โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทบ. ชี้เขมรกักกันคนไทย อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม ห้ามส่งออกน้ำมันผ่านช่องเม็ก วันนี้ทหารกกล.บูรพาเจ็บ 2 นาย

The Better

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 00.14 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 13.51 น. • THE BETTER
ทบ. ชี้พฤติการณ์ “กัมพูชา” กักกัน “คนไทย” หลายพันคน ที่ “ด่านปอยเปต”  อาจเข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม”  ละเมิด “อนุสัญญาเจนีวา”  ห้ามส่งออกน้ำมัน-ยุทธภัณฑ์ผ่านด่านช่องเม็ก

จากกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาแสดงพฤติการณ์อย่างชัดเจนในการขัดขวางการเดินทางกลับประเทศไทยของประชาชนชาวไทยจำนวนหลายพันคน ณ ด่านปอยเปตนั้น พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการควบคุมตัวพลเรือนโดยมิชอบ หรือมีลักษณะใกล้เคียงกับการจับตัวพลเรือนไปเป็นตัวประกัน อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจในระดับนานาชาติว่าเป็นการกักกันตัวโดยผิดกฎหมาย และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสิทธิและเสรีภาพในการเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาของตนเอง

พลตรี วินธัย ระบุว่า นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ อนุสัญญาเจนีวา ว่าด้วยการคุ้มครองพลเรือนในเวลาการรบหรือการสงคราม ลงวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1949 รวมถึงพิธีสารเพิ่มเติมของอนุสัญญาเจนีวา และพิธีสารที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากการขัดกันด้วยอาวุธระหว่างประเทศ ค.ศ. 1977

“ทั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักกันตัวพลเรือนโดยมิชอบดังกล่าว อาจมีความผิดเข้าข่ายเป็นอาชญากรสงคราม ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากกัมพูชาเป็นภาคีของอนุสัญญาเจนีวาและพิธีสารเพิ่มเติมดังกล่าว จึงมีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนชาวไทยจำนวนหลายพันคน ณ ด่านปอยเปต สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้โดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนสากล” พลตรี วินธัย ระบุ

"ฮุนเซน" ไม่ยอมรับจับคนไทยเป็นตัวประกัน อ้างชงห้ามออกนอกประเทศเพื่อความปลอดภัย

เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และรักษาการประมุขแห่งรัฐ โพสต์ข้อความแปลเป็นภาษาไทยระบุว่า "เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) ผมได้ส่งข้อความไปยังรัฐบาลเพื่อเสนอแนะให้ระงับการเดินทางของชาวกัมพูชาและชาวไทยข้ามพรมแดนทางบก เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองชาติ อาจมีความสับสนหรือการยั่วยุจากอีกฝ่ายที่คิดว่าเราจะไม่ยอมให้ชาวไทยกลับประเทศ

ผมขอชี้แจงว่า การระงับควรเป็นเฉพาะทางบกเท่านั้น เพราะการสู้รบและการรุกรานเกิดขึ้นตลอดแนวพรมแดนทางบกและทางทะเลบางส่วน สำหรับการเดินทางทางอากาศ ยังคงสามารถเดินทางได้ตามปกติ เพราะไม่มีการสู้รบที่สนามบิน

ดังนั้น ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชาสามารถเดินทางออกจากกัมพูชาทางอากาศได้ที่พนมเปญหรือเสียมเรียบ ชาวไทยที่ทำงานใกล้ชายแดนเวียดนามสามารถเดินทางผ่านเวียดนามและหาทางเดินทางกลับประเทศไทยได้ ชาวกัมพูชาที่ต้องการกลับมากัมพูชาก็ต้องกลับกัมพูชาทางอากาศไปยังสถานที่ที่มีเที่ยวบินกลับกัมพูชา

ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า เราไม่ได้ห้ามการเดินทางของชาวกัมพูชาหรือชาวไทย สิ่งที่เราขอให้ระงับคือการเดินทางทางบก ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้คน โปรดทบทวนข้อความของผมเมื่อวานนี้ด้วย! และโปรดอย่าใช้เจตนาดีของผมในการปกป้องชีวิตของทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทยมาโจมตีผมแบบนี้"

ทั้งนี้เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) นายฮุน เซน เสนอให้รัฐบาลกัมพูชาระงับการเดินทางออกนอกประเทศของชาวไทย และการกลับประเทศของชาวกัมพูชา ระหว่างที่ชาวไทยประมาณ 7,000-8,000 คน มีความประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่ทางการกัมพูชายังคงกักตัวไว้ที่ด่านปอยเปต จังหวัดบันเตียนเมียนเจย ไม่ให้ออกนอกประเทศ ขณะที่ทางการไทยส่งชาวกัมพูชากลับประเทศผ่านด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปแล้วมากกว่า 7,000 คน

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาชี้แจงถ้อยแถลงของนายฮุน เซน ในตอนหนึ่งระบุว่า พลเรือนไม่ใช่คู่ขัดแย้งตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ถือเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ (Non-combatants) และต้องไม่ถูกปฎิบัติราวกับเป็นคู่ขัดแย้ง การกระทำใดๆ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมที่เป็นการจำกัดเสรีภาพการเดินทางของพลเรือน บังคับให้พลเรือนต้องพำนักอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้ง หรือใช้พลเรือนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ขัดต่อหลักการพื้นฐานของอนุสัญญาเจนีวา
ทภ.2 แจ้งสายข่าวพบ เตรียมส่งออกน้ำมัน จุดผ่านแดนถาวรช่องเม็กผิดปกติ

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำเวลา 18.00 น. ระบุว่า สถานการณ์ ในวันนี้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นมา มีเหตุการณ์ที่สำคัญดังนี้

พื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีฝ่ายเราด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ค., ปืนใหญ่ และ จรวด BM-21 ฝ่ายเรา ใช้โดรนทำการปฏิบัติต่อที่หมายตามแผน จำนวน 3 จุด ที่หมายถูกทำลาย 80 %

พื้นที่พระวิหาร – ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชามีการใช้อาวุธยิงสนับสนุนในพื้นที่ ทั้ง ค., ปืนใหญ่ และ จรวด BM-21 และพื้นที่ประตูเหล็กมีการปะทะด้วยปืนเล็กอย่างหนาแน่นต่อเนื่อง ปืนใหญ่ฝ่ายเราดำเนินการยิงสนับสนุนในพื้นที่

พื้นที่ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีฝ่ายเรา ด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ค., ปืนใหญ่ และ จรวด BM-21 อย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน ฝ่ายเราทำการตรึงตลอดแนวการวางกำลัง และตอบโต้ตามเหตุการณ์

พื้นที่ช่องจอม – ช่องระยี – ปลดต่าง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาโจมตีฝ่ายเราด้วยอาวุธปืนเล็ก และ ค. ในพื้นที่ เป็นห้วงๆ และมีการเพิ่มเติมกำลังประมาณ 300 นาย จากนอกพื้นที่ ฝ่ายเราใช้อาวุธยิงสนับสนุน ค. ยิงต่อที่หมายพื้นที่โอสเม็ด

พื้นที่ปราสาทตาควาย – เนิน 350 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ค. และ จรวด BM-21 และยังปรากฎการใช้อากาศยานไร้คนขับทั้งแบบทิ้งระเบิด และ FPV ฝ่ายเราปฏิบัติการเข้าตี ยึดครองภูมิประเทศสำคัญ

พื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตี ด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง, ค., ปืนใหญ่, จรวด BM-21 และปรากฏการใช้อากาศยานไร้คนขับบินตรวจการณ์ในพื้นที่ ฝ่ายเราทำการตรึงตลอดพื้นที่การวางกำลัง และตอบโต้ตามเหตุการณ์

พื้นที่สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธปืนเล็ก และ ค. ในพื้นที่ เป็นห้วงๆ ฝ่ายเราทำการตรึงกำลังฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ ตลอดแนวการวางกำลัง

เรื่องสำคัญอื่นๆ ปรากฏข่าวสารมีการเตรียมส่งออกน้ำมัน ในพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก มากผิดปกติ เมื่อเทียบกับห้วงเวลาที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 จึงแจ้งให้ กองอำนวยการรักษาภายในจังหวัดอุบลราชธานี ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และขออภัยในความไม่สะดวก พร้อมกันนี้จึงขอให้พี่น้องประชาชนช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นว่ามีสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งได้ในช่องทางสายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หมายเลข 1374

ตามที่ปรากฎภาพคล้ายระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้รถถังสมัยใหม่ ในห้วงที่มีการปฏิบัติการทางทหารเพื่อควบคุมพื้นที่ช่องอานม้า ตามสื่อสังคมออนไลน์ ปัจจุบันการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ สำหรับยุทโธปกรณ์ดังกล่าว ได้ถูกเก็บไว้ รอการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
กกล.บูรพา สรุปสถานการณ์ปะทะเดือดวันที่ 7 ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน เวลา 18.00 น. ระบุว่า กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เป็นวันที่ 7 โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ดำเนินกลยุทธ์เข้ายึดครองพื้นที่ โดยใช้อาวุธยิงสนับสนุนควบคุมพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่โล่งแจ้ง โดยฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการยิง BM-21,ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง ยึดครองพื้นที่ตามแนวอ้างสิทธิ์ และใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อป้องกันการเพิ่มเติมกำลังของฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชายังคงต่อต้านด้วยการยิง BM-21,ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง ดำเนินกลยุทธ์เข้ายึดครองพื้นที่ โดยใช้อาวุธยิงสนับสนุนควบคุมพื้นที่ โดยฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการยิง BM-21,ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการทางทหารต่อฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นเป้าหมายทางทหารซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของทหารและประชาชน โดยสรุปความเสียหายของฝ่ายกัมพูชาที่พิสูจน์ทราบได้ ตั้งแต่ 8 ธ.ค.68 – ปัจจุบัน ได้แก่ บก.ควบคุม 1 แห่ง, จุดตรวจการณ์/ฐานทหาร 11 แห่ง, บ่อนคาสิโน 1 แห่ง, บังเกอร์ 6 แห่ง, ที่ตั้งยุทโธปกรณ์ 1 แห่ง, ที่ตั้งยิงเครื่องยิงลูกระเบิด 4 แห่ง, พื้นที่ส่งกำลัง/ที่รวมพล 2 แห่ง, คลังกระสุน 2 แห่ง, ยานเกราะ 3 คัน, โดรนตรวจการณ์ 4 ลำ, เสาสัญญาณสื่อสาร 4 ต้น และคาดว่าทหารกัมพูชาเสียชีวิตประมาณ 300 นาย

สำหรับการเตรียมการรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา กลับเข้าสู่ประเทศ ณ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศนั้น ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชายังคงปฏิเสธการปล่อยตัวคนไทยกลับประเทศ เป็นวันที่ 4

ในส่วนกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยวันนี้มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เพิ่มเติมจำนวน 2 นาย สรุปยอดกำลังพลได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตั้งแต่ 8 ธ.ค.68 – ปัจจุบัน บาดเจ็บ 50 นาย และเสียชีวิต 3 นาย ประชาชนในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ใน 4 อำเภอ ทางจังหวัดสระแก้วร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 พื้นที่ จำนวน 44 ศูนย์ รวม 21,883 คน กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่าจะยืนหยัดปฏิบัติตามภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ การปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินการภายใต้กฎการปะทะและสิทธิในการป้องกันตนเองจนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จะยุติเพื่ออธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...