โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มาโควตาสลากฯ 105 ล้านใบ ช่องว่าง-การจัดสรร สู่ปัญหาหวยแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2568 เวลา 10.34 น.

โควตา “สลากกินแบ่งรัฐบาล” 105 ล้านใบ ใครคือเจ้าของตัวจริง? เปิดเงื่อนไขรัฐ สู่ “พ่อค้าคนกลาง” ทำไมหวย 80 บาทจึงทำไม่ได้

จำนวน 105 ล้านฉบับต่อหนึ่งงวด คือปริมาณสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกพิมพ์ออกมาเพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและระดมทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่เบื้องหลังตัวเลขมหึมานี้ คือ “ระบบโควตา” ที่ซับซ้อนและมีปัญหาคาราคาซังมายาวนาน ระบบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยและกลุ่มเปราะบาง กลับกลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มทุนเข้ามากวาดต้อนโควตา สั่นคลอนความพยายามของภาครัฐในการคุมราคาสลากให้เหลือ 80 บาทได้สำเร็จ

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ในฐานะผู้กำกับดูแล ได้รับมอบหมายให้จัดสรรสลากเหล่านี้ภายใต้เงื่อนไขที่ตั้งเป้าหมายหลักไว้ 3 ประการคือ การควบคุมราคา, การกระจายรายได้, และการสนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ แต่คำถามที่สังคมยังคงต้องการคำตอบคือ ภายใต้โควตา 105 ล้านใบนั้น ใครคือผู้ได้รับสิทธิที่แท้จริง และเกณฑ์การจัดสรรมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้มากน้อยเพียงใด

ภาพรวมระบบโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล

ระบบ “โควตา” สลากฯ คือการจัดสรรสิทธิในการรับสลากไปจำหน่ายล่วงหน้าจาก GLO ในราคาที่กำหนด ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วมีเป้าหมายเพื่อ 1. บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ค้ารายย่อยและคนพิการ และ 2. สนับสนุนรายได้ให้แก่หน่วยงานรัฐและองค์กรสาธารณประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคม

GLO เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรอย่างเข้มงวด โดยผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องไปรับสลากจากตัวแทนผู้รับโควตา หรือรับตรงจาก GLO ตามระบบที่กำหนด เงื่อนไขสำคัญคือสลากที่ได้รับไปจะต้องถูกนำไปจำหน่ายในราคาที่กำหนด (ปัจจุบัน 80 บาท) ซึ่งเป็นจุดที่ระบบโควตาเผชิญกับความท้าทายมากที่สุด

นี่คือข้อมูลการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก (Lottery 6: L6) จำนวน 105 ล้านฉบับ (1,050,000 เล่ม) ที่ถอดมาจากแผนภูมิที่คุณแนบมา เพื่อใช้สำหรับการจัดทำอินโฟกราฟิก:

การจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก (L6) ต่องวด

จำนวนสลากรวมต่อรอบ: 105,000,000 ฉบับ (หรือ 1,050,000 เล่ม)

ลำดับ ประเภท/ระบบการจำหน่าย จำนวน (เล่ม) สัดส่วน (%) 1 สลากระบบจองล่วงหน้า 466,254 44.41% 2 สลากดิจิทัล (ผ่านแอปฯ เป๋าตัง) 270,000 25.71% 3 สมาคม มูลนิธิ องค์กรพิการ 145,095 13.82% 4 บุคคลทั่วไป (โควตาถาวร) 127,256 12.12% 5 สลาก 80 (จุดจำหน่าย) 18,627 1.77% 6 สลากระบบซื้อ 15,360 1.46% 7 คนพิการ 7,408 0.71% รวม ทั้งหมด 1,050,000 100.00%

โครงสร้างการจัดสรร “โควตา” ปัจจุบัน

โครงสร้างการจัดสรรสลากฯ ในปัจจุบัน แม้จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ยังคงแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ที่สะท้อนทั้งมิติทางเศรษฐกิจและสังคม:

  • กลุ่มผู้ค้ารายย่อย / คนพิการ: เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด โดยการจัดสรรให้กับผู้ลงทะเบียนในระบบ “ผู้ค้าสลากรายย่อย” ของ GLO โดยตรง หรือผ่านสมาคม/มูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ กลุ่มนี้คือหัวใจของนโยบายสวัสดิการ
  • องค์กร/มูลนิธิ/สมาคม: กลุ่มที่ได้รับสลากเพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนภารกิจสาธารณประโยชน์ เช่น มูลนิธิ สมาคมผู้พิการประเภทต่าง ๆ
  • หน่วยงานรัฐ : บางหน่วยงานที่ได้รับโควตาเพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมด้านสวัสดิการหรือการกุศลของหน่วยงานนั้น ๆ
  • ระบบจำหน่ายใหม่ (สลากดิจิทัล): สลากที่ถูกจัดสรรเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลของ GLO เพื่อจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” หรือ “GLO Lottery” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง

แม้ GLO จะพยายามเพิ่มสัดส่วนให้กับผู้ค้ารายย่อยจริง และขยับสลากเข้าสู่ระบบดิจิทัล แต่โควตาจำนวนมากในระบบเดิมยังคงถูกจับจองโดยกลุ่มที่มี “ความสัมพันธ์” และมีศักยภาพในการกวาดซื้อ ทำให้เกิดปัญหาการกระจุกตัวของสิทธิอย่างรุนแรง

เงื่อนไขการได้รับโควตา

การได้รับโควตาสลากฯ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้มีสิทธิจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ GLO กำหนดอย่างเคร่งครัด อาทิ

  • คุณสมบัติเฉพาะ: ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย, บรรลุนิติภาวะ, ไม่เป็นข้าราชการ/ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ (ยกเว้นโควตาพิเศษ), และที่สำคัญคือต้องเคยลงทะเบียนเป็นผู้ค้ารายย่อย
  • ขั้นตอนการสมัคร: ต้องผ่านการลงทะเบียนในระบบ “GLO Official” และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด
  • การต่ออายุ: โควตามีอายุตามวาระ และต้องมีการยื่นขอต่ออายุและถูกตรวจสอบสิทธิเป็นระยะ เพื่อป้องกันการขายสิทธิต่อ
  • ข้อห้าม: ห้ามนำสลากไปจำหน่ายให้แก่ผู้ซื้ออื่นในราคาที่สูงกว่าราคาที่กำหนด (ห้ามขายสิทธิ)

แม้มีเงื่อนไขและข้อห้าม แต่ความต้องการสลากที่สูงกว่าปริมาณที่ผลิตได้ ทำให้ “มูลค่า” ของสิทธิในการได้รับโควตาหนึ่งชุด มีราคาสูงกว่ามูลค่าของสลากเองหลายเท่าตัวในตลาดมืด

กลุ่มเปราะบาง–โควตาผู้พิการและกลุ่มสังคมพิเศษ

โควตาสำหรับ “คนพิการ” ถือเป็นนโยบายด้านสวัสดิการที่สำคัญที่สุดของระบบ GLO โดยมีการจัดสรรสลากในราคาพิเศษให้กับผู้พิการ หรือผู้ดูแล เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ แต่โควตากลุ่มนี้กลับกลายเป็นจุดที่ถูกแสวงหาผลประโยชน์มากที่สุด

ปัญหาที่พบบ่อยคือ การใช้ “นอมินี” หรือการขายสิทธิขาดให้กับนายทุน โดยผู้พิการได้รับเงิน “ค่าเช่าโควตา” เพียงเล็กน้อยต่อเดือน (หรือต่อปี) เพื่อแลกกับการให้นายทุนใช้ชื่อรับสลากไปจำหน่ายทั้งหมด ทำให้ผู้พิการไม่ได้เป็น “ผู้ค้ารายย่อย” อย่างแท้จริง แต่กลายเป็นเพียง “ผู้ให้เช่าสิทธิ” ในทางนิตินัย ซึ่งเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของนโยบายโดยสิ้นเชิง

หน่วยงานรัฐและมูลนิธิที่ได้รับโควตา: ความโปร่งใสที่ตรวจสอบยาก

หน่วยงานรัฐและมูลนิธิที่ได้รับโควตา บางหน่วยงาน และองค์กรสาธารณประโยชน์อื่น ๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำกำไรจากการขายสลากไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น สวัสดิการข้าราชการ การกุศล หรือการบรรเทาสาธารณภัย

ในทางปฏิบัติ หน่วยงานเหล่านี้มักไม่ได้ขายสลากเอง แต่จะมอบสิทธิ (หรือขายต่อ) ให้กับผู้ค้ารายใหญ่หรือผู้รับโควตารายย่อยต่อไป ซึ่งทำให้รายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ แต่กระบวนการตั้งแต่การรับสลากจนถึงการนำส่งต่อ ทำให้เกิดคำถามเรื่อง “ความโปร่งใส” ในการบริหารจัดการสลากและผลกำไร ว่ามีการนำไปใช้ตามเจตนารมณ์โดยไม่มีการรั่วไหลไปยังกลุ่มบุคคลอื่นหรือไม่

ปัญหาการกระจุกตัวของโควตาและการขายต่อ

นี่คือ หัวใจของปัญหาสลากราคา 80 บาท ที่ไม่สามารถควบคุมได้ โควตาจำนวนมหาศาลไม่ได้ตกถึงมือผู้ค้ารายย่อยอย่างทั่วถึง แต่กลับถูกรวบรวมไว้โดย “กลุ่มทุน” หรือ “ผู้มีอิทธิพล” ในหลายรูปแบบ เช่น

  • การซื้อเหมาสิทธิโควตา: ตัวแทนรายใหญ่จะเข้า “ซื้อเหมาสิทธิ” จากผู้ที่ได้รับโควตาจริง (ทั้งผู้พิการและหน่วยงาน) ในราคาสูงกว่าที่ GLO กำหนด (เช่น ขายใบละ 81–85 บาทต่อใบ ที่โควตาได้รับมา 70.40 บาท)
  • การควบคุมการกระจาย: กลุ่มทุนเหล่านี้จะกลายเป็น “พ่อค้าคนกลาง” ที่ควบคุมอุปทานของสลากในตลาดทั้งหมด
  • ผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อยจริง: ผู้ค้ารายย่อยตามท้องตลาดจำเป็นต้องซื้อสลากจากพ่อค้าคนกลางในราคาส่งที่สูงขึ้น (เช่น 90–100 บาท) ซึ่งทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้อง ขายในราคา 100 บาทขึ้นไป เพื่อให้มีกำไร ทำให้มาตรการ 80 บาทของรัฐบาลล้มเหลวโดยปริยาย

ปัญหาการขายสิทธิต่อ (ซึ่งผิดกฎหมายของ GLO) เป็นรอยรั่วขนาดใหญ่ที่ทำให้เงินที่ควรจะตกถึงมือผู้ค้ารายย่อยและสังคม ไปกองอยู่กับกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม

การปฏิรูป “ระบบจัดสรรโควตา” ในยุคดิจิทัล

การเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นความพยายามที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุดในการปฏิรูปวงจรปัญหาโควตาสลากฯ GLO ได้ริเริ่มโครงการสำคัญเพื่อลดการพึ่งพาโควตารายเดิมและตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง คือ

  • ระบบสลากดิจิทัล 80 บาท: การนำสลากมาจำหน่ายโดยตรงผ่าน แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และ แพลตฟอร์ม GLO Official ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสลากได้ในราคา 80 บาทตามกฎหมายกำหนด โดยไม่มีการบวกเพิ่ม
  • ผลลัพธ์: ระบบดิจิทัลพิสูจน์แล้วว่าสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวาง และเป็นกลไกเดียวที่สามารถควบคุมราคา 80 บาทได้จริง เพราะเป็นการ “ลดการพึ่งพาระบบโควตาเดิม” และนำสลากออกจากมือพ่อค้าคนกลาง
  • เป้าหมายในอนาคต: GLO กำลังมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัล เพื่อให้สัดส่วนสลากที่ถูกควบคุมราคามีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเป็นหนทางในการสร้างความเท่าเทียมในตลาดสลาก และตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาสลากราคาแพงอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดที่มาโควตาสลากฯ 105 ล้านใบ ช่องว่าง-การจัดสรร สู่ปัญหาหวยแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...