โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไฟใต้ปะทุกลางศึกเลือกตั้ง ‘ประชาชาติ’กระอักลุ้นรักษาเก้าอี้

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“พื้นที่เลือกตั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ประกอบด้วย “ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส” ซึ่งถือเป็นพื้นที่เลือกตั้งที่มีความพิเศษ แตกต่างจากพื้นที่อื่นพอสมควร เพราะนอกจากเป็นพื้นที่เลือกตั้งที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรมสูงแล้ว ที่ผ่านมาหลายสิบปี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาเรื่องความไม่สงบเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งการเลือกตั้งรอบนี้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกจับตามองว่า “พรรคประชาชาติ” ในฐานะแชมป์เก่าที่ได้ สส.เขตมากที่สุดในการเลือกตั้งปี 2566 มารอบนี้ 2569 จะยังคงรักษาเก้าอี้ สส.เขตมากที่สุดไว้ได้อีกหรือไม่ จากจำนวน 13 เก้าอี้ที่มีการชิงชัยกัน

เพราะครั้งนี้จะเห็นได้ว่า หลายพรรคการเมืองต่างหวังชัยชนะในสนามเลือกตั้ง สส.เขต รวมถึงต้องการได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในพื้นที่เลือกตั้งปลายด้ามขวานแบบเป็นกอบเป็นกำ ไม่ว่าจะเป็น พรรคประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ประชาชน เป็นต้น

โดยหากเทียบฟอร์ม-ความพร้อมในการเลือกตั้ง คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของพรรคประชาชาติ ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และวันมูหะมัดนอร์ มะทา คงไม่พ้น

“พรรคสีน้ำเงิน-ภูมิใจไทย”

ที่นอกจากเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลในเวลานี้แล้ว ในสนามเลือกตั้งก็ได้บ้านใหญ่ในพื้นที่คือที่นราธิวาสและปัตตานี รวมถึงอดีต สส. ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาย้ายจากพรรคอื่นมาอยู่ด้วย ผนวกกับเป็นที่รู้กันดีในทางการเมืองว่า แกนนำพรรคสีน้ำเงินไม่ชอบ พ.ต.อ.ทวีอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาสมัยเป็น รมว.ยุติธรรม ก็พยายามเจาะยางพรรคสีน้ำเงินอย่างหนัก โดยใช้ดีเอสไอเป็นเครื่องมือในการไล่บี้คดีฮั้ว สว. และเขากระโดง จึงทำให้พรรคสีน้ำเงินต้องการชัยชนะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลและสั่งสอน พ.ต.อ.ทวี

ทำให้สนามเลือกตั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติจึงต้องสู้สิบทิศ และออกแรงอย่างหนักเพื่อรักษาเก้าอี้ สส.เขตและหวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ให้ได้มากที่สุด เพราะนอกจากเจอพรรคคู่แข่งที่แข็งแรงกว่าแล้ว ก็มีกระแสจากคนในพื้นที่บางส่วนว่า สองแกนนำของพรรคประชาชาติที่มีตำแหน่งในสมัยที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเลือก พรรคประชาชาติภาคภูมิใจได้เลย เพราะที่ผ่านมาสองปีเศษในการเป็น รมว.ยุติธรรมของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ก็ไม่มีผลงานอะไรโดดเด่นจับต้องได้ แถมยังติดลบด้วยซ้ำ สิ่งที่เคยสร้างภาพหาเสียงไว้ เช่น จะทำหน้าที่บนหลัก “นิติธรรม” ก็ทำไม่ได้จริง อย่างเอาแค่เรื่อง “ทักษิณ ชินวัตร ชั้น 14นักโทษเทวดา” เรื่องเดียวก็พิสูจน์การทำงานให้เห็นแล้ว เพราะเรื่องชั้น 14 สุดท้าย ศาลฎีกาฯ ตัดสินว่ามีความผิดปกติในการทำให้ทักษิณไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงก็คือ กระทรวงยุติธรรม-กรมราชทัณฑ์-เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ใครต่อใครก็ดูออกว่า คนใน 3 หน่วยงานดังกล่าวมีเอี่ยวแน่นอน โดยที่ฝ่ายการเมืองจะลอยตัวปัดความรับผิดชอบได้อย่างไร เช่นเดียวกับการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาของวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็ดูจะไม่ค่อยได้รับเสียงชื่นชมเท่าใดนักในเรื่องความเป็นกลาง

กระนั้นในภาพใหญ่ต้องถือว่า พรรคประชาชาติยังคงเป็นพรรคที่คนในพื้นที่ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส น่าจะตอบรับมากที่สุดอยู่ เพียงแต่อาจจะไม่มากเท่าเดิมก็ได้ หากคนในพื้นที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ขณะที่การหาเสียงในพื้นที่ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาสกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ก็ปรากฏว่าสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ก็กลับมาปะทุอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการก่อเหตุท้าทายกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างมาก

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากฝีมือกลุ่มคนร้ายที่มีการลอบวางระเบิด วางเพลิง ปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน รวม 11 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี เหตุเกิดตั้งแต่เวลา 00.55 ของวันที่ 11 ม.ค.2569 ต่อเนื่องหลายพื้นที่ ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อได้รับความเสียหาย เบื้องต้นเป็นเหตุให้มีประชาชนและตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมาก็ยังเป็นวันที่มีการเลือกตั้ง อบต.ทั่วประเทศ รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ทำให้ถูกมองว่าเป็นการก่อเหตุในเชิงสัญลักษณ์การเมือง-ความมั่นคง

หลังเกิดเหตุการณ์ทำให้ทั้งฝ่ายการเมือง-ฝ่ายทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง ออกมาขยับทันที เพื่อสืบสวนสอบสวนการก่อเหตุ รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำตามมา

ในส่วนของทหาร ทาง “พลโทนรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า”กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีการก่อเหตุที่ปั๊ม ปตท.ในปัตตานี 2 จุด ยะลา 4 จุด นราธิวาส 5 จุด จึงได้สั่งการให้ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ (ผบ.ฉก.) และผู้บัญชากองกำลัง (ผบ.กกล.) ในพื้นที่ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ปั๊ม ปตท.ที่เกิดเหตุ รวมถึงจุดตรวจ จุดสกัด ก็ให้ยกระดับความปลอดภัยในระดับสูงสุดเช่นกัน รวมทั้งกองร้อยป้องกันชายแดนทุกจุด ให้ปิดทางเข้า-ออกชายแดนทั้งหมด ยกเว้นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งเราได้จัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับทางศุลกากร ตม. ในการตรวจเข้มคนเข้า-ออกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการเลือกตั้งในวันนี้ และเหตุที่เกิดเมื่อคืน รวมถึงการเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ จะเป็นการข่มขู่พี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิหรือไม่ ซึ่งเรายังไม่ตัดประเด็น เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้เราก็ต้องคุยกับคณะพูดคุยฯ ใหม่ สิ่งที่เห็นพ้องต้องกันก่อนหน้านี้ระหว่างผู้ก่อความรุนแรงกับคณะพูดคุยฯ ในระดับเทคนิค คือ ทุกคนจะต้องยุติเหตุรุนแรง แต่ถ้าเกิดเหตุรุนแรงอย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องมาคุยกันใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร” แม่ทัพภาค 4 ระบุ

นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกประกาศใช้มาตรการเข้มจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสกัดการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.เป็นต้นไป กำหนดให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร เช่น เพิ่มมาตรการจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส-ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ภายในระหว่างระยะเวลา 21.00-05.00 น.เป็นต้น

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ 3 ชายจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด วางใจไม่ได้เด็ดขาด เพราะอาจมีการก่อเหตุขึ้นได้ทุกเมื่อ ท่ามกลางการหาเสียงในพื้นที่ซึ่งดำเนินไปอย่างเข้มข้น ดุเดือด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...