โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ศาลสูงสหรัฐนัดพิจารณาคดี “ทรัมป์” พยายามปลด “ลิซา คุก” ผู้ว่าการเฟด 21 ม.ค.69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 03.17 น.

ศาลสูงสหรัฐกำหนดไต่สวนวันที่ 21 ม.ค.69 ในคดีที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ พยายามถอดลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางข้อกังวลว่าการปลดเจ้าหน้าที่เฟดจะกระทบความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 02.41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลสูงสหรัฐประกาศเมื่อวันพุธว่าจะรับฟังการโต้แย้งคดีในวันที่ 21 มกราคม เกี่ยวกับความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะปลดลิซา คุก (Lisa Cook) ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และถือเป็นการท้าทายต่อหลักความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

ศาลสูงเคยระบุไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้วว่าจะรับฟังการพิจารณาคดีนี้ ก่อนตัดสินว่าจะยกเลิกคำสั่งของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ชะลอไม่ให้ทรัมป์ปลดคุกออกจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้คุกยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน

เมื่อสภาคองเกรสจัดตั้งธนาคารกลางสหรัฐในปี 1913 ได้ออกกฎหมาย Federal Reserve Act ซึ่งกำหนดให้ประธานาธิบดีสามารถปลดผู้ว่าการเฟดได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุอันสมควร (for cause) เท่านั้น แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าคำว่า “เหตุอันสมควร” หมายถึงอะไร และไม่มีการระบุขั้นตอนการปลดออกอย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการท้าทายกฎหมายนี้ในศาล

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อผู้พิพากษาเจีย คอบบ์ แห่งศาลแขวงกรุงวอชิงตัน ตัดสินเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า ข้อกล่าวหาของทรัมป์ที่อ้างว่าคุกเคยกระทำการฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัยก่อนเข้ารับตำแหน่ง ไม่น่าจะเพียงพอที่จะเป็นเหตุสำหรับการปลดออกจากตำแหน่งตามกฎหมาย Federal Reserve Act

ลิซา คุก ซึ่งเป็นสตรีผิวสีคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการเฟด ได้ยื่นฟ้องทรัมป์ในเดือนสิงหาคม หลังจากประธานาธิบดีประกาศว่าจะปลดเธอออกจากตำแหน่ง นับเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีพยายามถอดผู้ว่าการเฟดออกจากตำแหน่ง คุกระบุว่าข้อกล่าวหาของทรัมป์ไม่ใช่เหตุผลตามกฎหมาย และเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปลดเธอเนื่องจากจุดยืนด้านนโยบายการเงินของเธอ

ในการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกหลังทรัมป์พยายามปลดเธอ คุกกล่าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนว่า การทำงานรับใช้ประชาชนต้องมีความอดทนและจิตใจที่แข็งแกร่ง เธอย้ำว่า “ความเป็นอิสระของเฟดเป็นสิ่งที่ควรปกป้อง” พร้อมกล่าวว่า“เดี๋ยวเรื่องนี้ก็ผ่านไป ฉันจะทำงานนี้ต่อไปเพื่อประชาชนชาวอเมริกัน”

ศาลอุทธรณ์เขตโคลัมเบียมีมติต่อเนื่อง 2 ต่อ 1 เมื่อวันที่ 15 กันยายน ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลที่ต้องการให้ศาลระงับคำสั่งของผู้พิพากษาคอบบ์

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาศาลสูงสหรัฐได้มีคำตัดสินหลายคดีที่อนุญาตให้ทรัมป์สามารถปลดสมาชิกของหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ ที่สภาคองเกรสกำหนดให้เป็นองค์กรอิสระ แม้สมาชิกเหล่านั้นจะได้รับการคุ้มครองตำแหน่งตามกฎหมายก็ตาม คำตัดสินเหล่านี้ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าศาลสูง ซึ่งมีเสียงข้างมากฝั่งอนุรักษนิยม 6 ต่อ 3 อาจเตรียมล้มล้างบรรทัดฐานสำคัญในปี 1935 ที่เคยปกป้องตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอิสระ เช่น คณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC)

อย่างไรก็ตามในกรณีของลิซา คุก ศาลสูงเลือกที่จะรับฟังการโต้แย้งก่อนจะตัดสินว่าควรอนุญาตให้รัฐบาลปลดเธอออกชั่วคราวหรือไม่

ศาลยังส่งสัญญาณในคดีอื่นเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากหน่วยงานบริหารอื่น ๆ โดยระบุว่าเฟดเป็นองค์กรที่มีโครงสร้างเฉพาะตัว และมีลักษณะกึ่งเอกชน พร้อมทั้งมีบทบาทในประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนหน่วยงานทั่วไป

หลังพิจารณาในเดือนมกราคม ศาลสูงจะตัดสินว่าคุกจะสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่ ระหว่างที่คดีฟ้องร้องการปลดของเธอกำลังดำเนินอยู่ในศาลล่าง

นอกจากนี้ในวันพุธเดียวกัน ศาลยังได้กำหนดวันที่ 13 มกราคมสำหรับการรับฟังข้อโต้แย้งในคดีของรัฐไอดาโฮและเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายของรัฐที่ห้ามนักกีฬาข้ามเพศแข่งขันในทีมกีฬาหญิงในโรงเรียนของรัฐ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...