โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ญี่ปุ่น” เล็งเก็บภาษีกำไรคริปโทฯ แบบอัตราเดียว 20% จ่อปฏิรูปครั้งใหญ่ในปี 2569

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 10.09 น.

"ญี่ปุ่น" เดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีคริปโทฯ ครั้งสำคัญ เตรียมเก็บกำไรจากการเทรดในอัตราคงที่ 20% เทียบเท่าหุ้นและกองทุนรวม หวังกระตุ้นการซื้อขายในประเทศ ลดแรงจูงใจให้นักลงทุนไม่ขายเพราะภาษีหนัก

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นและพรรคร่วมรัฐบาลกำลังเดินหน้าแผนเก็บภาษีกำไรจากการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในอัตราเดียว 20% ไม่ว่ามูลค่ากำไรจะมากน้อยเพียงใด

การปรับกฎภาษีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้กฎเกณฑ์ภาษีของคริปโทฯ สอดคล้องกับตราสารทางการเงินอื่น เช่น หุ้น กองทุนรวม และผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภทต่าง ๆ โดยผู้กำหนดนโยบายเชื่อว่าการลดภาระภาษีจะช่วยกระตุ้นการซื้อขายภายในประเทศ

ตามโครงสร้างใหม่ รายได้จากคริปโทฯ จะถูกจัดเก็บภายใต้ระบบภาษีแยกเฉพาะ ซึ่งกำหนดให้รายได้บางประเภทถูกเก็บภาษีต่างจากรายได้อื่น ๆ อัตรา 20% ดังกล่าวแบ่งเป็น 15% ส่งเข้ารัฐบาลกลาง และ 5% สำหรับรัฐบาลท้องถิ่น มาตรการนี้คาดว่าจะถูกบรรจุในกรอบปฏิรูปภาษีปี 2569 ที่จะสรุปปลายปีนี้

ปัจจุบันรายได้จากการซื้อขายคริปโทฯ ถูกนับรวมกับเงินเดือนและรายได้จากธุรกิจ และจัดเก็บแบบขั้นบันไดตามรายได้ ซึ่งอัตราภาษีอาจสูงสุดถึง 55% ภาษีที่หนักทำให้นักลงทุนจำนวนมากเลือกไม่ขายสินทรัพย์ดิจิทัล แม้จะมีกำไรก็ตาม

ขณะเดียวกันหุ้นและกองทุนรวมถูกเก็บภาษีแยกที่อัตราคงที่ 20% อยู่แล้ว หากกฎภาษีของคริปโทฯ ถูกปรับให้เท่ากับสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ก็อาจดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น และช่วยเพิ่มรายได้ภาษีในภาพรวม ผู้กำหนดนโยบายบางส่วนหวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสินทรัพย์ดิจิทัล

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้มีการปรับภาษีคือ คริปโทฯ ในญี่ปุ่นได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลจากสมาคม JVCEA ระบุว่ามีบัญชีเทรดคริปโทฯ ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ประมาณ 8 ล้านบัญชี และมูลค่าซื้อขายแบบ Spot ในเดือนกันยายนแตะ 1.5 ล้านล้านเยน หรือราว 9.6 พันล้านดอลลาร์

สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) ยังมีแผนเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย Financial Instruments and Exchange Act ในสมัยประชุมสภาไดเอทปี 2569 เพื่อเพิ่มการกำกับดูแลตลาดคริปโทฯ มาตรการนี้รวมถึงการห้ามใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขาย (insider trading) และการบังคับให้ผู้ออกเหรียญดิจิทัลเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ของตน

การเปลี่ยนไปสู่ระบบภาษีแยกจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ต้องสร้างกรอบการคุ้มครองนักลงทุนให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นยังพบกรณีสินทรัพย์คริปโทฯ ถูกโจรกรรมอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างในปี 2567 บิตคอยน์มูลค่าราว 4.82 หมื่นล้านเยนถูกขโมยจากแพลตฟอร์ม DMM Bitcoin ทำให้ผู้กำหนดนโยบายมองว่าการยกระดับความปลอดภัยของแพลตฟอร์มเป็นเรื่องจำเป็น

หลังการปฏิรูปภาษี ญี่ปุ่นคาดว่าจะอนุญาตให้มีกองทุนรวมที่ลงทุนในคริปโทฯ เช่นเดียวกับต่างประเทศที่เริ่มนิยมมากขึ้นแล้ว โดย Bitcoin ETF ของ BlackRock ในสหรัฐปัจจุบันบริหารสินทรัพย์ประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...