โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท.คุมเข้มเงินทุนไหลเข้า–ธุรกรรมทองคำ หวังลดผันผวนบาท จับตาแข็งค่าต่อปี’69

The Better

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 03.10 น. • THE BETTER
ธปท.ออกมาตรการยกระดับตรวจสอบเงินตราต่างประเทศเข้าไทย ตั้งแต่ 29 ธ.ค. 68 พร้อมเตรียมแก้กฎคุมธุรกรรมทองคำ หลังพบการเทรดทองออนไลน์กดดันค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ คาดเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องในปี 2569

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงผลักหลักจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) ปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ราว 10% และดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล 2) กระแสเงินทุนไหลเข้า และ 3) การเข้าแทรกแซงค่าเงินของ ธปท. ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 อย่างไรก็ดี การแทรกแซงมีข้อจำกัดจากข้อตกลงกับสหรัฐในประเด็นการบิดเบือนค่าเงิน

สำหรับเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นและตราสารหนี้นั้น ธปท.ไม่พบสัญญาณการเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งไม่สามารถใช้มาตรการภาษีได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อภาพรวมตลาดการเงิน

ล่าสุด ผู้ว่าการ ธปท.ได้ลงนามออกประกาศเรื่องการรายงานธุรกรรมนำเงินตราต่างประเทศเข้าไทย เพื่อยกระดับการตรวจสอบเงินทุนไหลเข้า หลังพบการเคลื่อนย้ายเงินในปริมาณสูงจนทำให้ค่าเงินบาทผันผวน โดยกำหนดให้ธุรกรรมตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ต้องมีการตรวจสอบเอกสารแหล่งที่มา ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ธุรกรรมปกติ เช่น รายได้จากการทำงานต่างประเทศหรือการค้าขายที่มีเอกสารชัดเจน จะไม่ได้รับผลกระทบ

ประกาศดังกล่าวยังเข้มงวดเป็นพิเศษกับธุรกรรม 4 ประเภท ได้แก่ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย สินทรัพย์ดิจิทัล เงินทุนอื่นที่ไม่ใช่การลงทุนหรือการกู้ยืม และวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เกี่ยวกับการค้าและรายได้ โดยไม่สามารถใช้กระบวนการ Know Your Business (KYB) ได้ และต้องเรียกเอกสารประกอบอย่างละเอียด รวมถึงธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำและเงินสดสกุลต่างประเทศ

นายวิทัยกล่าวว่า จากเดิมที่ ธปท.ให้ความสำคัญกับเงินทุนไหลออกเป็นหลัก นับตั้งแต่วิกฤตปี 2540 แต่ในบริบทปัจจุบันที่เงินบาทแข็งค่าจากเงินทุนไหลเข้า จึงจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับฝั่งขาเข้ามากขึ้น

ขณะเดียวกัน ธปท.พบว่า ธุรกรรมซื้อขายทองคำ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าเงินบาท เนื่องจากร้านทองต้องนำทองไปขายในตลาดโลกเพื่อปิดความเสี่ยง และนำเงินดอลลาร์ที่ได้กลับมาแลกเป็นเงินบาท ส่งผลให้เกิดแรงขายดอลลาร์จำนวนมาก โดยธุรกรรมทองคำออนไลน์มีสัดส่วนสูงถึง 40-60% ของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนในบางช่วง

ธปท.จึงเตรียมขออำนาจกระทรวงการคลังในการแก้ไขประกาศ เพื่อให้สามารถเข้าตรวจสอบและกำกับดูแลธุรกรรมทองคำได้มากขึ้น คาดว่าจะออกประกาศภายในกลางเดือนมกราคม 2569 โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบผู้ค้ารายย่อยหรือร้านทองทั่วไป แต่จะมุ่งดูแลผู้ประกอบการที่มีการซื้อขายถี่และปริมาณสูง

ด้านนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ระบุว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2569 ยังมีทิศทางแข็งค่า จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐตามวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่กระแสเงินทุนในภาคการเงิน โดยเฉพาะทองคำ ยังคงมีอิทธิพลสูงต่อค่าเงินบาท

ทั้งนี้ ธปท.มองว่าธุรกรรมทองคำไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจมากนัก แต่กลับส่งผลกระทบต่อค่าเงินและภาคธุรกิจอื่น จึงมีความจำเป็นต้องเข้าไปกำกับดูแล เพื่อลดความผันผวนและให้ค่าเงินบาทสะท้อนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ขณะที่ ttb analytics ประเมินว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ แต่การแข็งค่าอาจจำกัดเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาค เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังไม่เอื้ออำนวยมากนัก พร้อมแนะนำผู้ประกอบการและนักลงทุนติดตามความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด และใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...