบริหารอื่น ๆ โดยระบุว่าเฟดเป็นองค์กรที่มีโครงสร้างเฉพาะตัว และมีลักษณะกึ่งเอกชน พร้อมทั้งมีบทบาทในประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนหน่วยงานทั่วไป
หลังพิจารณาในเดือนมกราคม ศาลสูงจะตัดสินว่าคุกจะสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่ ระหว่างที่คดีฟ้องร้องการปลดของเธอกำลังดำเนินอยู่ในศาลล่าง
นอกจากนี้ในวันพุธเดียวกัน ศาลยังได้กำหนดวันที่ 13 มกราคมสำหรับการรับฟังข้อโต้แย้งในคดีของรัฐไอดาโฮและเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายของรัฐที่ห้ามนักกีฬาข้ามเพศแข่งขันในทีมกีฬาหญิงในโรงเรียนของรัฐ
อ้างอิง : www.reuters.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- (2 ต.ค. 2568) ศาลสูงสหรัฐ ไฟเขียว “ลิซา คุก” นั่งผู้ว่าการเฟดต่อ เลื่อนพิจารณาคดีปลดโดยทรัมป์ไป ม.ค.2569
- (16 ก.ย. 2568) ศาลอุทธรณ์สหรัฐ ปัดคำร้อง “ทรัมป์” ปลดลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด ชี้ยังไม่เพียงพอตามกฎหมาย
- (11 ก.ย. 2568) ศึกศาลระหว่าง “ทรัมป์-ลิซา คุก” เดือด กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอุทธรณ์ คำสั่งศาลห้ามปลดผู้ว่าการเฟด