วีไอตั้งสติปีม้าท้าทายสูตรเลือกหุ้นต้องรอด
#วีไอ #ทันหุ้น– 2 เซียน VI “ดร.นิเวศน์-โจลูกอีสาน” ประสานเสียงหุ้นปี 2569 เผชิญความท้าทายภายใน–ภายนอกประเทศ รวมถึงความเสี่ยงฟองสบู่จากตลาดโลก “โจ” เปิดสูตรเลือกหุ้นปันผล+เติบโต ที่กำไรมั่นคง ด้าน “ดร.นิเวศน์” เน้นกระจายลงทุนหลายตลาด ถือเงินสดเพื่อรอจังหวะ
นายอนุรักษ์ บุญแสวง หรือ โจ ลูกอีสาน นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ในปี 2569 ตลาดทุนยังอยู่ในบรรยากาศการลงทุนที่ท้าทาย จากปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ, สถานการณ์รัฐภูมิศาสตร์, ความผันผวนของค่าเงิน ส่งผลให้หลายสถาบันประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ขยายตัวในอัตรา 1.5 – 1.6% ชะลอตัวลงจากปี 2568 ที่ประเมินว่าจะขยายตัวในอัตรา 2 – 2.2%
แม้จะมีปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้ง แต่ยังคงต้องติดตามการดำเนินงานว่าสามารถทำตามนโยบายที่ประกาศไว้ได้มาก – น้อยแค่ไหน และใช้ระยะเวลาเท่าใด ดังนั้นนักลงทุนจึงควรบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของตนเอง กระจายความเสี่ยงการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม เน้นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูง, มีศักยภาพการเติบโตของรายได้ – กำไร
@ สูตรเลือกหุ้น
โดยปัจจุบัน โจ ลูกอีสาน เน้นกระจายความเสี่ยงเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก หุ้นกลุ่มเดินเรือ หุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 5 – 8% ในหลายหลายอุตสาหกรรม
“นักลงทุน ไม่ควรคาดหวังกับปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง กลยุทธ์ที่ควรทำคือ เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว (Bottom-up) เกณฑ์การคัดเลือกหุ้น “ปันผลบวกเติบโต” ส่วนตัวตั้งเป้าหมายที่ 5% ขึ้นไปจึงจะมีความน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีการเติบโต (Growth) ร่วมด้วย ระดับปันผลที่ 3% ก็ถือว่าอนุโลมได้ ในพอร์ตปัจจุบันลงทุนกระจายทั้งหุ้นขนาดกลางและเล็กบางตัวที่ที่ให้ปันผลสูงถึง 8-9% และมีความยั่งยืน ซึ่งน่าสนใจในการสะสม”
@ ระวังภาวะฟองสบู่
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุน VI ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง, หนี้ภาคครัวเรือนที่ยังทรงตัวสูง ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์รัฐภูมิศาสตร์, สงครามการค้า รวมถึงความเสี่ยงหากเกิด “ภาวะฟองสบู่แตก” ในตลาดหุ้นโลก ซึ่งจะลามมาถึงตลาดหุ้นไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ปี 2569 การคาดการณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ มีแนวโน้มที่แย่ลง แม้จะมีการลดอัตราดอกเบี้ย แต่เนื่องจากเดิมอัตราดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงมากนัก การลดดอกเบี้ยจึงอาจจะไม่ส่งผลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากเท่าที่ควร รวมถึงตลอดปี 2568 ที่ผ่านมาค่าเงินก็เคลื่อนไหวผันผวน เงินบาทแข็งค่า ราคาทองคำก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้นบางกลุ่มหรือบางตัวที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งถือเป็นจุดที่ต้องระมัดระวัง”
กลยุทธ์การลงทุน ดร.นิเวศน์ แบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ส่วน 1.ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง 2.ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม และ 3.ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ทั่วโลก พร้อมแนะนำนักลงทุนเน้นถือเงินสด รอจัวหวะเข้าลงทุน โดยเฉพาะกลยุทธ์การรับมือสำหรับนักลงทุนในไทย เน้นหุ้นปันผล (Dividend Stocks)ที่มีความมั่นคงของกำไร (Earning) และสามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ โดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของราคาหุ้นมากนัก และควรกระจายความเสี่ยงลงทุนในกระจายไปในหลายกลุ่มธุรกิจที่มีความมั่นคง ไม่ควรเลือกลงทุนเพียงอุตสาหกรรมเดียว
“ปัจจุบันก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายการลงทุน ยังคงเน้นสะสมกระแสเงินสดสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก เพื่อรอจังหวะการเข้าซื้อที่เหมาะสม การลงทุนในไทยจึงต้องเปลี่ยนโหมดจากการเน้น “กำไรจากส่วนต่างราคา” (Capital Gain) มาเป็นการ “ลงทุนเพื่อรับปันผล” ในบริษัทที่แข็งแกร่งและมั่นคง”