โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยอดดับไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตสวิสพุ่ง 40 เจ็บ 115 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อต้นเหตุจาก ‘แฟลชโอเวอร์’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
AP

ยอดดับไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตสวิสพุ่ง 40 เจ็บ 115 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อต้นเหตุจาก ‘แฟลชโอเวอร์’

เจ้าหน้าที่ตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 ราย หลังเกิดเหตุไฟไหม้ลุกลามรุนแรงที่บาร์แห่งหนึ่งในสกีรีสอร์ตดังที่ทางตอนใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 115 คน ซึ่งหลายคนมีอาการสาหัส

เหตุไฟไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 1 มกราคม ระหว่างผู้คนกำลังเฉลิมฉลองปีใหม่ในบาร์ชื่อ เลอ กงสเตลลาซียง ที่เมืองคร็องส์-มงตานา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่วัยรุ่น

เฟรเดอริก กิสเลอร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูมิภาค กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 คน และบาดเจ็บ 115 คน ส่วนใหญ่บาดเจ็บสาหัส แต่ยังเร็วเกินไปที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ อย่างไรก็ดี ทางการอิตาลีระบุว่าชาวอิตาลี 6 คนยังคงหายสาบสูญ และ 13 คนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

กิสเลอร์กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบจากหลายประเทศ สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าคือการระบุตัวตนของผู้เสียชีวิต เพื่อให้สามารถส่งร่างกลับคืนสู่ครอบครัวของพวกเขาได้โดยเร็ว

หญิงสาวชาวฝรั่งเศสสองคนซึ่งกล่าวว่าพวกเธออยู่ในบาร์แห่งนั้น บอกกับสถานีโทรทัศน์ BFM ของฝรั่งเศสว่า พวกเธอเห็นไฟเริ่มลุกไหม้ในส่วนชั้นใต้ดินของคลับ หลังจากที่ขวดบรรจุ “เทียนวันเกิด” ถูกยกขึ้นใกล้กับเพดานไม้มากเกินไป

“ไฟลามไปทั่วเพดานอย่างรวดเร็วมาก” หนึ่งในสองหญิงสาวที่ระบุชื่อตัวเองว่าเอ็มมาและอัลเบน บอกกับ BFM TV ทั้งคู่กล่าวว่าพวกเธอสามารถปีนบันไดแคบๆ ลงไปที่ชั้นล่างและหนีออกจากอาคารได้ ไม่กี่นาทีต่อมา ไฟก็ลามไปถึงชั้นล่างด้วย

BFM ได้เผยภาพวิดีโอที่พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งกำลังถือขวดแชมเปญที่มี “เทียนน้ำพุ” ที่จุดไฟแล้วเดินอยู่ในบาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ บาร์ในเมืองคร็องส์-มงตานา ศูนย์สกีทันสมัยซึ่งมีร้านบูติก โรงแรมหรู และร้านอาหารมากมาย แต่ภาพวิดีโอไม่ได้แสดงให้เห็นถึงตอนที่ไฟเริ่มลุกไหม้

เบอาตริซ ปียูด์ อัยการสูงสุด กล่าวว่า กำลังมีการสอบสวนเพื่อระบุสถานการณ์และสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลดนี้ ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำพยานหลายรายแล้ว และมีการเก็บโทรศัพท์มือถือเพื่อนำไปวิเคราะห์ด้วย แม้เจ้าหน้าที่จะยังไม่ยืนยันสาเหตุของไฟไหม้ได้ แต่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่ามันไม่ใช่การก่อเหตุโจมตี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวลือว่า ขวดแชมเปญที่มีพลุไฟประดับอยู่อาจเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ และบันไดในอาคารแคบมากไปหรือไม่ ปียูด์ตอบว่า ยังไม่สามารถยืนยันสิ่งใดได้ในระหว่างที่การสอบสวนยังดำเนินอยู่ บันไดดูเหมือนจะแคบจริง แต่การสอบสวนจะต้องประเมินว่าตรงตามข้อกำหนดหรือไม่

“มีสมมติฐานหลายประการเกี่ยวกับสาเหตุของไฟไหม้ โดยทฤษฎีที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือเกิดไฟไหม้เป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดการลุกไหม้ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง แต่ไม่ใช่การระเบิด” ปียูด์กล่าว และย้ำว่า ไม่มีข้อสงสัยใดเลยว่ามันเกี่ยวกับการโจมตี

นางปียูด์กล่าวว่า การดำเนินการเพื่อระบุตัวตนผู้เสียชีวิตและส่งศพกลับคืนให้ครอบครัวให้ได้เร็วที่สุดยังคงดำเนินอยู่ การดำเนินการเช่นนั้นจำเป็นต้องมีการทำงานอย่างมาก และการทำงานในระดับนี้จำเป็นที่ทำให้ต้องมีการปิดพื้นที่ในเขตดังกล่าว

ทางการส่งเฮลิคอปเตอร์ 13 ลำ รถพยาบาล 42 คัน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย 150 นาย เข้าพื้นที่ตลอดทั้งคืนไปยังจุดเกิดเหตุในรัฐวาเลส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

มาติอัส เรย์นาร์ ผู้ว่าการภูมิภาค กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้อย่างรุนแรง และมีผู้ป่วย 60 คนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเมืองซีองในรัฐวาเลส์ โดยจำนวนไม่น้อยมีอาการวิกฤต

เรย์นาร์ระบุว่า หน่วยดูแลผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยเต็มความสามารถแล้ว และขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น เรารับรู้ด้วยความเจ็บปวดใจว่าการระบุตัวผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้บาดเจ็บ อาจยังต้องใช้เวลานานอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ผู้บาดเจ็บบางส่วนถูกส่งไปรักษายังโรงพยาบาลในเมืองอื่นของสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงโลซานน์และซูริก ซึ่งมีหน่วยรักษาผู้ป่วยไฟไหม้เฉพาะทาง ทั้งนี้ โฆษกโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโลซานน์ระบุว่า กำลังดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บจากไฟไหม้ 22 คน ขณะที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซูริกระบุว่ากำลังรักษาผู้ป่วยจากไฟไหม้ 12 คน

ผู้ป่วยบางรายถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเจนีวา ซึ่งกำลังรักษาอาการบาดเจ็บจากไฟไหม้ระดับรุนแรง หรือผู้ป่วยระดับ 3 โดยผู้ป่วยเหล่านี้มีอายุน้อยมากคือระหว่าง 15-25 ปี

นายแพทย์โรแบร์ ลาริโบ กล่าวกับรายการ World Tonight ของบีบีซีว่า ไฟลุกไหม้รุนแรงมากจนการบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นภายในร่างกาย เนื่องจากผู้คนสูดควันพิษเข้าไปในปอด

ด้านริชาร์ด แฮ็กเกอร์ ประธานสมาคมนักสืบสวนเหตุเพลิงไหม้ของอังกฤษ อธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “แฟลชโอเวอร์” ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ไฟไหม้ครั้งนี้รุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากว่า มันเริ่มจากไฟไหม้ เปลวไฟและความร้อนจะแผ่ขึ้นไปถึงระดับเพดานและกระจายตัวออกไป จากนั้นรังสีความร้อนจะแผ่ลงมายังวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์หรือโต๊ะ ทำให้อุณหภูมิสูงจนวัสดุเหล่านั้นเริ่มสลายตัวและปล่อยก๊าซที่ติดไฟได้ง่ายออกมา

“ก๊าซเหล่านั้นจะติดไฟอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทั้งห้องกลายเป็นทะเลเพลิงภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที” แฮกเกอร์อธิบายถึงปรากฏการณ์แฟลชโอเวอร์

กระทรวงต่างประเทศอิตาลีแจ้งว่า ปัจจุบันมีชาวอิตาลี 16 คนยังสูญหาย และมีอีกราว 12-15 คน ที่กำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่กระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า พลเมืองฝรั่งเศส 8 คนยังสูญหาย และไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่ว่าชาวฝรั่งเศสจะอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต ด้านสื่อฝรั่งเศสรายงานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คนเป็นชาวฝรั่งเศส

กุยโด แบร์โตลาซโซ ผู้บริหารภูมิภาคของอิตาลี กล่าวว่า ชาวอิตาลี 3 คนกำลังถูกย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลนีกวาร์ดาในเมืองมิลาน ซึ่งมีศูนย์รักษาผู้ป่วยไฟไหม้ขนาดใหญ่ โดยผู้ป่วยเหล่านี้มีบาดแผลจากไฟไหม้ประมาณ 30-40% ของร่างกาย และยังต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แต่การที่สามารถเคลื่อนย้ายพวกเขาได้ ก็ยังถือเป็นสัญญาณที่ดี

จาน โลเรนโซ กอร์นาโด เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า กระบวนการระบุตัวผู้เสียชีวิตจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่แน่ชัด รวมถึงสัญชาติของพวกเขา แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า มีผู้เกี่ยวข้องจากหลายสัญชาติ ในการแถลงข่าวเมื่อเย็นวันที่ 1 มกราคม เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่ามีคนอยู่ในบาร์จำนวนเท่าใดในขณะที่เกิดไฟไหม้ อย่างไรก็ดี ทางการสวิตเซอร์แลนด์ได้เปิดสายด่วนสำหรับครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบ หมายเลข +41 848 112 117

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยอดดับไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตสวิสพุ่ง 40 เจ็บ 115 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อต้นเหตุจาก ‘แฟลชโอเวอร์’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...