“GDP เวียดนาม” โตแรงเกินคาด 8.46% ใน Q4/68 สูงสุดรอบ 10 ปี แม้เจอภาษีทรัมป์
"GDP เวียดนาม" โตแรงเกินคาด 8.46% ใน Q4/68 สูงสุดรอบ 10 ปี จากแรงหนุนภาคการผลิต การลงทุน และการส่งออก แม้เจอภาษีทรัมป์
วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 15.34 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวเร็วกว่าที่คาดในไตรมาส 4 ของปี 2568 จากแรงหนุนของภาคการผลิต การลงทุน และการค้า แม้จะเผชิญมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เวียดนามขยายตัว 8.46% ในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามข้อมูลที่สำนักงานสถิติแห่งชาติในกรุงฮานอยเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าการคาดการณ์ทั้งหมดในผลสำรวจของบลูมเบิร์ก ซึ่งมีค่ากลางอยู่ที่ 7.7% โดยสำนักงานสถิติระบุในแถลงการณ์ว่านี่เป็นอัตราการเติบโตของไตรมาส 4 ที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 ขณะที่การเติบโตตลอดทั้งปีอยู่ที่ 8.02% ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ 8.3%–8.5% สำหรับปี 2568
โดยเวียดนามยังคงรักษาสถานะเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยแรงหนุนจากการปล่อยสินเชื่อเชิงรุก นโยบายรัฐที่เอื้ออำนวย ค่าเงินดองที่อ่อนค่าลง รวมถึงการท่องเที่ยวที่พุ่งขึ้น ช่วยให้ประเทศรับมือกับการจัดเก็บภาษีนำเข้า 20% ของสหรัฐได้
ทั้งนี้เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านการส่งออกตลอดทั้งสองสมัยของทรัมป์ และกลายเป็นเป้าหมายของข้อกล่าวหาว่าเป็นประเทศคู่ค้าที่เอาเปรียบสหรัฐ ภาคการผลิตและการส่งออกไปยังสหรัฐของเวียดนามพุ่งขึ้น หลังทรัมป์เริ่มใช้มาตรการจำกัดการค้ากับซัพพลายเออร์จีน และบริษัทต่าง ๆ ย้ายฐานการผลิตมาเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
การส่งออกในเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเกือบ 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ภาคการผลิตซึ่งเติบโตมากกว่า 10% ในไตรมาส 4 เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติ อย่างไรก็ดีความพยายามเร่งการเติบโตของเวียดนามก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย
ธนาคารพาณิชย์กำลังเผชิญภาวะสภาพคล่องตึงตัว หลังการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 17.9% ในปีที่ผ่านมา สูงกว่าการเติบโตของเงินฝากที่เพิ่มขึ้นเพียง 14% ธนาคารกลางระบุเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยหน่วยงานกำกับดูแลได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการทำธุรกรรมสวอปเงินดอลลาร์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ระบบธนาคาร
ในเดือนพฤศจิกายน ฟิทช์ เรทติ้งส์ เตือนว่าการขยายตัวของสินเชื่อในภาคธนาคารเวียดนามที่รวดเร็ว กำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยชี้ว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อสูงกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
อ้างอิง : bloomberg.com