“ทรัมป์” ลดภาษีอาหารกว่า 200 รายการ หลังผู้บริโภคสหรัฐโวยค่าของชำพุ่งสูง
ทำเนียบขาวประกาศถอยภาษีกว่า 200 รายการ หลังราคาเนื้อวัว–สเต๊ก–กล้วยพุ่งสองหลัก และกระแสไม่พอใจผู้เลือกตั้งเพิ่มขึ้นในหลายรัฐ ขณะที่เศรษฐกรเตือนภาษีนำเข้ายังคงเป็นแรงกระตุ้นต้นทุนในปีหน้า
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.13 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศลดภาษีนำเข้าครั้งใหญ่สำหรับสินค้าอาหารมากกว่า 200 รายการ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานอย่างกาแฟ เนื้อวัว กล้วย และน้ำส้มคั้น ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวอเมริกันเกี่ยวกับค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาของชำที่พุ่งสูงขึ้น
มาตรการยกเว้นภาษีฉบับใหม่ ซึ่งมีผลย้อนหลังตั้งแต่เที่ยงคืนวันพฤหัสบดี ถือเป็นการกลับลำอย่างชัดเจนของทรัมป์ ผู้ซึ่งยืนกรานมาตลอดว่า ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวางก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อ
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีต่อราคาสินค้า ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบิน Air Force One ว่า “บางกรณีก็อาจทำให้ราคาสูงขึ้น” แต่ยังยืนยันว่าโดยรวมแล้ว สหรัฐแทบไม่มีเงินเฟ้อเลย
ขณะที่พรรคเดโมแครตเพิ่งชนะการเลือกตั้งระดับรัฐและท้องถิ่นหลายพื้นที่ทั้งในเวอร์จิเนีย นิวเจอร์ซีย์ และนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งประเด็นค่าครองชีพและราคาอาหารที่สูงเป็นหัวข้อหลักที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจ
ทรัมป์ยังบอกกับผู้สื่อข่าวบนเครื่อง Air Force One ว่า เขาจะเดินหน้ามอบเงินช่วยเหลือ 2,000 ดอลลาร์ให้กับชาวอเมริกันรายได้ต่ำและปานกลางในปีหน้า โดยจะใช้รายได้จากภาษีที่เก็บได้เป็นทุนตั้งต้น
“ภาษีทำให้เราสามารถจ่ายเงินปันผลได้ถ้าเราต้องการ และตอนนี้เราจะทำทั้งจ่ายปันผลและลดหนี้ไปพร้อมกัน” เขากล่าว
เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลทรัมป์ยังประกาศกรอบข้อตกลงการค้าที่จะยกเลิกภาษีอาหารและสินค้านำเข้าบางรายการจากอาร์เจนตินา เอกวาดอร์ กัวเตมาลา และเอลซัลวาดอร์ โดยมีแผนทำข้อตกลงเพิ่มเติมให้ทันก่อนสิ้นปี
รายการสินค้าที่ถูกยกเว้นภาษีเมื่อวันศุกร์ ครอบคลุมสินค้าที่ผู้บริโภคอเมริกันซื้อประจำ เช่น ส้ม อาซาอี พริกปาปริกา โกโก้ สารเคมีที่ใช้ในการผลิตอาหาร ปุ๋ย ไปจนถึงแผ่นปังศีล
ทำเนียบขาวระบุในเอกสารประกอบคำสั่งว่าการยกเว้นภาษีนี้เกิดขึ้นหลังจากความคืบหน้าที่สำคัญในการทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีมีความเท่าเทียมมากขึ้น
ทรัมป์ยกเหตุผลว่าสินค้าอาหารบางชนิดไม่สามารถผลิตในสหรัฐได้ จึงสมควรได้รับการยกเว้น โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐได้บรรลุกรอบข้อตกลงการค้าแล้ว 9 ฉบับ ข้อตกลงทวิภาคีขั้นสุดท้าย 2 ฉบับ และข้อตกลงการลงทุนอีก 2 ฉบับ
ข้อมูลล่าสุดของเดือนกันยายนชี้ว่า ราคาเนื้อบดแพงขึ้นเกือบ 13% และราคาเนื้อสเต๊กเพิ่มขึ้นเกือบ 17% จากปีก่อน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี นับตั้งแต่ช่วงเงินเฟ้อสูงในสมัยประธานาธิบดีไบเดน แม้สหรัฐจะเป็นผู้ผลิตเนื้อวัวรายใหญ่ แต่ปริมาณโคที่ลดลงต่อเนื่องทำให้ราคาเนื้อยังสูง ราคากล้วยเพิ่มขึ้นราว 7% ขณะที่มะเขือเทศเพิ่มขึ้น 1% และราคาของชำโดยรวมเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนกันยายน
การยกเว้นภาษีได้รับเสียงชื่นชมจากหลายสมาคมในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่บางกลุ่มผิดหวังที่สินค้าของตนไม่ถูกบรรจุในรายการยกเว้น
เลสลี่ ซาราซิน ประธานสมาคมอุตสาหกรรมอาหาร FMI กล่าวว่า “มาตรการวันนี้จะช่วยผู้บริโภคที่หวังว่ากาแฟยามเช้าจะถูกลง รวมถึงผู้ผลิตสหรัฐฯ ที่พึ่งพาวัตถุดิบเหล่านี้ในสายการผลิต”
อย่างไรก็ตาม คริส สวองเกอร์ ประธานสมาคมสุรากลั่นแห่งสหรัฐ ระบุว่าการไม่ยกเว้นภาษีนำเข้าสุราจากสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรเป็นผลกระทบอีกครั้งต่ออุตสาหกรรมร้านอาหารและบาร์ของสหรัฐในช่วงฤดูกาลสำคัญปลายปี และย้ำว่าสก็อตช์ คอนญัก และวิสกี้ไอริช เป็นสินค้าที่สหรัฐไม่สามารถผลิตเองได้
เมื่อถูกถามว่าจะมีการปรับลดภาษีเพิ่มเติมหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า“ผมคิดว่าไม่จำเป็น” พร้อมเสริมว่า“เราลดภาษีลงเล็กน้อย ราคากาแฟค่อนข้างสูง ตอนนี้จะถูกลงเร็ว ๆ นี้”
ทั้งนี้ทรัมป์ได้เขย่าระบบการค้าทั่วโลกด้วยการเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% สำหรับทุกประเทศ และมีภาษีพิเศษเพิ่มเติมในแต่ละรัฐ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์เน้นย้ำเรื่องค่าครองชีพ โดยโทษว่านโยบายของไบเดนเป็นต้นเหตุของต้นทุนที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์หลายรายชี้ว่า ภาษีนำเข้าคือหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาของชำสูงขึ้น และมีแนวโน้มผลักดันราคาให้ขึ้นอีกในปีหน้า เมื่อบริษัทต่าง ๆ เริ่มส่งผ่านต้นทุนเต็มจำนวนไปยังผู้บริโภค
ริชาร์ด นีล สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังดับไฟที่ตัวเองเป็นคนก่อ แล้วอ้างว่าเป็นผลงาน รัฐบาลทรัมป์ยอมรับในที่สุดว่าสงครามการค้าของตัวเองเป็นตัวผลักดันค่าครองชีพ พร้อมระบุว่าตั้งแต่มีภาษี เงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้น และภาคการผลิตก็หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือน ๆ
อ้างอิง : reuters.com