“วิกฤติผิดนัดชำระเงิน” เขย่าธนาคารเงาจีน สัญญาณกดดันอสังหาริมทรัพย์ทวีคูณ
กรณีผิดนัดไถ่ถอนผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งค่าสูงกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ในมณฑลเจ้อเจียง จุดชนวนความกังวลรอบใหม่ต่อระบบการเงินเงาของจีน ท่ามกลางภาวะซบเซายืดเยื้อในตลาดอสังหาฯ
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 08.45 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า วิกฤตการไถ่ถอนเงินมูลค่าราว 3,000 ล้านดอลลาร์ในภาคตะวันออกของจีน กำลังจุดกระแสความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเงินเงา (shadow banking) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างหลวม ๆ ท่ามกลางความเสี่ยงที่ภาวะซบเซายืดเยื้อของภาคอสังหาริมทรัพย์จะลุกลามเข้าสู่ระบบการเงินในวงกว้าง
นักลงทุนที่ถือผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง (wealth management products) มูลค่ารวมราว 20,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจำหน่ายผ่านบริษัท Zhejiang Zhejin Asset Operation Co. ที่มีสำนักงานในเมืองหางโจว ไม่ได้รับชำระเงินตามกำหนดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าว โดยเอกสารที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กตรวจสอบพบว่า สินทรัพย์อ้างอิงของผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นสิทธิเรียกร้องหนี้ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Sunriver Holding Group Co.
ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ลุกลามไปยังนักลงทุนหลายพันราย ซึ่งจำนวนมากเป็นข้าราชการและพนักงานของรัฐวิสาหกิจ แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุ โดยขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นประเด็นละเอียดอ่อน การแห่ถอนเงินของนักลงทุนในเวลาต่อมาทำให้แรงกดดันด้านสภาพคล่องของแพลตฟอร์มเพิ่มสูงขึ้น จนต้องตัดสินใจระงับการไถ่ถอนเงินในที่สุด
เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการเงินเงาที่ขาดความโปร่งใสของจีน ได้เปิดช่องให้วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบลุกลามไปยังภาคส่วนอื่นของเศรษฐกิจ และสร้างความเสียหายต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก วิกฤตดังกล่าวกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว หลัง China Vanke Co. อดีตผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดด้วยการขอเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้
กรณีนี้ยังตอกย้ำถึงความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในเครือข่ายการเงินเงาขนาดใหญ่ของจีน ซึ่งแตกต่างจากสถาบันการเงินดั้งเดิมที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านเงินกองทุนและเงินสำรองความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ตัวกลางทางการเงินนอกระบบธนาคารเหล่านี้ดำเนินกิจการภายใต้ข้อจำกัดที่น้อยกว่า ทำให้เมื่อเกิดปัญหา มีความเสี่ยงสูงที่ผลกระทบจะลุกลามไปยังภาคส่วนอื่นของเศรษฐกิจ
แหล่งข่าวระบุว่านักลงทุนจำนวนมากตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์จากแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า Zhejiang Financial Assets Exchange เนื่องจากมั่นใจจากการที่แพลตฟอร์มมีหน่วยงานที่รัฐสนับสนุนถือหุ้นอยู่บางส่วน อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นบริษัทที่เอกชนถือหุ้นใหญ่ นักลงทุนบางส่วนไม่ตระหนักว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวได้กลายเป็นช่องทางระดมทุนหลักให้กับ Sunriver ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจท่องเที่ยว
ทางการท้องถิ่นได้เพิกถอนคุณสมบัติของแพลตฟอร์มดังกล่าวในการให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่แล้ว
เอกสารที่บลูมเบิร์กตรวจสอบระบุว่า ผลิตภัณฑ์ทางการเงินส่วนใหญ่ในกรณีของเจ้อเจียง ถูกออกโดยบริษัทในเครือของ Sunriver โดยก่อนหน้านี้ Sunriver พึ่งพาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นแหล่งรายได้ระยะสั้นหลัก แต่ประสบกับปัญหาสภาพคล่องชั่วคราว หลังยอดขายชะลอตัว ผู้บริหารของบริษัทให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น พร้อมระบุว่า กลุ่ม Sunriver มีสินทรัพย์รวมราว 60,000 ล้านหยวน และมีหนี้สินประมาณ 40,000 ล้านหยวน
ปัญหาการไถ่ถอนเงินดังกล่าวได้รับการรายงานก่อนหน้านี้โดยสื่อท้องถิ่น เช่น Caixin และ Yicai ในช่วงราวหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทในเครือของ Sunriver อย่างน้อย 10 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้ผิดนัดชำระตั๋วเงินการค้า ตามประกาศของ Shanghai Commercial Paper Exchange Corp.
หน่วยงานกำกับดูแลของจีนรับรู้ถึงความเสี่ยงจากระบบการเงินเงามาโดยตลอด และได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2561 ทางการได้สั่งห้ามกองทุนรวมที่ไม่มีมาตรฐาน และจำกัด “ธุรกิจช่องทาง” (channel business) ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่สถาบันการเงินช่วยธนาคารพาณิชย์โยกย้ายสินทรัพย์ออกจากงบดุล
นอกจากนี้ทางการยังออกคำแนะนำผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ (window guidance) ไปยังบริษัททรัสต์และตลาดซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน สั่งให้จำกัดการปล่อยเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และกำหนดให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือทางเครดิตของผู้พัฒนาโครงการอย่างเข้มงวด
มาตรการเหล่านี้ส่งผลในช่วงแรก โดย ณ สิ้นปี 2562 สินทรัพย์ในอุตสาหกรรมการเงินเงาลดลงเหลือ 84.8 ล้านล้านหยวน จากจุดสูงสุดที่ 100.4 ล้านล้านหยวนในปี 20560 ตามข้อมูลวิจัยของหน่วยงานกำกับดูแลด้านธนาคาร อย่างไรก็ดี ทางการไม่ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ปัญหาที่เกิดขึ้นล่าสุดในมณฑลเจ้อเจียง เป็นเครื่องเตือนว่าความเสี่ยงจากระบบการเงินเงาไม่เคยหายไปอย่างแท้จริง และอาจยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนต่อระบบการเงินของจีน ซึ่งในปัจจุบันโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนมีอยู่อย่างจำกัด ทั้งนี้ ในปี 2565 กรณีอื้อฉาวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในสถาบันการเงินชนบทบางแห่งในมณฑลเหอหนาน เคยจุดชนวนให้เกิดการเผชิญหน้ารุนแรงระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงที่เรียกร้องเงินคืนมาแล้ว
ทางการมณฑลเจ้อเจียงได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งล่าสุด และรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสังคม อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระบุว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่คณะทำงานดังกล่าวจะสามารถเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการชดใช้เงินคืนให้แก่นักลงทุนได้
อ้างอิง : bloomberg.com